คือ เรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้นะครับ มันก็ผ่านมา ซัก 5 ปีได้แล้วครับ
ตอนนั้นผมอยู่ ม. 5 ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง เป็นเพื่อผู้ชายนะครับ สนิทกันมากกกกกก แบบว่าไปไหนไปด้วย ไปห้องน้ำ ไปสหกรณ์ ไปไหนมาไหน บ่อย ๆ
จนเหมือนผมกับมันตัวติดกัน และแล้ววันหนึ่ง ก็มีเพื่อนเริ่มล้อผมกับมัน ว่าเป็นคู่เกย์กัน ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นผมไม่ได้ชอบมันซักนิดเดียว คือเราคิดกับมันแค่เพื่อน มันก็คิดกับเราแค่เพื่อน จนเพื่อน ๆ เริ่มแซวกันหนักขึ้น มันก็ทำตัวออกห่างผม ไป ทั้ง ๆ ที ผมไม่ได้ทำตัวแปลกอะไร (แต่ก็แอบหวั่น ๆใจ ในสิ่งที่เพื่อนล้อ กลัวมันเปลี่ยนไป) มันเริ่มห่างผมเรื่อย ๆ หลบหน้า หลบตา ไม่พูดกับผมถึง 3 เทอม ตอนนั้นผมก็เริ่มกังวลใจ แล้ว ว่ากูทำอะไรผิดว่ะ ถึงไม่คุยกับกู
ผมปรึกษากับเพื่อนสนิท ที่เป็นผู้หญิง คนหนึ่งว่า กูทำอะไรผิดมันถึงไม่คุยกับกู ซึ่งตอนนั้นผมก็เริ่มคิดแล้วว่า ผมเริ่มชอบมันแล้วจริง ๆหรือเปล่า ซึ่งผมก็รู้แล้วว่าผมรัก มัน พอมันเปลี่ยนไป ผมก็เหมือนเปลี่ยน เป็นคนละคน พูดน้อย ไม่สุงสิง กับใคร ไม่ร่าเริง ชีวิตอมทุกข์ ผมรู้สึกไม่มีความสุข จนแม่สังเกตอาการแปลก ๆอาการของผมได้ จึงถามผม ผมก็ไม่ตอบ จนแม่ ถามผมว่า ผมเป็นอะไร ซึ่งผมทั้งสับสน และเครียดมาก เพราะว่า ผมเป็นเกย์ ผมแอบชอบเพื่อน ผมกลัวแม่เสียใจ ผมเลยเล่าทุกอย่างให้แม่ฟัง มันเหมือน ผมยกหินออกจากอก โล่งเลยครับ
หลังจากนั้นเทอมสุดท้ายก่อนที่จะจบ ม. 6 มันก็คุยกับผม แล้วบอกว่าขอโทษ ที่ไม่ค่อยได้คุยด้วย ขอโทษที่ทำตัวเหินห่าง ที่มันทำแบบนี้ เพราะมันไม่อยากให้เพื่อนล้อผม ผมดีใจนะที่มันพูดกับผม แต่ผมเสียดายช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่มันไม่ยอมพูดกับผม สุดท้ายแล้วผมก็ยังรักมันอยู่ จนต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเรียน
ผมเรียนต่อมหาวิทยาลัย ส่วนมันเรียนโรงเรียนที่จบมาทำงานได้เลย ไม่ได้เจอกันเกือบสองปี แต่ก็ยัง โทร ยังแชทหากันบ้างว่าเปนไงสบายดีไหม
จนวันที่มันเรียนจบ มันโทรมาชวนผมให้ไปงานเลี้ยงจบ ของมัน เพราะแม่มันไม่ว่างมา ผมจึงตอบรับไปทันทีว่าจะไป
เดี๋ยวผมมาเล่าต่อนะครับ
ผมยังชอบเพื่อนสนิทผมอยู่เลย
ตอนนั้นผมอยู่ ม. 5 ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง เป็นเพื่อผู้ชายนะครับ สนิทกันมากกกกกก แบบว่าไปไหนไปด้วย ไปห้องน้ำ ไปสหกรณ์ ไปไหนมาไหน บ่อย ๆ
จนเหมือนผมกับมันตัวติดกัน และแล้ววันหนึ่ง ก็มีเพื่อนเริ่มล้อผมกับมัน ว่าเป็นคู่เกย์กัน ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นผมไม่ได้ชอบมันซักนิดเดียว คือเราคิดกับมันแค่เพื่อน มันก็คิดกับเราแค่เพื่อน จนเพื่อน ๆ เริ่มแซวกันหนักขึ้น มันก็ทำตัวออกห่างผม ไป ทั้ง ๆ ที ผมไม่ได้ทำตัวแปลกอะไร (แต่ก็แอบหวั่น ๆใจ ในสิ่งที่เพื่อนล้อ กลัวมันเปลี่ยนไป) มันเริ่มห่างผมเรื่อย ๆ หลบหน้า หลบตา ไม่พูดกับผมถึง 3 เทอม ตอนนั้นผมก็เริ่มกังวลใจ แล้ว ว่ากูทำอะไรผิดว่ะ ถึงไม่คุยกับกู
ผมปรึกษากับเพื่อนสนิท ที่เป็นผู้หญิง คนหนึ่งว่า กูทำอะไรผิดมันถึงไม่คุยกับกู ซึ่งตอนนั้นผมก็เริ่มคิดแล้วว่า ผมเริ่มชอบมันแล้วจริง ๆหรือเปล่า ซึ่งผมก็รู้แล้วว่าผมรัก มัน พอมันเปลี่ยนไป ผมก็เหมือนเปลี่ยน เป็นคนละคน พูดน้อย ไม่สุงสิง กับใคร ไม่ร่าเริง ชีวิตอมทุกข์ ผมรู้สึกไม่มีความสุข จนแม่สังเกตอาการแปลก ๆอาการของผมได้ จึงถามผม ผมก็ไม่ตอบ จนแม่ ถามผมว่า ผมเป็นอะไร ซึ่งผมทั้งสับสน และเครียดมาก เพราะว่า ผมเป็นเกย์ ผมแอบชอบเพื่อน ผมกลัวแม่เสียใจ ผมเลยเล่าทุกอย่างให้แม่ฟัง มันเหมือน ผมยกหินออกจากอก โล่งเลยครับ
หลังจากนั้นเทอมสุดท้ายก่อนที่จะจบ ม. 6 มันก็คุยกับผม แล้วบอกว่าขอโทษ ที่ไม่ค่อยได้คุยด้วย ขอโทษที่ทำตัวเหินห่าง ที่มันทำแบบนี้ เพราะมันไม่อยากให้เพื่อนล้อผม ผมดีใจนะที่มันพูดกับผม แต่ผมเสียดายช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่มันไม่ยอมพูดกับผม สุดท้ายแล้วผมก็ยังรักมันอยู่ จนต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเรียน
ผมเรียนต่อมหาวิทยาลัย ส่วนมันเรียนโรงเรียนที่จบมาทำงานได้เลย ไม่ได้เจอกันเกือบสองปี แต่ก็ยัง โทร ยังแชทหากันบ้างว่าเปนไงสบายดีไหม
จนวันที่มันเรียนจบ มันโทรมาชวนผมให้ไปงานเลี้ยงจบ ของมัน เพราะแม่มันไม่ว่างมา ผมจึงตอบรับไปทันทีว่าจะไป
เดี๋ยวผมมาเล่าต่อนะครับ