สวัสดีคะคุณผู้อ่านทั้งหลาย!! ^O^
ก่อนอื่นต้องกล่าวขอโทษ ท่านผู้อ่านทั้งหลายนะคะที่ดิฉันทำให้พวกคุณๆต้องอารมณ์ค้างไปนาน จนเกือบครบ 1 เดือน (ยังไม่ครบ 1 เดือนน๊าาาา ><" ดิฉันอัพเล่าครั้งล่าสุดวันที่ 3 เมษา นะจ๊ะ อิอิ ;p)
อย่างที่คุณๆรู้กันแหละคะ ว่าช่วงที่ผ่านมา laptop ของดิฉันไม่สามารถต่อ internet ได้ และดิฉันก็ต้องเรียนช่วงเช้า แล้วก็ดูน้องต่ออีกหลังจากเลิกเรียน ด้วยเหตุผล ทั้งหลายทั้งมวล บวกกับความเหนื่อย เปื่อย ขี้เกียจนิดๆ เลยทำให้เวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้
แต่จิงๆเวลาดิฉันว่างๆ หรือมีอารมณ์ก็จะมานั่งพิมพ์เล่าไปเรื่อยๆใส่ Word ทิ้งเอาไว้นะคะ แต่ด้วยเนื่องจากสกิลเม้าท์มอยขั้นสูงของดิฉัน แรกเริ่มเดิมทีกะว่าหากพิมพ์จบเมื่อไหร่ค่อยอัพลงกระทู้ใหม่ทีเดียว จนเวลาก็ได้ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าดิฉันจะพิมพ์เล่าเรื่องให้มันจะจบแต่อย่างใด - -"
พอดีช่วง อีสเตอร์คุณโฮสแกได้ให้ของขวัญอันล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใดแกดิฉัน คือแกซื้อกล่องกระจายสัญญาณ internet ให้ดิฉันใหม่เลยคะ คือแกไม่เรียกช่างมาดูมาซ่อมอะไรแล้ว ซื้อใหม่จบ! ฮ่าาาาา
และแล้ว... internet ก็กลับมาสู่อ้อมกอด ของดิฉันอีกคร่า ิฉันเลยตัดสินใจว่า ในเมื่อ laptop สามารถต่อ internet ได้แล้ว ดิฉันก็จะขออัพเล่าไปเรื่อยๆเหมือนแต่ก่อนละกันนะคะ เพราะถ้ารออัพทีเดียวตามความตั้งใจเดิม มีหวังเดือนหน้าก็ไม่รู้ว่าจะได้อัพเล่าต่อหรือไม่ เพราะดิฉันเป็นพวกหากินตามอารมณ์และความรู้สึก เลยต้องหาอะไรมากระตุ้นซะหน่อย ไม่งั้นมีดอง ฮ่าาาาาา
ซึ่งหากใครที่เพิ่งมาตามอ่านเจอ แล้วอยากรู้เรื่องราวก่อนหน้านี้ คุณสามารถติดตามอ่านย้อนหลังได้จาก link ที่ดิฉันแปะไว้ให้ด้านล่างนี้ได้เลยคะ
:: อภิมหากาพย์ออแพร์ ... ขอบคุณตัวเองในวันนั้น ที่ตัดสินใจมาเป็น “ออแพร์” ในวันนี้
http://pantip.com/topic/31769995/comment105
:: อภิมหากาพย์ออแพร์ ... บันทึกเรื่องเล่าของพี่เลี้ยงเด็กเมืองเบียร์
http://pantip.com/topic/31818660
==============================================================================
