ขอความเป็นธรรม ต้องการความช่วยเหลือด่วนค่ะ บ้านสามีอุ้มลูกหนีกีดกันไม่ให้เจอลูกพาไปหลบซ่อน กรุณาช่วยกันแชร์ต่อๆด้วยคะ

กระทู้คำถาม
ขอความเป็นธรรม ขอความเห็นใจ
และต้องการความช่วยเหลือด้วยค่ะ
ถูกเอารัดเอาเปรียบจากบ้านสามี
พ่อสามีเป็นอาวุโสหัวหน้าอนามัยค่ะ

เริ่มเล่าตั้งแต่เริ่มเลยนะค่ะ

ดิฉันตั้งท้องได้เดือนกว่า แต่ยังไม่ได้แต่งงานกันกับสามี คบกันไปๆมายังไม่ได้พักอยู่ด้วยกัน ตอนนั่นดิฉันไม่รุ้ว่าสามีคิดยังไง แต่ดิฉันตั้งใจไว้แล้วเราจะไม่ทำร้ายลูกดิฉันถึงแม้สามีกับบ้านสามีจะไม่รับผิดชอบก้ตาม ดิฉันก้จะเลี้ยงลูกของดิฉันเอง ดิฉันตัดสินใจบอกพ่อดิฉัน ตอนแรกพ่อดิฉันเงียบไม่พูดอะไรคงตกใจ ผิดหวังและเสียใจ แต่พ่อดิฉันไม่ได้ต่อว่าหรือตำหนิอะไรดิฉันเลย แล้วพ่อก้ถามว่าสามีดิฉันว่ายังไงบ้าง ดิฉันตอบพ่อไม่ได้เพราะสามียังไม่ได้บอกพ่อกับแม่ของเขา พ่อดิฉันบอกให้มาผูกข้อไม้ข้อมือ หรือขอขมา เล็กน้อยๆก้พอ พ่อดิฉันไม่ได้เรียกร้องอะไร แค่ต้องการรับรุ้ว่าสามีบ้านสามียอมรับดิฉันกับลูกดิฉันก้พอ พ่อบอกว่าแต่ถ้าบ้านสามีไม่รับผิดชอบก้ไม่เป็นไรไม่ต้องคิดมาก ลูกพ่อ3คนพ่อยังเลี้ยงมาได้ แค่หลานคนเดียวทำไมจะเลี้ยงไม่ได้
ดิฉันก้บอกสามีว่าพ่อบอกให้ไปผูกแขนหรือขอขมาอะไรซักอย่างเล็กน้อยๆไม่ต้องใหญ่โต แต่ที่บ้านสามีบอกว่ามีลูกชายคนเดียวคนรุ้จักเยอะแยะจะมาจัดเล็กๆไม่ได้ รอให้คลอดแล้วจะจัดงานแต่งให้ แต่ก้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าคลอดแล้วเมื่อไหร่ และเป็นการพูดแบบปากเปล่า  พ่อดิฉันก้ยอมทางบ้านสามีไม่เอะอ่ะโว้ยวายหรืออะไรทั้งสิ้น พ่อดิฉันนึกถึงหลานไม่อยากให้หลานเกิดมามีปมด้อยไม่มีพ่อ เพราะหลานมีชีวิตและกำลังเกิดมาแล้ว ฝากท้องครั้งแรกดิฉันฝากท้องกับโรงพยาบาลแถวบ้านไปฝากเอง สามีไม่ได้ไปด้วย ฝากกับโรงพยาบาลแถวบ้าน2ครั้ง แล้วสามีก้ให้เปลี่ยนไปฝากที่คลีนิคศรีราชาไม่ห่างจากที่สามีทำงานมากนักแม่สามีเป็นคนให้เปลี่ยนไปฝากที่คลีนิคนี้ (สามีทำงานแหลมฉบัง) ไปตรวจได้3-4ครั้งก้เปลี่ยนคลีนิคฝากท้องอีกเพราะคลีนิคที่ศรีราชาหมอจะผ่าคลอดอย่างเดียวไม่รับคลอดเอง