สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เราเชื่อว่าทุกคนบนโลก มีเรื่องราวที่น่าจดจำมากมาย และมีเรื่องราวที่ทำให้เกิดความกังวลใจ ทุกข์ใจต่างๆกันไป เรื่องราวของเราต่อไปนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องสวยหรู ไม่ได้เป็นเรื่องพิเศษกว่าคนอื่นๆ แต่เป็นเรื่องราวๆ ที่สำหรับเราแล้วเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ(มาก) และมองไม่ค่อยจะเห็นทางออกของปัญหาซักเท่าไหร่ เราเลยรบกวนอยากได้คำแนะนำต่างๆจากเพื่อนๆชาวพันทิป เพื่อเก็บไปคิดและหาทางออกให้กับตัวเองหน่อยนะคะ
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนนะคะว่า เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง และถูกถ่ายทอดจากเรา เจ้าของเรื่อง ดังนั้นบางส่วนของเนื้อเรื่อง จากเล่าจากมุมมองของตัวเอง อ่านแล้วอาจจะดูแบบ เอียงกระเท่เร่ ไม่ค่อยเป็นกลาง ก็เป็นไปได้ ยังไงเราก็จะพยายามเล่าให้ฟังดูเป็นกลางมากที่สุดนะคะ ส่วนเพื่อนๆชาวพันทิปทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนั้น อาจมีความเป็นไปได้ว่า "เอ๊ะ..เรื่องคล้ายๆเพื่อนของตัวเองเลย ใช่รึปล่าวเนี่ย" ก็ขอรบกวนให้ใช้วิจารณญาณความเป็นกลางนิดนึงนะคะ จะขอบพระคุณเป็นอย่างมากค่ะ
โอเค เกริ่นมามากพอแล้ว เดี๋ยวเพื่อนๆจะเบื่อซะก่อน เริ่มเรื่องเลยละกันนะคะ เรื่องราวทั้งหมด ถึงปัจจุบันมีระยะเวลา 7-8 ปีค่ะ เริ่มจากตอนที่เราเรียนอยู่ม.4 ค่ะ เป็นเด็กม.ปลายเฟรชชี่ ไร้เดียงสามาก เพราะจบม.ต้นจากโรงเรียนหญิงล้วน ไม่มีประสบการณ์ความรักชายหญิงแบบจริงจัง ไม่มีมุมมองของความเป็นจริงในโลกซักเท่าไหร่ เป็นม.4 ที่โลกนี่สวยงาม จนกระทั่งเราได้เจอกับแฟนคนแรกในชีวิตค่ะ ลองนึกภาพตามดูนะคะ ว่าผู้หญิงที่ไม่เคยมีความรัก ได้เจอกับรุ่นพี่ที่เข้ามาจีบ ค่ะ..ใช่ค่ะ อ่อนไหวง่าย พูดอะไรเชื่อหมด แล้วก็เริ่มชอบเค้ามากขึ้นๆ จากการโดนเทคแคร์เป็นอย่างดี เอาใจทุกอย่าง พูดจาเข้าหู ก็ ตามเสต็ปเลยค่ะ สุดท้ายก็ตกลงเป็นแฟนกัน แรกๆก็รักกันเสียงดัง กระหนุงกระหนิง จนเพื่อนๆอิจฉา จากผู้หญิงที่ไม่เคยมีประสบการณ์ความรัก ก็เริ่มเรียนรู้ที่จะให้และแสดงความรักตามที่ตัวเองเข้าใจ จากที่ไม่รู้ความหมายของคำว่ารัก ก็เริ่มค้นหาและนิยามมันขึ้นมา ซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้ คำว่ารักสำหรับเรา คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน การทำความเข้าใจและยอมรับ ถึงแม้ว่าการกระทำนั้น หรือความคิดนั้นจะไม่ตรง หรือตรงข้ามกับเราก็ตาม เราก็เลยทำหน้าที่เป็นแฟน(ที่คิดว่าดีที่สุด)อย่างเสมอต้นเสมอปลาย พูดถึงนิสัยและลักษณะของแฟนคนนี้ เค้าเป็นคนที่อารมณ์ร้อน ถึงร้อนมาก เช่น อากาศร้อน อาหารไม่ถูกปาก ทำอะไรไม่ถูกใจ จะหงุดหงิด เหวียงได้ 360 องศา อารมณ์ไม่ดีก็จะลงที่เรา เป็นผู้ชายปากร้ายมากๆ พูดจาไม่เคยให้เกียรติและชอบพูดให้เสียเซลฟ์ (ร่าน ก็เคยโดนด่ามาแล้วค่ะ) เป็นผู้ชายที่มาจากครอบครัวที่มีเงิน(ยิ่งพักหลังๆ ฐานะทางบ้านยิ่งดีขึ้นเรื่องนี้จะเล่าทีหลังค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่า ก่อนที่เราจะคบกับเค้า เราไม่เคยรู้เรืองฐานะทางบ้านของเค้าเลย) ชอบรถแต่ง และเคยแข่งรถ ชอบตีกลอง ก็ คิดว่าเพื่อนๆคงจะพอนึกภาพออกนะคะ เราก็นางงามมากตอนนั้น ทนทุกอย่าง และคิดเสมอว่า ก็นี่เป็นนิสัยของเค้า ถ้ารักเค้าจริง ต้องยอมเค้าได้ ก็ไม่เคยโกรธแบบเป็นเรื่องราวใหญ่โต แน่นอนว่าต้องมีทะเลาะ และบอกให้ปรับนิสัยบ้าง ก็ต้องยอมรับค่ะว่าเค้าก็เปลี่ยนไประดับหนึ่ง (หลังจากที่คบแล้วประมาณ 4 ปี) เรื่องนิสัยทั่วไปพวกนั้น โอเค รับได้อยู่แล้วค่ะ เพราะคิดว่ารักเค้าจริงๆ แต่สุดท้ายรับและทนไม่ได้ค่ะ ไม่ใช่เพราะนิสัย แต่เป็นเพราะเรื่องราวต่อไปนี้ (จะพยายามย่อเรื่องนะคะ เพราะรู้สึกว่ามันยาวมาก 555)
จากพื้นฐานที่เค้าเป็นผู้ชายรักสนุกและชอบเข้าสังคม ก็ตามแพทเทิร์นเลยค่ะ โกหกเก่งมาก มากกกกกกก โกหกหน้าตาย และเนียนสุดๆ ปกปิดความลับได้เก่ง ผนวกกับเพื่อนๆในกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายๆกัน ก็ช่วยๆกันปิด นึกภาพออกใช่ไหมคะ เราก็ยิ่งหาความจริงไม่เจอ ในช่วงระยะเวลาที่คบกันมา มีเรื่องผู้หญิงทั้งหมด 3-4 คนค่ะ (เท่าที่จับได้) คนนึงเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกับเรา โรงเรียนเดียวกัน จะให้พูดตรงๆก็คือ คบซ้อนค่ะ มีการติดต่อ ไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง อาจะเป็นเพราะมีความชอบเหมือนกัน ก็เลยสปาร์คกันติดก็ไม่รู้นะคะ (จากปากผู้ชายไม่รู้เชื่อได้มากน้อยเพียงใด) ผู้หญิงขอเป็นแฟนหลายรอบ แต่เค้าเลือกที่จะปฏิเสธ เพราะเค้าเลือกเรา มีหลายครั้งที่ผู้หญิงถามว่าเมื่อไหร่จะเลิกกับเรา ผู้หญิงคนนี้ ยังพยายามติดต่อ (ซึ่งก็คุยกันบ้างไม่คุยกันบ้าง) จนเราเข้ามหาลัยค่ะ โอเค จบคนที่หนึ่ง คนที่สอง จับได้ตอนกินข้าวด้วยกันอยู่ที่สยาม ผู้หญิงโทรมา เราเซนส์ได้ค่ะ เลยยึดมือถือมาและรับเอง พอรับนางก็ถามเลยค่ะ ว่าเราเป็นใคร ของสายผู้ชายคนนั้นหน่อย เราก็เริ่มขึ้น ถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เรื่องเป็นยังไงจำไม่ค่อยได้ แต่สุดท้ายคือรู้ว่านอกใจ 100 เปอร์ ก็ตบเลยค่ะ กลางร้านอาหาร (ทุกคนในร้านตกใจและมองกันเป็นตาเดียว 555) และเราก็เดินออกจากร้านไปเลย ก็ทะเลาะกันใหญ่โตค่ะ ร้องไห้เสียน้ำตามากมาย แต่สุดท้ายก็ยอม ผู้หญิงคนนี้โชว์ตัวอีกทีตอนเราอยู่ม.