อย่างที่ดิฉันเคยได้บอกไปคะ ว่าช่วงวีคแรกๆหลังจากที่ได้กลับมาเยอรมัน จากช่วงหยุดปีใหม่ที่ออสเตรียนั้น เหมือนดิฉันจะได้ไปไหนมาไหนกับครอบครัวของคุณโฮสด้วยตลอด 2-3 Weekend ซึ่งส่วนใหญ่ทุกวันหยุดศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็จะกลับไปพักผ่อนที่บ้านบนเขาเช่นเคย บางอาทิตย์ก็ไปอิตาลี
ซึ่งจิงๆแล้ว ลิซี่บอกว่าวันหยุดของดิฉันคือวันเสาร์อาทิตย์ แต่คือรู้สึกว่าตั้งแต่มาถึงแทบจะไม่ได้หยุดเดินทางเลย ทุกเสาร์อาทิตย์ T T
ดังนั้นเวลากลับมาถึงบ้านที่เยอรมัน ลิซี่ก็จะให้ดิฉันพักผ่อน และเริ่มทำงานช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น ฟังดูอาจเหมือนไม่แฟร์ที่ช่วงแรกๆดิฉันไม่ได้หยุดเลย 2-3 Weekend แต่สำหรับดิฉันในช่วงนั้นมันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ได้รู้ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนมากมาย ดิฉันก็ถือว่าตัวเองได้มีโอกาสไปเที่ยวด้วย
แต่จะอ้างว่าเป็นเพราะคุณโฮสเดินทางเที่ยวตลอด ดิฉันเลยไม่ได้เดินทางเข้าเมืองสักทีก็ไม่ใช่
ส่วนนึงมันเป็นเพราะความขี้เกียจของตัวเองด้วย คือตอนมาถึงเยอรมันใหม่ๆ จำได้ว่าอาทิตย์แรกๆ มีอาทิตย์นึง คุณโฮสต้องบินไปงานเลี้ยงที่ Berlin 4 วัน ลิซี่ โฮสแม่เลยพาเลียวพอด ไปฝากให้คุณตา คุณยายที่อยู่ที่ออสเตรียดูแล เนื่องจากดิฉันเพิ่งมาใหม่ๆ อีกอย่าง ใครจะกล้าฝากลูกให้อยู่กับออแพร์แค่ 2 คน แล้วยิ่งไปนานตั้ง 4 วันอีก ใครจะกล้าจิงไหมคะ?
ดิฉันก็เลยได้อยู่บ้านคนเดียว 4 วัน ตอนอาทิตย์แรกๆที่เพิ่งมาถึงเยอรมัน แต่ด้วยอากาศที่หนาว มีหิมะตกขาวปกคลุมไปหมด ต่อมขี้เกียจดิฉันเลยทำงาน ดิฉันก็เลยได้นอนพักผ่อนจิงๆคะ นอนเกลือกกลิ้งไป กลิ้งมา เล่นเน็ต เม้าท์มอยกับเพื่อนๆ เดินไปบ้านใหญ่ทำอาหารกิน เพราะที่บ้านดิฉันไม่มีห้องครัว ต้องไปทำที่บ้านใหญ่ บ้านที่คุณโฮสอยู่เท่านั้น
โอ้ยยยยย ชิว รากงอก ฟินไป 4 วันคะ คุณผู้ชมมมมมมมมม!!
ลิซี่ โฮสแม่กลับมา นางก็ถาม...
ลิซี่: จีจี้เป็นไงบ้าง ได้เข้าไปในมิวนิคไหม? มิวนิคสวยไหม? ^^
กระเหรี่ยง: เหอะ ไม่อะ - -"
ลิซี่: ห๊ะ!! o_O! แล้ว 4 วันที่ผ่านมา เธอไปไหนอะ?