คลีนิคสุดท้ายคือที่ชลบุรีหมอดีมากพูดจาดี ตรวจละเอียด ตั้งแต่รุ้ว่าท้องก้ไม่ได้ทำงานเพราะสามีไม่ให้ทำแต่สามีก้ไม่เคยให้เงินใช้เลย ทุกครั้งที่หมอนัดตรวจครรภ์ ดิฉันจะต้องขับรถตัวเองจากบ้านที่ระยอง ดิฉันจะต้องเป็นฝ่ายขับรถไปหาสามีทุกครั้งที่หมอนัดตรวจแล้วสามีก้จะพาไปพบหมอ สามีรับผิดชอบจ่ายแค่ค่าตรวจครรภ์อย่างเดียว แต่สามีไม่เคยให้เงินดิฉันไว้ใช้เลย ดิฉันพักที่บ้านกับพี่ชาย พี่สะใภ้ และน้องสาว (พี่ชายเช่าเทาเฮาส์อยู่มี3ห้องนอนในหมู่บ้าน ) ตั้งแต่รุ้ว่าตั้งท้องดิฉันไม่ได้ทำงานเพราะสามีไม่ให้ทำดิฉันใช้เงินเก็บดิฉันเอง บ้างครั้งก้ขอพ่อพี่น้องดิฉันบ้าง เพราะดิฉันก้ต้องมีรายจ่าย ค่ากิน ซื้อของใช้ ค่าเปลี่ยนยางจัดฟันดิฉันจัดฟันอยู่ก่อนตั้งครรภ์ เติมน้ำมันรถเวลาขับไปตรวจครรภ์ มีบ้างครั้งดิฉันก้ไปนอนพักกับสามีที่แพลตที่สามีทำงาน บ้างครั้งสามีก้มาค้างที่บ้านพี่ชายกับดิฉัน แต่ส่วนมากดิฉันจะอยู่บ้านดิฉันเองมากกว่า ดิฉันพักบ้านตัวเองจน7เดือนกว่า ทางบ้านสามีกับสามีก้เหมือนเดิมเฉยๆ ไม่เคยให้เงินดิฉันใช้เลย แล้วสามีก้บอกให้ดิฉันไปอยู่กับพ่อแม่สามีที่บางพลี ในใจดิฉันจิงๆก้ยังไม่อยากไปอยู่เพราะดิฉันไม่มั่นใจและไม่รุ้ว่าพ่อกับแม่สามีจะเป็นยังไงยินดีตอนรับดิฉันมั้ย เพราะว่าสามีไม่ได้ไปพักอยู่ด้วยแต่จะให้ดิฉันไปพักกับพ่อแม่ของสามี สามียังพักที่ทำงาน แต่ก้จะไปๆกลับๆบ้าง ดิฉันไม่อยากมีปัญหากับสามีไม่อยากทะเลาะด้วยก้ยอมตามใจสามีไปพักอยู่กับพ่อแม่สามี ที่พ่อแม่สามีอยู่เป็นบ้านพักของอนามัยพ่อสามีเป็นหัวหน้าเป็นอาวุธโสที่อนามัย พักที่อนามัยดิฉันก้ไม่ได้ทำอะไรเพราะจะมีแม่บ้านที่อนามัยเป็นคนทำทั้งหมด คือจะทำความสะอาดอนามัย ดูแลอนามัย แม่บ้านที่อนามัยจะซักเสื้อผ้ารีดผ้าของ พ่อ แม่ และของสามี และก้เป็นคนทำความสะอาดบ้านพักด้วย แต่ดิฉันก้จะซักเสื้อผ้าของตัวเอง ช่วยพ่อสามีทำกับข้าวในตอนเย็น ตอนเช้ากับตอนเที่ยงจะซื้อข้าวกล่องกิน บ้างครั้งก้กินกับข้าวเก่าที่ทำ เพราะบ้างทีพ่อสามีทำกับข้าวเก็บไว้กินได้3-4วัน