จขกท. มีเรื่องอึดอัดในใจค่ะ เรื่องนี้ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ มา 2 คืน เรื่องมีอยู่ว่า...
ณ งาน ThaiFex ที่ Impact เป็นวันที่ 21 พ.ค 57 ซึ่งเป็นวันแรกของงาน จขกท. ก้อเดินเข้างานเหมือนทุกๆๆปี เดินชมบูธนั้น บูธนี้ ชิมโน่น ชิมนี่ แต่ด้วยวันนั้น จขกท. จัดเต็ม ใส่รองเท้าส้นสูงเดินงาน พอเดินได้สักพัก เจ็บเท้าอย่างแรงง ต้องแอบเข้าห้องน้ำไปนวดเท้าตลอด พอออกมาจากห้องน้ำ ก็เดินต่อ และแล้วก็มีฝรั่งน่าตาจิ้มลิ้มมาก สูง ขาว มือถือของพะรุงพะรังเดินมาถาม จขกท. ว่า.....
ฝรั่ง : Are you alone??
จขกท. : Yes
ฝรั่ง: Can you speak English???
จขกท : Yes. Can I help you??
ฝรั่ง : where you come from?? Thailand??
จขกท : Yes. Can I help you??
ฝรั่ง : I am from Netherlands.(ถ้าฟังไม่ผิดนะคะ น่าจะประเทศนี้) Do you want to know me more??
จขกท : งงอย่างแรงค่ะ เลยตอบไปว่า I am working now?? sorry..
พอแยกย้ายกันไป จขกท ก้อเดินต่อ และมีความรู้สึกว่า รู้สึกผิด รู้สึกเสียใจกับฝรั่งคนนั้นมาก ปกติ จขกท.ถ้าดูจากภายนอก จะดูหยิ่ง(แต่จริงๆไม่หยิ่งค่ะโก๊ะๆๆเปิ่นๆๆมากก) แต่ฝรั่งคนนั้นกล้าที่จะมาคุย กล้าที่จะมาจีบ ตอนนี้ จขกท รู้สึกแย่มากค่ะ คือต้องบอกก่อนว่า สถานการณ์ตอนนั้นของในมือเค้าเยอะมาก ของเราก้อเยอะเหมือนกัน แถมเจ็บเท้าด้วย เลยทำให้ต้องตอบไปแบบนั้น ในที่สุด จขกท. เริ่มตามหาเค้าค่ะ เดินไปมาแถวๆๆที่เราเจอเค้า ลองเดินไป Skyfoods นั่งมองคนเข้า-ออก สุดท้ายก็ไม่เจอค่ะ แอบเสียดายที่ไม่ยื่นนามบัตรให้เค้า หรือให้เบอร์ ให้ไลน์ ให้เฟส ให้ไอจี ให้อีเมล เฮ้ออออ.....
หลังจากกลับบ้านมา จขกท. ลองค้นหาใน IG fb ดู โดยลองค้นหาคำว่า thaifex2014, impact, thailand2014....... ซึ่งในใจคิดว่าเค้าต้องมีบ้างแหละ
แต่ก็แห้วค่ะ...
แต่ จขกท. ยังแอบหวังค่ะ ในวันที่สองที่มางาน นอกจากมาดูงานแล้ว ยังแอบมองๆๆหาเค้าด้วยค่ะ มองคนโน้นที คนนั้นที ออกมายืนรอหน้างาน รอจุดรับ-ส่ง TAXI รอตรงบันไดเลื่อน รอทุกๆๆที่ ที่คิดว่าทุกคนน่าจะต้องผ่าน สุดท้ายก็ไม่เจออยู่ดี จน จขกท. คิดว่า ถ้าเกิดเค้าเห็นเราอีก เค้าคงไม่กล้าเข้ามาทักแน่ๆๆ เริ่มปลงค่ะ ตัดใจค่ะ....
