อีหง้อ อีหง้อง ดอกก้าน คือพืชชนิดเดียวกันเพียงแต่เป็นคำเรียกที่ต่างกันไปแต่ละท้องถิ่น
ถือว่าเป็นพืชป่าก็ว่าได้ คือเขาจะขึ้นเองตามธรรมชาติในป่า ในหนึ่งปีก็พอจะหากินได้ตอนต้นฝน
คงเป็นเพราะหายากด้วยหรือเปล่า ทำให้ราคาเอาเรื่องเหมือนกัน
เย็นนี้ไปเดินกาดคนเดินวันพุธ ได้อีหง้อมามัดหนึ่ง 20 บาท แม่ค้าบอกออกบ้านแต่เช้าเดินดอย
เป็นลูก ได้อีหง้อมามัดได้แค่ 5 มัด ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ต้องถือว่ากว่าจะได้เงิน 100 มันช่างโหดเหลือเกิน
ส่วนที่เป็นเกสร ว่ากันว่าอร่อยที่สุด ชาวบ้านเรียก"ไข่อีหง้อ"
เท่าที่เคยทำอีหง้อ ก็ต้องนำมาจอเท่านั้น ก้านอ่อนลอกใยที่หุ้มออก ก็นำมาปรุงอาหารได้
อีหง้อคันเหมือนบอน เวลาทำต้องระวังไม่ให้โดนผิวหนัง
ตัดเป็นท่อน ๆ มาต้มให้สุกนิ่ม
เสร็จแล้วนำไปล้างน้ำเปล่า 1 รอบ แล้วเอามาต้มต่อ คราวนี้กะต้มจนเปื่อยเละเลย
อีหง้อคันเหมือนบอน วิธีแก้ก็เหมือนแกงบอนคือความเปรี้ยวของน้ำมะขามเปียก
วันนี้จะจออีหง้อแบบจอหวาน หรือเรียกจอแห้ง คือหลังจากสุกแล้วจะต้องมีหวานนำเปรี้ยวตาม
ในหม้อแกงวันนี้ก็จะมีแค่เกลือป่น น้ำมะขามเปียก น้ำอ้อย 3 อย่างง่าย ๆ
ใน 1 มัดที่ซื้อมา เขามีแถมใบบะเหม้าให้มาด้วย จัดการซอยใส่ไม่ให้เสียน้ำใจ
เคี่ยวจนก้านเละ ไข่สุกนุ่มอย่างดี น้ำขลุกขลิก ชิมปรุงรสอีกครั้ง หวาน เปรี้ยว เค็ม ตามลำดับ
จออีหง้อ จะโรยหน้าด้วยกระเทียมหรือหอมเจียว พริกขี้หนูแห้งทอด แค่นี้ก็พร้อมกินละครับ
จออีหง้อแบบจอหวาน
คงเป็นแค่การมาแนะนำให้รู้จักเท่านั้น ใครนึกอยากจะทำตามคงจะยากอยู่ มันจะติดขัดว่า
ไปเอาอีหง้อที่ไหนมาทำ
คงจะลากันที่ภาพแกงบอน ซึ่งเป็นพืชที่คันเหมือนกันและมีกรรมวิธีทำที่ต่างกัน หลังจากสุกแล้ว
ความคันไม่รู้หายไปไหนเหลือแต่เพียงความน่ากินเท่านั้น
สวัสดีครับ
อีหง้อ อีหง้อง ดอกก้าน พืชบ้านป่าที่น่าลิ้มลอง
ถือว่าเป็นพืชป่าก็ว่าได้ คือเขาจะขึ้นเองตามธรรมชาติในป่า ในหนึ่งปีก็พอจะหากินได้ตอนต้นฝน
คงเป็นเพราะหายากด้วยหรือเปล่า ทำให้ราคาเอาเรื่องเหมือนกัน
เย็นนี้ไปเดินกาดคนเดินวันพุธ ได้อีหง้อมามัดหนึ่ง 20 บาท แม่ค้าบอกออกบ้านแต่เช้าเดินดอย
เป็นลูก ได้อีหง้อมามัดได้แค่ 5 มัด ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ต้องถือว่ากว่าจะได้เงิน 100 มันช่างโหดเหลือเกิน
ส่วนที่เป็นเกสร ว่ากันว่าอร่อยที่สุด ชาวบ้านเรียก"ไข่อีหง้อ"
เท่าที่เคยทำอีหง้อ ก็ต้องนำมาจอเท่านั้น ก้านอ่อนลอกใยที่หุ้มออก ก็นำมาปรุงอาหารได้
อีหง้อคันเหมือนบอน เวลาทำต้องระวังไม่ให้โดนผิวหนัง
ตัดเป็นท่อน ๆ มาต้มให้สุกนิ่ม
เสร็จแล้วนำไปล้างน้ำเปล่า 1 รอบ แล้วเอามาต้มต่อ คราวนี้กะต้มจนเปื่อยเละเลย
อีหง้อคันเหมือนบอน วิธีแก้ก็เหมือนแกงบอนคือความเปรี้ยวของน้ำมะขามเปียก
วันนี้จะจออีหง้อแบบจอหวาน หรือเรียกจอแห้ง คือหลังจากสุกแล้วจะต้องมีหวานนำเปรี้ยวตาม
ในหม้อแกงวันนี้ก็จะมีแค่เกลือป่น น้ำมะขามเปียก น้ำอ้อย 3 อย่างง่าย ๆ
ใน 1 มัดที่ซื้อมา เขามีแถมใบบะเหม้าให้มาด้วย จัดการซอยใส่ไม่ให้เสียน้ำใจ
เคี่ยวจนก้านเละ ไข่สุกนุ่มอย่างดี น้ำขลุกขลิก ชิมปรุงรสอีกครั้ง หวาน เปรี้ยว เค็ม ตามลำดับ
จออีหง้อ จะโรยหน้าด้วยกระเทียมหรือหอมเจียว พริกขี้หนูแห้งทอด แค่นี้ก็พร้อมกินละครับ
จออีหง้อแบบจอหวาน
คงเป็นแค่การมาแนะนำให้รู้จักเท่านั้น ใครนึกอยากจะทำตามคงจะยากอยู่ มันจะติดขัดว่า
ไปเอาอีหง้อที่ไหนมาทำ
คงจะลากันที่ภาพแกงบอน ซึ่งเป็นพืชที่คันเหมือนกันและมีกรรมวิธีทำที่ต่างกัน หลังจากสุกแล้ว
ความคันไม่รู้หายไปไหนเหลือแต่เพียงความน่ากินเท่านั้น
สวัสดีครับ