ดิฉันอยู่กับพ่อแม่สามีดิฉันไม่เคยมีปัญหาหรือสร้างปัญหาอะไรเลยแม้แต่ครั้งเดียวก้ไม่มี พ่อแม่สามีบอกอะไรดิฉันก้ทำตามเชื่อฟังทุกอย่าง ดิฉันให้เคารพพ่อกับแม่สามีมาตลอด พ่อสามีทำอะไรให้กินดิฉันก้กิน บ้างทีอะไรที่ดิฉันไม่กินดิฉันก้ฝืนกินไม่เคยบ่นเลย แล้วพ่อแม่สามีก้บอกให้สามีพาดิฉันไปจดทะเบียนให้รีบไปจดเวลาคลอดจะได้ใช้สิทธิสามีเบิกได้ พ่อสามีจะได้ไม่ต้องเสียตังค์ ดิฉันก้ใช่ชีวิตอยู่แบบนี้มาเรื่อยๆ สามีดิฉันก้ไม่เคยให้เงินดิฉันเหมือนเดิม แต่ดิฉันก้ไม่เคยด่าว่า หรือพูดจาตำหนิสามีเลย บางครั้งตอนกลางวัน หรือตอนเย็น ถ้าพ่อแม่สามีไม่อยู่ไม่มีอะไรให้กินดิฉันก้จะใช้เงินดิฉันเองที่พี่น้องดิฉันโอนมาให้เอาให้แม่บ้านที่อนามัยไปซื้อข้าวกล่องมาให้กิน และบางครั้งที่ดิฉันไม่มีเงินเลยแม่บ้านที่อนามัยก้จะเอาเงินของแก่เองไปซื้อข้าวมาให้ดิฉันกิน แก่มีเมตตาและใจดีกับดิฉันมาก ชีวิตดิฉันเป็นอยู่แบบนี้จนถึงวันคลอด อยู่แต่ที่อนามัยไม่ได้ไปไหนเลย ยางจัดฟันก้ไม่ได้ไปเปลี่ยน แม่สามีอยากให้ดิฉันผ่าคลอดแต่ดิฉันตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากจะคลอดเองมากกว่า แม่สามีก้ไม่ค่อยพอใจ แต่ดิฉันก้ยืนยันว่าอยากคลอดเอง ถึงวันคลอดดิฉันไม่สามารถคลอดเองได้ ลูกดิฉันกลับหัวแต่ว่าหัวยังอยู่สูงเบ่งเท่าไหร่ก้ไม่ยอมลง ดิฉันเบ่งจนความดันขึ้นสูงหมอจึงบอกให้ผ่าเพราะจะส่งผลอันตรายกับดิฉันและลูก ดิฉันตกลงผ่าตามที่หมอบอก กลายเป็นว่าดิฉันเจ็บ2ต่อ การผ่าตัดคลอดเป็นไปด้วยดี ลูกดิฉันคลอด20:55 น้ำหนัก3.105 ปกติ แข็งแรงและสมบูรณ์ดีทุกอย่าง ผู้ช่วยพยาบาลพาดิฉันไปนอนพักและบอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะเอาลูกดิฉันมาให้ ดิฉันรุ้สึกตื่นเต้น ดีใจ อยากเห็นหน้าลูกไวๆ ความเหนื่อย ความเจ็บ ทำให้ดิฉันนอนหลับ แต่ก้หลับๆตื่นๆเพราะเจ็บแผลผ่า และเจ็บปากมดลูก เจ็บไปหมดทั้งตัว ตลอดทั้งคืนดิฉันนอนแบบไม่ขยับตัวเลย ลองขยับแล้วเจ็บมากเลยทำให้ไม่กล้าที่จะขยับ ตอนเช้าพยาบาลเอาลูกมาให้ดิฉัน ดิฉันนอนตะแคงให้ลูกกินนม เห็นหน้าลูกดิฉันลืมความเจ็บปวดไปเลย