พอวันที่สามของงาน จขกท. ตัดสินใจอยู่นาน ว่าจะไป หรือ ไม่ไป ด้วยสถานการณ์บ้านเมือง คิดว่าต่างชาติคงน้อยกว่าสองวันแรก สุดท้ายก็ตัดสินใจ ไม่ไปค่ะ แม้ตอนนี้จะรู้สึกเสียใจมาก แย่มาก รู้สึกความผิดครั้งนี้เป็นอันดับหนึ่งในชีวิตเลยค่ะ
สุดท้าย จขกท.คิดว่าถ้าเค้าทำธุรกิจอาหาร เค้าต้องมาอีกในปีหน้าแน่ค่ะ จขกท.จะลองใส่ชุดเดิม รองเท้าเดิม เหมือนวันนั้นดู
ปล. อยากเข้าไปในตู้และย้อนเวลาเหมือน About Time มากกกกเลยค่ะ
อยากแชร์ความรู้สึกนี้..ให้กับสาวๆๆห้องแป้งค่ะ (ไม่รู้จะเข้าห้องไหนดี)
ณ งาน ThaiFex ที่ Impact เป็นวันที่ 21 พ.ค 57 ซึ่งเป็นวันแรกของงาน จขกท. ก้อเดินเข้างานเหมือนทุกๆๆปี เดินชมบูธนั้น บูธนี้ ชิมโน่น ชิมนี่ แต่ด้วยวันนั้น จขกท. จัดเต็ม ใส่รองเท้าส้นสูงเดินงาน พอเดินได้สักพัก เจ็บเท้าอย่างแรงง ต้องแอบเข้าห้องน้ำไปนวดเท้าตลอด พอออกมาจากห้องน้ำ ก็เดินต่อ และแล้วก็มีฝรั่งน่าตาจิ้มลิ้มมาก สูง ขาว มือถือของพะรุงพะรังเดินมาถาม จขกท. ว่า.....
ฝรั่ง : Are you alone??
จขกท. : Yes
ฝรั่ง: Can you speak English???
จขกท : Yes. Can I help you??
ฝรั่ง : where you come from?? Thailand??
จขกท : Yes. Can I help you??
ฝรั่ง : I am from Netherlands.(ถ้าฟังไม่ผิดนะคะ น่าจะประเทศนี้) Do you want to know me more??
จขกท : งงอย่างแรงค่ะ เลยตอบไปว่า I am working now?? sorry..
พอแยกย้ายกันไป จขกท ก้อเดินต่อ และมีความรู้สึกว่า รู้สึกผิด รู้สึกเสียใจกับฝรั่งคนนั้นมาก ปกติ จขกท.ถ้าดูจากภายนอก จะดูหยิ่ง(แต่จริงๆไม่หยิ่งค่ะโก๊ะๆๆเปิ่นๆๆมากก) แต่ฝรั่งคนนั้นกล้าที่จะมาคุย กล้าที่จะมาจีบ ตอนนี้ จขกท รู้สึกแย่มากค่ะ คือต้องบอกก่อนว่า สถานการณ์ตอนนั้นของในมือเค้าเยอะมาก ของเราก้อเยอะเหมือนกัน แถมเจ็บเท้าด้วย เลยทำให้ต้องตอบไปแบบนั้น ในที่สุด จขกท. เริ่มตามหาเค้าค่ะ เดินไปมาแถวๆๆที่เราเจอเค้า ลองเดินไป Skyfoods นั่งมองคนเข้า-ออก สุดท้ายก็ไม่เจอค่ะ แอบเสียดายที่ไม่ยื่นนามบัตรให้เค้า หรือให้เบอร์ ให้ไลน์ ให้เฟส ให้ไอจี ให้อีเมล เฮ้ออออ.....
หลังจากกลับบ้านมา จขกท. ลองค้นหาใน IG fb ดู โดยลองค้นหาคำว่า thaifex2014, impact, thailand2014....... ซึ่งในใจคิดว่าเค้าต้องมีบ้างแหละ
แต่ก็แห้วค่ะ...
แต่ จขกท. ยังแอบหวังค่ะ ในวันที่สองที่มางาน นอกจากมาดูงานแล้ว ยังแอบมองๆๆหาเค้าด้วยค่ะ มองคนโน้นที คนนั้นที ออกมายืนรอหน้างาน รอจุดรับ-ส่ง TAXI รอตรงบันไดเลื่อน รอทุกๆๆที่ ที่คิดว่าทุกคนน่าจะต้องผ่าน สุดท้ายก็ไม่เจออยู่ดี จน จขกท. คิดว่า ถ้าเกิดเค้าเห็นเราอีก เค้าคงไม่กล้าเข้ามาทักแน่ๆๆ เริ่มปลงค่ะ ตัดใจค่ะ....
พอวันที่สามของงาน จขกท. ตัดสินใจอยู่นาน ว่าจะไป หรือ ไม่ไป ด้วยสถานการณ์บ้านเมือง คิดว่าต่างชาติคงน้อยกว่าสองวันแรก สุดท้ายก็ตัดสินใจ ไม่ไปค่ะ แม้ตอนนี้จะรู้สึกเสียใจมาก แย่มาก รู้สึกความผิดครั้งนี้เป็นอันดับหนึ่งในชีวิตเลยค่ะ
สุดท้าย จขกท.คิดว่าถ้าเค้าทำธุรกิจอาหาร เค้าต้องมาอีกในปีหน้าแน่ค่ะ จขกท.จะลองใส่ชุดเดิม รองเท้าเดิม เหมือนวันนั้นดู
ปล. อยากเข้าไปในตู้และย้อนเวลาเหมือน About Time มากกกกเลยค่ะ