หกค่ะ (ตอนที่เกิดเรื่องคือม.สี่) นางโทรเข้ามือถือเรา และด่าเราเละ บอกว่านี่เค้าคบกับผู้ชายมา สองสามเดือนแล้ว บอกให้เราเลิกยุ่งกับผู้ชายของเค้าซะที ด่าทอเสียๆหายๆ เรางงมากและทำอะไรไม่ถูก สรุปนี่เราเป็นชู้เค้าหรอเนี่ย ก็งงตัวเองเหมือนกันค่ะ เพราะตอนนั้นก็คบกันขึ้นปีที่สามแล้ว 555 เราเลยขอวางสายก่อน บอกเรียนอยู่ค่อยคุยทีหลัง ก็ตัดไปทั้งๆที่เค้าก็ยังวีนไม่จบ วางปุ๊ปก็โทรจิกมาเป็นสิบๆรอบ ด้วยความที่ไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว อยู่ดีๆก็โดนผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้โทรมาด่ายับ เลยต้องคุยกับเจ้าของเรื่องให้รู้เรื่องรู้ราว เลยโทรหาแฟนค่ะ ตอนแฟนรับครั้งแรก ก็ถามเลยว่า รู้จักผู้หญิงคนที่ชื่อ...มั้ย? เค้าโทรมาหาเรา ตอนนั้นน้ำเสียงเก็บความโกรธไม่อยู่แล้วค่ะ เค้าก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าความลับแตก ก็ตัดสายเลย และหนี โทรไปกี่ทีก็ไม่รับ ผู้หญิงก็โทรจิกเรา เหมือนจะหาเรื่อง สุดท้ายก็พึ่งรุ่นพี่ผู้หญิงคนนึงที่คบอยู่กับเพื่อนของแฟนเรา ถามว่าพอจะรู้มั้ยว่าเพื่อนและแฟนเค้าน่าจะอยู่ที่ไหน ก็ได้เรื่องค่ะ ตามเจอ สุดท้าย โทรไปหาผู้หญิงคนนั้น เปิดสปีกเกอร์โฟน และคุยกันทั้งสามคนนั่นแหล่ะ บังคับให้เค้าพูดต่อหน้าว่า จะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ค่ะ เค้าก็ยอมทำตาม (แบบจำใจ) ความรู้สึกตอนนั้น มันชา ร้องไห้ก็ไม่พอ ความเสียใจที่เกิดมัน อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้จริงๆค่ะ เพราะเรารักเค้า มาก มากจริงๆ แต่เค้าก็ไม่เคยรู้ว่า เรารักเค้าและให้เค้าได้ทั้งหมดที่ตัวเองมี ให้หมดทั้งใจไม่เผื่อเลย เอาเถอะค่ะ มันเป็นความโง่ของเรา ณ ตอนนั้นเอง โอเค ผู้หญิงคนนั้ยังไม่จบค่ะ ก็ผ่านมาจนเราเข้ามหาลัยแรกๆ กับผู้หญิงคนนี้ก็ยังติดต่ออยู่ค่ะ แบบที่เราไม่รู้ตัว สุดท้ายจับได้ยังไงไม่รู้จำไม่ได้ แต่ที่จำได้แม่นคือ เป็นฉากในรถ โทรศัพท์คุย ผู้หญิงพูดทำนองว่า "แล้ววันนั้นที่พูดตอนนั้นหมายความว่ายังไง? แล้วที่พาเราเข้าบ้าน มันหมายความว่ายังไง? ทำกับเราอย่างนี้ได้ยังไง? อย่ามา

พูดความจริงออกมาก อย่ามา

อย่ามา

" ทำนองเนี่ยค่ะ โอเค..