กระเหรี่ยง: (นอนกลิ้งไปมา) อยู่บ้านไง ^O^
ลิซี่: ห๊ะ!! อยู่แต่บ้าน 4 วัน?!! ไม่ออกไปไหนเลยหรอ?! o_O"
กระเหรี่ยง: ช่ายยยยยยยยยยยย!! ^O^
ลิซี่: อ้าวววววววว ทำไมไม่ออกไปหละ? มิวนิคสวยนะ ^^
กระเหรี่ยง: แฮะๆๆ ก็มันหนาวววววววววววววว อะ ช้านเลยไม่อยากออก ก็เลย(นอนกลิ้งไปมา)อยู่แต่ในบ้าน ^^"
ลิซี่: โอ๊ะ โอเครรร ^^"
ลิซี่ นางคงทึ่ง กะสกิลความขี้เกียจขั้นสูงของอิกระเหรี่ยงผู้นี้เป็นแน่แท้
ก็มันหนาววววววหนิ คุณโฮสขาาาาาาาาาาา >O<" ฮ่าาาาาาาาา
ถึงตอนนี้คิดย้อนกลับไป ก็เสียดายเวลาในตอนนั้นมาก ไม่รู้คิดยังไงถึงไม่ออกจากบ้านเข้าไปในมิวนิค คือตอนนั้นมันเหมือนแอบกลัวๆด้วยแหละคะ ด้วยความที่เพิ่งมาถึงใหม่ๆ ว่าเราไม่รู้จักใครเลย โฮสก็ไม่อยู่บ้านด้วย ขึ้นรถขึ้นรา ตรงไหน ยังไง มองออกไปนอกบ้านมันขาวโผลไปหมด อากาศข้างนอกก็หนาวอีก ความรู้สึกตอนนั้น เลยคิดว่าอยู่บ้านมันอุ่นใจที่สุด ก็เลยนอนอยู่บ้านดีกว่า แฮะๆ ^^"
จนมาวันนึง ดิฉันเริ่มรู้สึกว่า ตั้งแต่ดิฉันมาอยู่ที่นี่ ดิฉันก็อยู่แต่กับครอบครัวคุณโฮสตลอด ดิฉันไม่รู้จักใครเลย มันคงจะดีนะที่เราจะได้รู้จักและมีเพื่อนคนไทยที่อยู่แถวนี้ด้วยกัน ดิฉันเลยลองหาเพื่อนจากเวปออแพร์ของพี่ธัญญ่า ว่ามีใครมาเป็นออแพร์ที่เยอรมันบ้าง จนได้เมลล์ของแจน ผู้หญิงไทยอายุรุ่นราวคราวเดียวกันคนนึงที่มาเป็นออแพร์ที่เยอรมัน พอลองทัก คุยกันไปมา แจนก็บอกว่าเขาอยู่ไกลจากมิวนิคพอสมควร แต่วันก่อนก็มีคนไทยคนนึงมาแอดเขา ดูเหมือนว่าเพิ่งจะมาเป็นออแพร์ที่เยอรมันอยู่ในมิวนิค แล้วกำลังหาเพื่อนอยู่เหมือนกัน แจนเลยใจดีให้ Facebook ของผู้หญิงคนนี้กับดิฉัน เพื่อดิฉันจะได้ลองติดต่อทักคุยกับผู้หญิงไทยคนนี้ดู
และนี่ จึงทำให้ดิฉันได้รู้จักกับ "รุ่ง" สาวไทยรุ่นน้องที่มาเป็นออแพร์ที่มิวนิค
คุยไปคุยมาก็ได้รู้ว่า รุ่ง ก็เป็นหนึ่งในเหยื่อที่พลาดไปเรียนภาษาเยอรมันกับพี่ต. แล้วก็สมัครเข้าไปในเอเจนซี่ของพี่ต. รุ่นหลังจากดิฉันและอีฟ เรียนจบ (ซึ่งอีฟ ก็เป็นเพื่อนคนเดียวที่(พลาด)มาเรียนภาษาเยอรมันกับพี่ต.พร้อมดิฉัน ในช่วงนั้น)
ซึ่งรุ่งก็ได้จ่ายค่าเรียนภาษา 7,000 บาท (จากปกติ 14,000 บาท) เพราะรู้สึกเหมือนกับว่ารุ่งจะเรียนมาจากเกอเธ่แล้วเล่มแรก เลยมาเรียนกับพี่ต.ต่ออีกแค่เล่มเดียว และออนไลน์เอกสารหาโฮส 6,000 บาท แต่รอแล้วรอเล่า รุ่งก็ไม่ได้โฮสสักที รุ่งก็เลยลองออนไลน์หาโฮสช่วยอีกแรงจากเวป Aupair World และแล้วรุ่งก็หาโฮสได้เองโฮสจากเวป Aupair World ในที่สุดรุ่งก็เลยได้บินมาเยอรมัน ในช่วงเดือนต้นเดือนธันวาคม
