ผมยกตัวอย่างง่ายๆแค่2-3 กรณี ที่เป็นการเมืองการปกครองระดับล่างสุด
1.การเลือก ผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันนี้ คนทีได้เป็นผู้ใหญ่บ้านคือ คนที่มีญาติพี่น้องเยอะที่สุดในหมู่บ้าน
2.อบต. ปกติ 1 หมู่บ้านจะมีได้2 คน เช่นกัน ลำดับ ที่1 คนที่ได้คือ ถนที่มีญาติในหมู่บ้านเยอะ ลำดับที่2 คือคนที่เงินถึง
3.นายก อบต. คนที่ได้คือคนที่เงินถึง
ผมไม่ได้บอกว่า คนที่ซื้อเสียงคือคนที่ได้เป็น เพราะทุกคนซื้อกันหมด
ผมไม่ได้มองที่นักการเมืองระดับสูงว่าเขาซื้อเสียงกันหรือไม่เพราะผมไม่รู้ แต่ถ้าจะให้บ้านเมืองมันดีมันเจริญมันก็ต้องเริ่มที่ฐานราก
สังเกตุไหมว่าเลือกตั้งกันที่ ไม่ว่าจะเลือกอะไร คนต่างจังหวัดก็จะแห่กันกลับบ้านไปเลือกตั้ง เลือกเสร็จก็กลับบ้าน คนที่ตัวเองเลือกไปจะได้เป็นหรือไม่ไม่สนใจ
ถ้าได้คนที่จริงใจมาทำงานก็โชคดีของหมู่บ้าน โชคดีของตำบล แต่ถ้าได้คนไม่ดีก็โชคร้ายของหมู่บ้าน โชคร้ายของตำบล ตัวเองไม่เป็นไรเพราะเลือกตั้งเสร็จก็กลับมา กทม. มาทำงานหาเงิน คนที่ต้องทนทุกข์คือคนในพื้นที่
ประชาธิปไตยคือะไร
1.การเลือก ผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันนี้ คนทีได้เป็นผู้ใหญ่บ้านคือ คนที่มีญาติพี่น้องเยอะที่สุดในหมู่บ้าน
2.อบต. ปกติ 1 หมู่บ้านจะมีได้2 คน เช่นกัน ลำดับ ที่1 คนที่ได้คือ ถนที่มีญาติในหมู่บ้านเยอะ ลำดับที่2 คือคนที่เงินถึง
3.นายก อบต. คนที่ได้คือคนที่เงินถึง
ผมไม่ได้บอกว่า คนที่ซื้อเสียงคือคนที่ได้เป็น เพราะทุกคนซื้อกันหมด
ผมไม่ได้มองที่นักการเมืองระดับสูงว่าเขาซื้อเสียงกันหรือไม่เพราะผมไม่รู้ แต่ถ้าจะให้บ้านเมืองมันดีมันเจริญมันก็ต้องเริ่มที่ฐานราก
สังเกตุไหมว่าเลือกตั้งกันที่ ไม่ว่าจะเลือกอะไร คนต่างจังหวัดก็จะแห่กันกลับบ้านไปเลือกตั้ง เลือกเสร็จก็กลับบ้าน คนที่ตัวเองเลือกไปจะได้เป็นหรือไม่ไม่สนใจ
ถ้าได้คนที่จริงใจมาทำงานก็โชคดีของหมู่บ้าน โชคดีของตำบล แต่ถ้าได้คนไม่ดีก็โชคร้ายของหมู่บ้าน โชคร้ายของตำบล ตัวเองไม่เป็นไรเพราะเลือกตั้งเสร็จก็กลับมา กทม. มาทำงานหาเงิน คนที่ต้องทนทุกข์คือคนในพื้นที่