ช็อค อะไรนะ? พาเข้าบ้าน? ความจริงอะไร? เค้าไปพูดอะไรกับผู้หญิงคนนี้? มีแค่คำถามพวกนี้วนอยู่ในความคิดค่ะ สุดท้ายเค้าก็ปฏิเสธทุกอย่าง ที่ผู้หญิงคนนั้นพูดมา(แต่สุดท้ายเค้าก็หลุดบอกว่าพาเข้าบ้านจริง และไปถึงห้องนอน แต่ไม่ได้ทำอะไร คำถามคือ ผู้ชายอย่างเค้าเนี่ยนะ พาถึงห้องนอนแต่ไม่ทำอะไร?) แต่ตอนนั้น ต้องตัดสินใจค่ะ ว่าเลือกที่จะเชื่อใคร เค้าก็พูดเลยว่า ก็คิดเอาเองละกันว่าจะเชื่อใคร กับผู้ชายที่รักเรา และคบกันมานาน กับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ สุดท้ายเราคิดได้แต่เพียงว่า เรารักเค้า เพราะฉะนั้น เราเลือกที่จะเชื่อใจเค้า (ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่า มันไม่น่าใช่อย่างที่แฟนพูด) จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ความจริงว่าคืออะไร และเราเองก็ไม่อยากรู้ด้วยค่ะ จบผู้หญิงคนที่สอง หลังจากนั้นมา เค้าก็มีท่าทีเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สัญญานักหนาว่าไม่มีใครมาตั้งนานแล้ว เลิกคุยกับผู้หญิงไปทั่วแล้ว จนกระทั่งเราขึ้นปีสี่ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฐานะทางบ้านเค้าดีมากกกกกกกกกกก ซื้อรถยุโรปที สองคันสามคัน ตามด้วยรถสปอร์ตอีกหนึ่งคัน ความมั่นใจทางการเงินมีสูงเกินร้อย และคิดว่าเงินสามารถซื้อทุกอย่างได้ ก็ถึงวันเกิดเรื่องค่ะ ผู้หญิงที่คนสาม บอกเลยว่าผู้หญิงคนนี้ เป็นอะไรที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแฟนไม่ให้เกียรติเราเลย เพราะผู้หญิงคนนี้ พูดกับภาษาชาวบ้านคือ เป็นเด็กเล้าค่ะ เรื่องวันนั้นแฟนเราป่วย เป็นหอบกระทันหัน เราเลยต้องขับรถ(อันสวยหรูของเค้า)ไปโรงพยาบาล และพาเข้าห้องฉุกเฉิน นั่งเฝ้าเค้าตอนสวมหน้ากากหายใจ เพื่อพ่นยาหรืออะไรซักอย่าง มือถือเค้าก็ดังขึ้นค่ะ เราก็ดูว่าใครโทรมา และหันไปถามดูความใสสื่อว่าคนนี้คือใครหรอ ให้บอกว่าตอนนี้อยู่รพ.มั้ย เสร็จแล้วค่อยให้แฟนโทรกลับ ค่ะ..ด้วยความหวังดีค่ะ พอเค้าเห็นชื่อบนจอมือถือเท่านั่นแหล่ะ รีบยึดมือถือ และตัดสายทิ้งทันที ก็รู้ทันทีว่าต้องมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลแน่นอน เราก็แย่งมือถือมาได้ สุดท้ายก็โทรกลับ ผู้หญิงคนนั้นดูกลัวๆค่ะ ตอนโทรไป แล้วเค้าก็รีบบอกปัดๆว่าไม่มีอะไรค่ะ แล้วรีบตัดสายทิ้ง เอาจริงๆตอนนั้นเราไม่โทษผู้หญิงนะคะ โทษผู้ชายเต็มๆ เพราะผู้หญิงก็อาจจะไม่รู้ว่ามีแฟนอยู่แล้วหรืออะไรก็แล้วแต่ (มองโลกในแง่ดีเกินไป) ก็โมโหมากค่ะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะแฟนก็ป่วยอยู่ จะทิ้งให้อยู่รพ.คนเดียวก็ไม่ได้ กังวลเป็นห่วงว่าถ้าทิ้งเค้าไว้คนเดียว แล้วเค้าจะกลับยังไง ก็เก็บความโกรธจนกระทั่งพาเค้ามาถึงบ้าน เค้าก็อ้อนวอน กอดขาเรา บอกอย่าไปนะ ขอร้อง ขอโทษจริงๆ แล้วก็ร้องไห้ และย้ำนักย้ำหนาว่าไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงคนนี้เลย ไม่กล้ามีและไม่คิดจะมี เพราะงานของผู้หญิงคนนี้ก็ไม่น่าไว้ใจ เจอกันแค่วันเดียววันที่ไปที่ร้านนั้น แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงโทรมา ตามสไตล์ เราก็โกรธอยู่ไม่กี่วัน คิดเข้าข้างเค้าว่า มันเป็นนิสัยผู้ชาย ก็คงต้องมีบ้างหาความสุขชั่วคราวใส่ตัว ทำทีเป็นว่าพยายามทำความเข้าใจสันดานผู้ชายประเภทนี้ สุดท้าย ผู้หญิงคนนี้ (ที่เห็นว่าหงอๆ) ก็โทรเข้ามาในมือถือแฟนเรา แล้วด่ายับบบบ ทำนองว่า คิดว่ามีเงินแล้วจะทำแบบนี้ได้หรอ มัน

