หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะนำมาพูดในที่สาธารณะ แต่เราไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลหรือสถาบันหวังว่าคงไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
เราเป็นลูกสาวคนสุดท้อง กำลังจะขึ้นปี2ที่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงของภาค การเดินทางไปเรียน เราพักหอในไม่ไกลจากคณะมาก บางคนอาจมีรถหรือถ้าไม่มีรถ ก็ยังมีรถโดยสารที่บางเวลามาเลทบ้าง คนเต็มบ้างต้องเบียดๆกัน แต่บางครั้งก็โล่งมากเลือกนั่งตรงไหนก็ได้
* พ่อเราอยากให้เรียนม.รัฐแห่งหนึ่งในจังหวัด ดังนั้น เมื่อเราสอบติดที่นี่(ม.ที่เราเรียนอยู่) ท่านไม่แสดงอาการดีใจหรือภูมิใจในตัวเราเลย (แค่นี้ก็ใจแป้วแล้ว) ก่อนขึ้นปี1 พ่อแม่เราสัญญาไว้ว่าจะซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ แต่คุยๆไปซักพัก เริ่มไม่โอเค ไม่ซื้อแล้ว พอจะขึ้นปี2ก็บอกจะซื้อรถยนต์ให้แต่สุดท้ายก็ไม่ และเกิดเรื่องขึ้น
แม่มาเกริ่นๆไว้แล้วว่า คงไม่ได้ซื้อรถให้แล้ว ให้ไปกับเพื่อนหรือไม่ก็รถโดยสาร *ในใจเราตอนนั้น วูบบ ใจหายมาก เกรงใจเพื่อน จะให้พึ่งเพื่อนตลอดคงไม่ได้ ส่วนรถโดยสารมันก็มีบางเวลา เช้าเกินก็อาจไม่ทัน ยิ่งไม่ค่อยมีอยู่ด้วย พูดอะไรไม่ได้ ได้แต่เงียบและแอบร้องไห้ พวกคุณคงเข้าใจความรู้สึกที่ใครสัญญาไว้แล้วทำไม่ได้ ยิ่งเป็นพ่อแม่ เรายิ่งเสียใจแต่พยายามทำความเข้าใจว่าคงมีเหตุจำเป็น*
จนมาถึงจุดที่..
พ่อมาชวนเราไปหัดขับรถยนต์ เราตอบกลับไปว่า พ่อ ไม่เป็นไร ไม่เอารถยนต์แล้ว หรือจะให้หัดรถมอเตอร์ไซค์ก็ได้ ไปกับเพื่อนตลอดจนเขาบ่นแล้ว (ไปด้วยเกือบทุกวัน ซึ่งเพื่อนต้องขับรถจากนอกมอ มารับเราแล้ววกกลับไปที่คณะ) พ่อก็บอกจะแก้ที่ปัญหาใหญ่ทำไมทำไมไม่ทำให้มันง่ายๆ ให้ไปรถโดยสาร ซึ่งอย่างที่บอกไปแล้วว่า รถมาไม่เป็นเวลา เช้าเกินดึกเกินก็อาจไม่ทัน สุดท้ายพ่อเลยพูดว่า เราทำให้พ่อแม่วุ่นวาย ถ้ายุ่งยากขนาดนี้จะเรียนตั้งแต่แรกทำไม ทำให้พ่อแม่ลำบาก ต้องทำงานหาเงิน บลาๆ
หลังจากประโยคนั้นเราจุกมาก พูดไม่ออก คิดแค่ว่าเราทำให้พ่อแม่ลำบากขนาดนั้นเลยหรอ ถ้าไม่มีเราชีวิตท่านคงดีกว่านี้ใช่ไหม หลังจากร้องไห้ไปซักพักความคิดที่ผ่านเข้ามาคือ ถ้าเราตายไปทุกคนคงมีความสุข ไม่ต้องมาลำบากแบบนี้ เราก็คุยกับเพื่อนเล่าเรื่องที่เกิด ถ้าไม่มีเพื่อนคอยให้กำลังใจเราคงทำอะไรแย่ๆลงไปแล้ว เพราะคิดแค่ว่าขนาดคนเป็นพ่อแม่ยังบอกว่า เป็นเพราะเราที่ทำให้ท่านลำบาก แล้วเราจะอยู่ต่อไปเพื่อทำให้ท่านลำบากไปทำไม ตอนนี้เริ่มรู้ตัวว่าเป็นความคิดที่แย่มาก เพื่อนยังบอกว่าเราเปลี่ยนไปมากนะ ไม่น่าคิดเรื่องโง่ๆแบบนี้
เรื่องผ่านมาแล้ว แต่เรายังทำใจกับคำพูดคำด่านั้นไม่ได้ ไม่อยากพบเจอใครเลย ไม่อยากตอบคำถามหรือพูดคุยอะไร เราควรทำอย่างไรต่อไป ? ควรหางานพิเศษทำหรืออะไรยังไง งงไปหมด เราไม่กล้าแม้จะออกจากห้องไปเจอหน้าครอบครัวด้วยซ้ำ