ดิฉันมีความสุขมากเป็นความสุขที่บรรยายไม่ถูกไม่มีคำพูดใดที่จะบรรยายได้ รุ้สึกว่าเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดในชีวิตนี้ที่ผ่านมา ดิฉันนอนกอดลูกมองดูลูกที่กำลังนอนดูดนมดิฉันช่างมีความสุขจิงๆ ลูกดิฉันคลอดได้2วันก้มีไข้ตัวเหลือง ลูกดิฉันจึงถูกย้ายไปตึกกุมาร ดิฉันพักอยู่คนละตึกกับลูกทุกๆ3ชม. ดิฉันต้องเดินไปให้นมลูกที่ตึกกุมาร แผลผ่าคลอดก้ยังเจ็บแต่ดิฉันก้อดทนเพื่อลูกเพราะอยากให้ลูกได้กินนมดิฉัน อยากให้ลูกแข็งแรงมีภูมิต้านทานที่ดี ครั้งแรกที่ดิฉันเดินไปให้นมลูกที่ตึกกุมาร ดิฉันเห็นลูกดิฉันนอนเสื้อไม่ใส่ ใส่แต่ผ้าอ้อม มีผ้าปิดตา มีไฟสีฟ้าส่อง ที่หลังมือมีเข็มเจาะคาไว้และมีรอยเข็มอีก3-4รอย ตามหลังมือและข้อพับแขน ดิฉันเห็นลูกดิฉันอยู่ในสภาพนั้นดิฉันใจสั่นทำอะไรไม่ถูกเจ็บปวดในใจ แล้วน้ำตาดิฉันก้ไหลออกมา จนพยาบาลที่เห็นพากันตกใจถามว่าดิฉันเป็นอะไร ดิฉันส่ายหน้า และตอบพยาบาลสั่นๆว่าป่าว เพราะดิฉันพูดไม่ออก ดิฉันสงสารลูกมาก ถ้าเป็นไปได้ดิฉันอยากเป็นอยากเจ็บแทนลูกดิฉัน แต่ดิฉันก้ทำไม่ได้ ดิฉันได้แต่มองดู แล้วอุ้มลูกมากินนม ดิฉันกอดลูกไว้แนบอก ทุกครั้งที่ดิฉันมาให้นมลูกดิฉันจะให้นมลูก1ชม.ถึง1ชม.ครึ่ง ดิฉันนั่งให้ลูกดูดนมจนกว่าลูกดิฉันจะหยุดดูดเอง ทุกๆครั้งดิฉันจะกอดลูกแนบอกและบอกกับลูกว่าขอให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลายคุ้มครองลูกของแม่ขอให้หนูหายไวๆ แม่จะพาหนูกลับบ้านแม่จะอยู่ข้างๆหนูตลอดไป เราจะอยู่ด้วยกัน ดิฉันเดินไปเดินกลับระหว่างตึกที่ดิฉันพักกับตึกกุมารทุกๆวัน วันล่ะ4รอบ เป็นเวลาประมาณ1อาทิตย์ แล้วดิฉันก้ได้ย้ายจากตึกที่ดิฉันพักมาพักกับลูก3-4วัน ก้ได้ออกจากโรงพยาบาล หลังจากออกจากโรงพยาบาลดิฉันก้กลับมาพักที่อนามัยกับพ่อแม่สามี แต่ไม่ได้พักอยู่ที่บ้านพักอนามัย บ้านพักอนามัยเป็นบ้านไม้2ชั้นชั้นล่างจะเลี้ยงหมาไว้ในบ้าน ดิฉันกับลูกพักอยู่บนอนามัยในห้องบริหารของอนามัยดิฉันเลี้ยงลูกเองบนอนามัยทั้งกลางวันและกลางคืน ตอนกลางคืนแม่พ่อสามีจะมานอนด้วย แต่บางครั้งแม่ก้มานอนกับดิฉันส่วนพ่อนอนที่บ้านพัก