มาก มันขี้

... ทำนองนี้ คือพูดด่าอยู่คนเดียวประมาณ 15 นาที ที่เรารู้เพราะเราแย่งมือถือเพื่อที่จะเคลียร์กับเค้าค่ะ แต่เค้าไม่เว้นช่องว่าให้ถามหรือพูดคุยอะไรเลย ผลก็คือไม่รู้ค่ะ ว่าความจริงคืออะไร แต่ที่แน่ๆคือ ผู้หญิงรับรู้การมีตัวตนของเราอย่างแน่นอน หลังจากวางสายไปประมาณ 10 นาที มีผู้ชายคนนึงโทรเข้ามาในมือถือเรา และพูดขอโทษแบบ เยอะมากก เค้าบอกว่าเค้าเป็นแฟนของผู้หญิงคนตะกี้ และขอโทษแทนแฟนของเค้าด้วย เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เราก็ เออ..อย่างน้อยก็มีคนเข้าใจเรานะ 5555 เรื่องผู้หญิงเท่าที่จับได้แบบหลักๆลืมไม่ลง คงมีเท่านี้แหล่ะค่ะ
เวลาผ่านไปจนเกิดเรื่องผู้หญิงคนที่สาม ความรู้สึกเรามันไม่เหลืออะไรให้กับเค้าแล้ว แบบ..มันหมดความรู้สึกไปโดยไม่รู้ตัว มารู้อีกทีคือ ไม่รู้จะให้อะไรแล้ว ไม่มีอะไรที่จะเสียให้เค้าได้อีกแล้ว เหมือนเรื่องราวทั้งหมด (ที่ไม่ใช่แค่ผู้หญิง) มันค่อยๆกัดกินหัวใจมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมันหมดความรู้สึกโดยไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่เกิดเรื่องที่ทำร้ายจิตใจเรา เราร้องไห้ฟูมฟาย โดยที่เค้าไม่รับรู้ มันยังมีเรื่องเล็กเรื่องน้อย เช่นเรื่องอารมณ์ร้อน เรื่องความอดทน เรื่องปากไม่ดีด่ากราด เรื่องหงุดหงิดแล้วมาโมโหใส่โดยที่เราไม่ได้ทำอะไร เรื่องพวกนี้ เราก็ขอให้เค้าปรับเปลี่ยนบ้าง วันครบรอบ วันเกิด วันปีใหม่ วันอะไรๆ เราไม่เคยคาดหวังให้เค้ามาทำอะไรให้ ไม่เคยคาดหวังว่าจะต้องซื้อของให้ ขอแค่เค้ารักเราคนเดียว ซื่อสัตย์กับเราคนเดียว ทำอะไรแคร์ความรู้สึกเราบ้าง เท่านั่นแหล่ะค่ะ ที่เราขอแต่ทุกครั้งที่เค้าทำอะไรพลาด เค้าจะแก้ไขด้วยการซื้อของแพงๆมาให้ เช่นพวกเครื่องประดับต่างๆ แบรนด์หรูๆ ที่ผู้หญิงหลายคนอยากได้ แต่เราไม่อยากได้ค่ะ เราไม่อยากได้ของ แต่เราอยากได้ความเป็นผู้ใหญ่และคนที่สามารถไว้ใจได้
(เดี๋ยวมาต่อนะคะ ยังไม่จบ ยังไม่ถึงจุดพีคเล้ยย 5555

)
เมื่อความรัก...กลายเป็นควาทุกข์ (ยาว)