รุ่งเล่าว่า ก่อนมาพี่ต.ก็ขอให้รุ่งไม่บอก เพื่อนคนอื่นๆที่(จะ)กำลังออนไลน์เอกสารกับพี่ต. แล้วขอให้บอกว่ารุ่งได้โฮสจากเอเจนซี่หาให้ ไม่ได้หาเอง เพราะพี่ต. นางกลัวจะเสียลูกค้า
คือจากที่ฟังดู เรื่องราวของรุ่งก็ฟังดูเหมือนดิฉันเป๊ะ!! เหมือนเรื่องเก่า เอามาเล่าใหม่ โดยเปลี่ยนนักแสดงตัวประกอบไปเรื่อยๆ
ตอนนั้นรุ่งกำลังจะได้บิน ก็เลยไม่อยากมีปัญหา ก็เลยไม่ได้บอกเพื่อนๆคนอื่นๆที่เรียนภาษาเยอรมันในรุ่นเดียวกัน ว่ารุ่งหาโฮสเอง ไม่ใช่ว่าได้โฮสจากพี่ต. แต่อย่างใด ตามที่พี่ต.ขอเอาไว้
จนวันนึง ก็มีเพื่อนคนนึงในกลุ่มได้มีโอกาสพูดคุยกับรุ่งว่า ทำไมรุ่งโชคดีจัง ถึงได้โฮสเร็วมาก คนอื่นๆเช่นพวกเขายังรอโฮสอยู่เลย ไม่ได้บินมาสักที รุ่งจึงตัดสินใจบอกเพื่อนคนนี้เพราะความสงสาร และไม่อาจที่จะโกหกตามคำขอร้องจากพี่ต.ได้ เนื่องจากรุ่งเข้าใจและเห็นใจถึงหัวอกของคนที่อยากมาเป็นออแพร์แล้วอยู่ในช่วงกำลังรอแมชกับโฮสดี ว่ามันเป็นเช่นไร เธอจึงตัดสินใจบอกเพื่อนคนนี้ว่า เธอไม่ได้แมชกับโฮสที่มาจากเอเจนซี่ของพี่ต. อย่างที่ทุกคนคิด หากแต่เธอหาโฮสได้เองจากเวป Aupair World ต่างหาก
หลังจากนั้นรุ่งก็ได้แนะนำเวป Aupair World ให้เพื่อนคนนี้ลองหาโฮสเองดู เป็นตัวช่วยอีกทางระหว่างรอโฮสจากทางเอเจนซี่ สักพักเพื่อนคนนี้ ก็ได้แมชกับโฮสจากเวป Aupair World ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับดิฉันและรุ่ง และเธอก็ได้บินมาเยอรมันในฐานะออแพร์ ช่วงกลางเดือนมกราคม
และพอเพื่อนคนนี้ได้แมชกับโฮสบินมาเยอรมัน รุ่งก็ตัดสินใจบอกเพื่อนอีก 2 คนที่เรียนภาษาเยอรมันกับพี่ต. และได้สมัครเอเจนซี่ของพี่ต.ในรุ่นเดียวกันกับเธอ และยังคงกำลังรอแมชกับโฮสอยู่ ว่าเธอและเพื่อนอีกคนได้หาโฮสเอง ไม่ได้แมชกับโฮสของเอเจนซี่ของพี่ต. แต่อย่างใด และแล้วเพื่อนอีก 2 ก็ลองหาโฮสเองจากเวป Aupair World ตามคำแนะนำของรุ่ง และท้ายที่สุดเพื่อน 2 คนนี้ก็ได้แมชกับโฮสที่อยู่ในใกล้ๆมิวนิค จากเวป Aupair World เช่นกัน
เชื่อไหมคะ ว่ากว่าที่ดิฉันจะได้ฤกษ์ย่างกรายพาตัวเองออกจากกะลา พาตัวเองเดินออกมานอกรั้วบ้าน ออกมาเห็นโลกภายนอก กับการเดินทางเข้าไปในมิวนิคครั้งแรก ระยะเวลาก็ล่วงเลยมาเป็นเวลา “เดือนครึ่ง!” แล้ว