ดิฉันเลี้ยงลูกเองตลอดเพราะกลางวันพ่อกับแม่สามีทำงาน มีแม่บ้านที่อนามัยที่ช่วยดูแลดิฉันคอยหาข้าวให้กิน บางครั้งดิฉันก้กินข้าวไปด้วยดูลูกไปด้วย ลูกดิฉันไม่ค่อยนอนหลับตอนกลางวัน ถ้านอนก้แค่5-10นาที กลางวันดิฉันจึงไม่ค่อยมีเวลาทำอะไรเลย เพราะเลี้ยงลูกเองคนเดียว แม้กระทั้งไปเข้าห้องน้ำดิฉันก้ต้องอุ้มลูกไปด้วย ส่วนช่วงเวลากลางคืนกว่าลูกดิฉันจะนอนหลับก้3-4ทุ่ม ดิฉันจึงจะได้ไปอาบน้ำ ถ้าลูกดิฉันยังไม่หลับดิฉันห่างลูกนานๆไม่ได้เพราะลูกกินนมดิฉัน ลูกติดเต้ามาก ดิฉันให้กินนมดิฉันอย่างเดียวตามคำแนะนำของโรงพยาบาลศูนย์น้ำนมแม่แนะนำให้กินถึง6เดือน ขั้นต่ำเพราะ6เดือนแรกน้ำนมแม่จะส่งผลดีและมีประโยช์นต่อลูกมาก แต่ถ้าได้กินนมแม่ไปตลอดก้จะยิ่งดี อีกไม่กี่วันดิฉันก้จะให้นมครบ6เดือน ดิฉันรุ้สึกว่าน้ำนมดิฉันลดน้อยลง อาจจะเป็นเพราะดิฉันไม่สบาย พักผ่อนน้อย เครียด นอนไม่พอ เพราะกลางวันดิฉันไม่ได้นอนเลย กลางคืนกว่าจะได้นอนก้5ทุ่ม บางครั้งก้เที่ยงคืน ตี2กับตี5ก้ตื่นให้นม  หรืออะไรดิฉันก้ไม่ทราบแน่ชัด ดิฉันสังเกตุลูกดิฉันฉี่น้อยลง แต่ก้ยังกินนมปกติ ไม่มีอาการอย่างอื่นทุกอย่างปกติดี ดิฉันก้บอกและปรึกษากับแม่สามี แม่สามีบอกว่าจะหานมชงมาให้ลูกดิฉันกินเพิ่ม สลับกับกินนมดิฉัน ดิฉันก้บอกแล้วแต่แม่สามีเพราะดิฉันก้เป็นห่วงลูกกลัวลูกกินไม่อิ่ม กลัวลูกขาดสารอาหารไม่สบายเหมือนตอนแรกที่อยู่โรงพยาบาลเพราะตอนแรกๆน้ำนมดิฉันก้ยังน้อย ดิฉันคิดว่าเพราะน้ำนมน้อยลูกได้รับสารอาหารไม่พอก้เลยไม่สบายตัวเหลืองเพราะตอนแรกที่คลอดลูกดิฉันแข็งแรงสมบูรณ์ดีน้ำหนัก3.105 ดิฉันก้เป็นห่วงและกังวนกลัวลูกจะไม่สบายอีก หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วลูกดิฉันก้ไม่เจ็บป่วยเลย ลูกดิฉันเป็นเด็กแข็งแรงและอารมย์ดีมาก ฉีดวัคซีนเข็มแรกตอนได้2เดือน ฉีดช่วงเช้าลูกดิฉันก้มีอาการง้อแง้แค่ช่วงเช้าถึงบ่าย พอตกเย็นก้อาการปกติไม่ง้อแง้ ฉีดวัคซีนครั้งที่2ไม่มีอาการง้อแง้มีไข้ต่ำๆแต่วันเดียวก้หาย หลังจากนั้นเคยมีครั้งนึงพ่อสามีพาลูกดิฉันไปเที่ยวที่วัดแห่งหนึ่งติดกับทะเล