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนนะคะว่า เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง และถูกถ่ายทอดจากเรา เจ้าของเรื่อง ดังนั้นบางส่วนของเนื้อเรื่อง จากเล่าจากมุมมองของตัวเอง อ่านแล้วอาจจะดูแบบ เอียงกระเท่เร่ ไม่ค่อยเป็นกลาง ก็เป็นไปได้ ยังไงเราก็จะพยายามเล่าให้ฟังดูเป็นกลางมากที่สุดนะคะ ส่วนเพื่อนๆชาวพันทิปทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนั้น อาจมีความเป็นไปได้ว่า "เอ๊ะ..เรื่องคล้ายๆเพื่อนของตัวเองเลย ใช่รึปล่าวเนี่ย" ก็ขอรบกวนให้ใช้วิจารณญาณความเป็นกลางนิดนึงนะคะ จะขอบพระคุณเป็นอย่างมากค่ะ
โอเค เกริ่นมามากพอแล้ว เดี๋ยวเพื่อนๆจะเบื่อซะก่อน เริ่มเรื่องเลยละกันนะคะ เรื่องราวทั้งหมด ถึงปัจจุบันมีระยะเวลา 7-8 ปีค่ะ เริ่มจากตอนที่เราเรียนอยู่ม.4 ค่ะ เป็นเด็กม.ปลายเฟรชชี่ ไร้เดียงสามาก เพราะจบม.ต้นจากโรงเรียนหญิงล้วน ไม่มีประสบการณ์ความรักชายหญิงแบบจริงจัง ไม่มีมุมมองของความเป็นจริงในโลกซักเท่าไหร่ เป็นม.4 ที่โลกนี่สวยงาม จนกระทั่งเราได้เจอกับแฟนคนแรกในชีวิตค่ะ ลองนึกภาพตามดูนะคะ ว่าผู้หญิงที่ไม่เคยมีความรัก ได้เจอกับรุ่นพี่ที่เข้ามาจีบ ค่ะ..ใช่ค่ะ อ่อนไหวง่าย พูดอะไรเชื่อหมด แล้วก็เริ่มชอบเค้ามากขึ้นๆ จากการโดนเทคแคร์เป็นอย่างดี เอาใจทุกอย่าง พูดจาเข้าหู ก็ ตามเสต็ปเลยค่ะ สุดท้ายก็ตกลงเป็นแฟนกัน แรกๆก็รักกันเสียงดัง กระหนุงกระหนิง จนเพื่อนๆอิจฉา จากผู้หญิงที่ไม่เคยมีประสบการณ์ความรัก ก็เริ่มเรียนรู้ที่จะให้และแสดงความรักตามที่ตัวเองเข้าใจ จากที่ไม่รู้ความหมายของคำว่ารัก ก็เริ่มค้นหาและนิยามมันขึ้นมา ซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้ คำว่ารักสำหรับเรา คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน การทำความเข้าใจและยอมรับ ถึงแม้ว่าการกระทำนั้น หรือความคิดนั้นจะไม่ตรง หรือตรงข้ามกับเราก็ตาม เราก็เลยทำหน้าที่เป็นแฟน(ที่คิดว่าดีที่สุด)อย่างเสมอต้นเสมอปลาย พูดถึงนิสัยและลักษณะของแฟนคนนี้ เค้าเป็นคนที่อารมณ์ร้อน ถึงร้อนมาก เช่น อากาศร้อน อาหารไม่ถูกปาก ทำอะไรไม่ถูกใจ จะหงุดหงิด เหวียงได้ 360 องศา อารมณ์ไม่ดีก็จะลงที่เรา เป็นผู้ชายปากร้ายมากๆ พูดจาไม่เคยให้เกียรติและชอบพูดให้เสียเซลฟ์ (ร่าน ก็เคยโดนด่ามาแล้วค่ะ) เป็นผู้ชายที่มาจากครอบครัวที่มีเงิน(ยิ่งพักหลังๆ ฐานะทางบ้านยิ่งดีขึ้นเรื่องนี้จะเล่าทีหลังค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่า ก่อนที่เราจะคบกับเค้า เราไม่เคยรู้เรืองฐานะทางบ้านของเค้าเลย) ชอบรถแต่ง และเคยแข่งรถ ชอบตีกลอง ก็ คิดว่าเพื่อนๆคงจะพอนึกภาพออกนะคะ เราก็นางงามมากตอนนั้น ทนทุกอย่าง และคิดเสมอว่า ก็นี่เป็นนิสัยของเค้า ถ้ารักเค้าจริง ต้องยอมเค้าได้ ก็ไม่เคยโกรธแบบเป็นเรื่องราวใหญ่โต แน่นอนว่าต้องมีทะเลาะ และบอกให้ปรับนิสัยบ้าง ก็ต้องยอมรับค่ะว่าเค้าก็เปลี่ยนไประดับหนึ่ง (หลังจากที่คบแล้วประมาณ 4 ปี) เรื่องนิสัยทั่วไปพวกนั้น โอเค รับได้อยู่แล้วค่ะ เพราะคิดว่ารักเค้าจริงๆ แต่สุดท้ายรับและทนไม่ได้ค่ะ ไม่ใช่เพราะนิสัย แต่เป็นเพราะเรื่องราวต่อไปนี้ (จะพยายามย่อเรื่องนะคะ เพราะรู้สึกว่ามันยาวมาก 555)