ขออภัยถ้าพูดแบบงงๆหรืออธิบายส่วนไหนไม่เข้าใจ พึ่งเคยเล่าอะไรยาวๆแบบนี้
เราทำให้พ่อแม่ลำบากวุ่นวาย จะดีกว่าไหมถ้าไม่มีเรา เราควรทำอย่างไรต่อไป
เราเป็นลูกสาวคนสุดท้อง กำลังจะขึ้นปี2ที่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงของภาค การเดินทางไปเรียน เราพักหอในไม่ไกลจากคณะมาก บางคนอาจมีรถหรือถ้าไม่มีรถ ก็ยังมีรถโดยสารที่บางเวลามาเลทบ้าง คนเต็มบ้างต้องเบียดๆกัน แต่บางครั้งก็โล่งมากเลือกนั่งตรงไหนก็ได้
* พ่อเราอยากให้เรียนม.รัฐแห่งหนึ่งในจังหวัด ดังนั้น เมื่อเราสอบติดที่นี่(ม.ที่เราเรียนอยู่) ท่านไม่แสดงอาการดีใจหรือภูมิใจในตัวเราเลย (แค่นี้ก็ใจแป้วแล้ว) ก่อนขึ้นปี1 พ่อแม่เราสัญญาไว้ว่าจะซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ แต่คุยๆไปซักพัก เริ่มไม่โอเค ไม่ซื้อแล้ว พอจะขึ้นปี2ก็บอกจะซื้อรถยนต์ให้แต่สุดท้ายก็ไม่ และเกิดเรื่องขึ้น
แม่มาเกริ่นๆไว้แล้วว่า คงไม่ได้ซื้อรถให้แล้ว ให้ไปกับเพื่อนหรือไม่ก็รถโดยสาร *ในใจเราตอนนั้น วูบบ ใจหายมาก เกรงใจเพื่อน จะให้พึ่งเพื่อนตลอดคงไม่ได้ ส่วนรถโดยสารมันก็มีบางเวลา เช้าเกินก็อาจไม่ทัน ยิ่งไม่ค่อยมีอยู่ด้วย พูดอะไรไม่ได้ ได้แต่เงียบและแอบร้องไห้ พวกคุณคงเข้าใจความรู้สึกที่ใครสัญญาไว้แล้วทำไม่ได้ ยิ่งเป็นพ่อแม่ เรายิ่งเสียใจแต่พยายามทำความเข้าใจว่าคงมีเหตุจำเป็น*
จนมาถึงจุดที่..
พ่อมาชวนเราไปหัดขับรถยนต์ เราตอบกลับไปว่า พ่อ ไม่เป็นไร ไม่เอารถยนต์แล้ว หรือจะให้หัดรถมอเตอร์ไซค์ก็ได้ ไปกับเพื่อนตลอดจนเขาบ่นแล้ว (ไปด้วยเกือบทุกวัน ซึ่งเพื่อนต้องขับรถจากนอกมอ มารับเราแล้ววกกลับไปที่คณะ) พ่อก็บอกจะแก้ที่ปัญหาใหญ่ทำไมทำไมไม่ทำให้มันง่ายๆ ให้ไปรถโดยสาร ซึ่งอย่างที่บอกไปแล้วว่า รถมาไม่เป็นเวลา เช้าเกินดึกเกินก็อาจไม่ทัน สุดท้ายพ่อเลยพูดว่า เราทำให้พ่อแม่วุ่นวาย ถ้ายุ่งยากขนาดนี้จะเรียนตั้งแต่แรกทำไม ทำให้พ่อแม่ลำบาก ต้องทำงานหาเงิน บลาๆ
หลังจากประโยคนั้นเราจุกมาก พูดไม่ออก คิดแค่ว่าเราทำให้พ่อแม่ลำบากขนาดนั้นเลยหรอ ถ้าไม่มีเราชีวิตท่านคงดีกว่านี้ใช่ไหม หลังจากร้องไห้ไปซักพักความคิดที่ผ่านเข้ามาคือ ถ้าเราตายไปทุกคนคงมีความสุข ไม่ต้องมาลำบากแบบนี้ เราก็คุยกับเพื่อนเล่าเรื่องที่เกิด ถ้าไม่มีเพื่อนคอยให้กำลังใจเราคงทำอะไรแย่ๆลงไปแล้ว เพราะคิดแค่ว่าขนาดคนเป็นพ่อแม่ยังบอกว่า เป็นเพราะเราที่ทำให้ท่านลำบาก แล้วเราจะอยู่ต่อไปเพื่อทำให้ท่านลำบากไปทำไม ตอนนี้เริ่มรู้ตัวว่าเป็นความคิดที่แย่มาก เพื่อนยังบอกว่าเราเปลี่ยนไปมากนะ ไม่น่าคิดเรื่องโง่ๆแบบนี้
เรื่องผ่านมาแล้ว แต่เรายังทำใจกับคำพูดคำด่านั้นไม่ได้ ไม่อยากพบเจอใครเลย ไม่อยากตอบคำถามหรือพูดคุยอะไร เราควรทำอย่างไรต่อไป ? ควรหางานพิเศษทำหรืออะไรยังไง งงไปหมด เราไม่กล้าแม้จะออกจากห้องไปเจอหน้าครอบครัวด้วยซ้ำ
ขออภัยถ้าพูดแบบงงๆหรืออธิบายส่วนไหนไม่เข้าใจ พึ่งเคยเล่าอะไรยาวๆแบบนี้