พ่อสามีพาไปช่วงเย็นๆลมแรง และไปติดๆกัน จนทำให้ลูกดิฉันไม่สบาย มีไข้ตัวร้อน ไอ วันแรกก้เช็ดตัวให้กินยาลดไข้ แก้ไอ เพราะยังไม่มีอาการอื่นๆ พออีกวันถัดมาลูกดิฉันมีน้ำมูกพ่อก้เอายาลดน้ำมูกมาให้ลูกดิฉันกิน กินยาลดน้ำมูกได้2วันลูกดิฉันเริ่มหายใจครืดคราด เสียงไอเหมือนมีเสลดเสมหะ ทั้งที่ตอนแรกลูกดิฉันหายใจปกติไม่มีเสียงดัง และไอแห้งๆ ดิฉันว่าอาการลูกดิฉันแย่กว่าเดิม ดิฉันก้ งง ว่าเกิดอะไร ดิฉันก้ทำตามที่พ่อสามีบอกทุกอย่าง วันนั้นสามีดิฉันมาดิฉันเลยบอกสามีว่าอาการลูกแย่ลงให้สามีพาไปให้พยาบาลที่อยู่เวรดูให้หน่อย พยาบาลที่อยู่เวรก้ตรวจฟังปอดฟังหัวใจตรวจอะไรบ้างดิฉันก้ไม่ได้ถามเซ้าซี้ทั้งหมดเพราะเกรงใจ แล้วพยาบาลก้บอกว่าในปอดหรือหลอดลมอะไรซักอย่างนี้แหละดิฉันจำไม่ค่อยได้พยาบาลบอกว่ามีแสลดอยู่ พยาบาลจะให้ยามากับดิฉันดิฉันเลยบอกว่ามีแล้ว พ่อสามีเอามาให้แล้ว มียาลดไข้ แก้ไอ ลดน้ำมูก พยาบาลเลยบอกว่างดให้เด็กเล็กกินยาลดน้ำมูกเด็ดขาด เพราะยาลดน้ำมูกนี้แหละที่จะทำให้เกิดแสลด หายใจครืดคราด ไอมีแสลด ดิฉันเกิดอาการ งง สงสัย สับสน ขึ้นมาทันที พ่อสามีเป็นอาวุธโสของอนามัย ไม่รุ้เรื่องยาลดน้ำมูกเหรอ ทำไมเอามาให้ลูกดิฉันกิน แต่ดิฉันก้ไม่เคยถามเคยว่าหรือพูดจาตำหนิพ่อสามีเลย ที่เอายาลดน้ำมูกมาให้ลูกดิฉันกิน พอได้ยินพยาบาลบอกดิฉันหยุดให้ยาลดน้ำมูกทันที แต่อาการลูกดิฉันก็ยังไม่ดีขึ้น มีอาการเหนื่อย หอบ พ่อสามีเลย พาไปตรวจที่โรงพยาบาล กับหมอเด็ก หมอเด็กให้พ้นยา และให้ยา ลดไข้ แก้ไอ แล้วก้มียาเม็ด 2เม็ด เป็นยาเสตียรลอยด์ หมอให้มาแค่2เม็ดสำหรับกินวันนี้แล้วนัดดูอาการพรุ่งนี้ต่อ หมอเด็กก้ห้ามกินยาลดน้ำมูกเหมือนกัน พอตกกลางคืนลูกดิฉันอาการแย่ลง ให้หมอเวรที่อยู่อนามัยตรวจบอกว่ามีเคริพหรืออะไรดิฉันฟังไม่ถนัดมันเป็นศัพของหมอดิฉันก้ไม่เข้าใจ หมอเวรที่อนามัยเลยบอกให้พ่อสามีดิฉันพาลูกดิฉันไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อความแน่ใจ ตอนแรกพ่อสามีดิฉันยังไม่อยาก
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่