จากพื้นฐานที่เค้าเป็นผู้ชายรักสนุกและชอบเข้าสังคม ก็ตามแพทเทิร์นเลยค่ะ โกหกเก่งมาก มากกกกกกก โกหกหน้าตาย และเนียนสุดๆ ปกปิดความลับได้เก่ง ผนวกกับเพื่อนๆในกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายๆกัน ก็ช่วยๆกันปิด นึกภาพออกใช่ไหมคะ เราก็ยิ่งหาความจริงไม่เจอ ในช่วงระยะเวลาที่คบกันมา มีเรื่องผู้หญิงทั้งหมด 3-4 คนค่ะ (เท่าที่จับได้) คนนึงเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกับเรา โรงเรียนเดียวกัน จะให้พูดตรงๆก็คือ คบซ้อนค่ะ มีการติดต่อ ไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง อาจะเป็นเพราะมีความชอบเหมือนกัน ก็เลยสปาร์คกันติดก็ไม่รู้นะคะ (จากปากผู้ชายไม่รู้เชื่อได้มากน้อยเพียงใด) ผู้หญิงขอเป็นแฟนหลายรอบ แต่เค้าเลือกที่จะปฏิเสธ เพราะเค้าเลือกเรา มีหลายครั้งที่ผู้หญิงถามว่าเมื่อไหร่จะเลิกกับเรา ผู้หญิงคนนี้ ยังพยายามติดต่อ (ซึ่งก็คุยกันบ้างไม่คุยกันบ้าง) จนเราเข้ามหาลัยค่ะ โอเค จบคนที่หนึ่ง คนที่สอง จับได้ตอนกินข้าวด้วยกันอยู่ที่สยาม ผู้หญิงโทรมา เราเซนส์ได้ค่ะ เลยยึดมือถือมาและรับเอง พอรับนางก็ถามเลยค่ะ ว่าเราเป็นใคร ของสายผู้ชายคนนั้นหน่อย เราก็เริ่มขึ้น ถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เรื่องเป็นยังไงจำไม่ค่อยได้ แต่สุดท้ายคือรู้ว่านอกใจ 100 เปอร์ ก็ตบเลยค่ะ กลางร้านอาหาร (ทุกคนในร้านตกใจและมองกันเป็นตาเดียว 555) และเราก็เดินออกจากร้านไปเลย ก็ทะเลาะกันใหญ่โตค่ะ ร้องไห้เสียน้ำตามากมาย แต่สุดท้ายก็ยอม ผู้หญิงคนนี้โชว์ตัวอีกทีตอนเราอยู่ม.หกค่ะ (ตอนที่เกิดเรื่องคือม.สี่) นางโทรเข้ามือถือเรา และด่าเราเละ บอกว่านี่เค้าคบกับผู้ชายมา สองสามเดือนแล้ว บอกให้เราเลิกยุ่งกับผู้ชายของเค้าซะที ด่าทอเสียๆหายๆ เรางงมากและทำอะไรไม่ถูก สรุปนี่เราเป็นชู้เค้าหรอเนี่ย ก็งงตัวเองเหมือนกันค่ะ เพราะตอนนั้นก็คบกันขึ้นปีที่สามแล้ว 555 เราเลยขอวางสายก่อน บอกเรียนอยู่ค่อยคุยทีหลัง ก็ตัดไปทั้งๆที่เค้าก็ยังวีนไม่จบ วางปุ๊ปก็โทรจิกมาเป็นสิบๆรอบ ด้วยความที่ไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว อยู่ดีๆก็โดนผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้โทรมาด่ายับ เลยต้องคุยกับเจ้าของเรื่องให้รู้เรื่องรู้ราว เลยโทรหาแฟนค่ะ ตอนแฟนรับครั้งแรก ก็ถามเลยว่า รู้จักผู้หญิงคนที่ชื่อ...มั้ย? เค้าโทรมาหาเรา ตอนนั้นน้ำเสียงเก็บความโกรธไม่อยู่แล้วค่ะ เค้าก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าความลับแตก ก็ตัดสายเลย และหนี โทรไปกี่ทีก็ไม่รับ ผู้หญิงก็โทรจิกเรา เหมือนจะหาเรื่อง สุดท้ายก็พึ่งรุ่นพี่ผู้หญิงคนนึงที่คบอยู่กับเพื่อนของแฟนเรา ถามว่าพอจะรู้มั้ยว่าเพื่อนและแฟนเค้าน่าจะอยู่ที่ไหน ก็ได้เรื่องค่ะ ตามเจอ สุดท้าย โทรไปหาผู้หญิงคนนั้น เปิดสปีกเกอร์โฟน และคุยกันทั้งสามคนนั่นแหล่ะ บังคับให้เค้าพูดต่อหน้าว่า จะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ค่ะ เค้าก็ยอมทำตาม (แบบจำใจ) ความรู้สึกตอนนั้น มันชา ร้องไห้ก็ไม่พอ ความเสียใจที่เกิดมัน อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้จริงๆค่ะ เพราะเรารักเค้า มาก มากจริงๆ แต่เค้าก็ไม่เคยรู้ว่า เรารักเค้าและให้เค้าได้ทั้งหมดที่ตัวเองมี ให้หมดทั้งใจไม่เผื่อเลย เอาเถอะค่ะ มันเป็นความโง่ของเรา ณ ตอนนั้นเอง โอเค ผู้หญิงคนนั้ยังไม่จบค่ะ ก็ผ่านมาจนเราเข้ามหาลัยแรกๆ กับผู้หญิงคนนี้ก็ยังติดต่ออยู่ค่ะ แบบที่เราไม่รู้ตัว สุดท้ายจับได้ยังไงไม่รู้จำไม่ได้ แต่ที่จำได้แม่นคือ เป็นฉากในรถ โทรศัพท์คุย ผู้หญิงพูดทำนองว่า "แล้ววันนั้นที่พูดตอนนั้นหมายความว่ายังไง? แล้วที่พาเราเข้าบ้าน มันหมายความว่ายังไง? ทำกับเราอย่างนี้ได้ยังไง? อย่ามา
เวลาผ่านไปจนเกิดเรื่องผู้หญิงคนที่สาม ความรู้สึกเรามันไม่เหลืออะไรให้กับเค้าแล้ว แบบ..มันหมดความรู้สึกไปโดยไม่รู้ตัว มารู้อีกทีคือ ไม่รู้จะให้อะไรแล้ว ไม่มีอะไรที่จะเสียให้เค้าได้อีกแล้ว เหมือนเรื่องราวทั้งหมด (ที่ไม่ใช่แค่ผู้หญิง) มันค่อยๆกัดกินหัวใจมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมันหมดความรู้สึกโดยไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่เกิดเรื่องที่ทำร้ายจิตใจเรา เราร้องไห้ฟูมฟาย โดยที่เค้าไม่รับรู้ มันยังมีเรื่องเล็กเรื่องน้อย เช่นเรื่องอารมณ์ร้อน เรื่องความอดทน เรื่องปากไม่ดีด่ากราด เรื่องหงุดหงิดแล้วมาโมโหใส่โดยที่เราไม่ได้ทำอะไร เรื่องพวกนี้ เราก็ขอให้เค้าปรับเปลี่ยนบ้าง วันครบรอบ วันเกิด วันปีใหม่ วันอะไรๆ เราไม่เคยคาดหวังให้เค้ามาทำอะไรให้ ไม่เคยคาดหวังว่าจะต้องซื้อของให้ ขอแค่เค้ารักเราคนเดียว ซื่อสัตย์กับเราคนเดียว ทำอะไรแคร์ความรู้สึกเราบ้าง เท่านั่นแหล่ะค่ะ ที่เราขอแต่ทุกครั้งที่เค้าทำอะไรพลาด เค้าจะแก้ไขด้วยการซื้อของแพงๆมาให้ เช่นพวกเครื่องประดับต่างๆ แบรนด์หรูๆ ที่ผู้หญิงหลายคนอยากได้ แต่เราไม่อยากได้ค่ะ เราไม่อยากได้ของ แต่เราอยากได้ความเป็นผู้ใหญ่และคนที่สามารถไว้ใจได้
(เดี๋ยวมาต่อนะคะ ยังไม่จบ ยังไม่ถึงจุดพีคเล้ยย 5555