คืออย่างที่ดิฉันบอกคะ ว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างเที่ยวเยอะ แล้วช่วงแรกๆดิฉันก็ต้องไปไหนมาไหนกับครอบครัวคุณโฮสตลอด บวกกับอากาศที่หนาวและความขี้เกียจที่มีอยู่ในตัวด้วย ดิฉันเลยไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้ก้าวขาออกจากกะลา ออกไปเที่ยวเองสักที
เมื่อดิฉันได้รู้จักกับรุ่งที่เป็นออแพร์อยู่ในมิวนิค นางก็ได้ชักชวน แงะ แกะ กระแซะ ดิฉันที่ดักดานอยู่แต่ในบ้าน ให้ออกมานอกกะลา ออกมาเห็นผู้คนมากมาย เห็นโลกภายนอกที่อยู่นอกกะลาครั้งแรกสักที
และแล้ว ดิฉันก็ตัดสินใจเดินทางเข้ามิวนิคครั้งแรก เพื่อที่จะเข้าไปพบกับรุ่งคะ…
จำได้ว่าก่อนออกจากบ้านก็หาข้อมูลใน internet ว่าต้องขึ้นลงรถ อะไร ยังไง ที่ไหน อย่างไร ราคาเท่าไหร่?
เนื่องจากตอนแรกภาษาเยอรมันดิฉันแทบไม่กระดิก แถมความรู้เก่าที่มีอยู่น้อยนิดก็ได้เอาคืนลงไหถ่วงน้ำไปหมดแล้ว ดิฉันก็ลองหาข้อมูลตามเวป หรือบล็อคคนไทยที่เคยมาเที่ยว หรืออาศัยอยู่ในมิวนิค ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีคนอธิบายแต่โซนต่างๆ และระบบขนส่งในมิวนิคโดยรวมๆ แล้วบอกแต่ว่าเราสามารถกดซื้อตั๋วได้จากเครื่องขายตั๋วที่ตั้งอยู่ตามสถานี
คำถามคือ... แล้วหน้าบ้านช้านมันมีแต่ทุ่งหญ้า ฝูงวัว แล้วดิฉันจะไปกดซื้อตั๋วจากไหนมิทราบ ห๊ะ!?? - -"
คือที่นี่กระเป๋ารถเมล์ มันก็ไม่มีแบบที่ไทยซะด้วยสิ แล้วช้านจะจ่ายตังยังไงอะ? - -" ในเมื่อมันไม่มีเครื่องขายตั๋วตั้งอยู่หน้าป้ายรถเมล์หน้าบ้านช้าน - -a
เอ๊ะหรือ เราสามารถซื้อกับคนขับรถได้? แต่ราคาค่าตั๋วมันจะชาร์ทแพงกว่าซื้อเองกับตู้หรือป่าวนะ? แต่ถ้ามันไม่มีตู้ก็ต้องซื้อกะคนขับนี่แหละ แต่ลองถามโฮสเอาไว้เป็นข้อมูลดีกว่า เพราะถ้าราคาซื้อกับคนขับแพงกว่าซื้อเองกับตู้ขายตั๋ว ตอนเข้าไปในมิวนิคจะได้กดซื้อจากตู้เพื่อเก็บเอาไว้ใช้รอบหน้าด้วยเลย
ท้ายสุด ดิฉันก็ตัดสินใจเดินไปถามคุณโฮส เพราะแกเป็นคนที่นี่แกก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องทำยังไง (กะหาข้อมูลพึ่งตัวเองซะหน่อยสุดท้ายก็ไม่รอด ฮ่าาาาา)
พอไปถามโฮสพ่อว่า...
อิกระเหรี่ยง: เธอรู้ไหมว่าถ้าช้านจะนั่งรถบัสจากหน้าบ้านไปที่สถานีรถไฟใน Starnberg (เมืองที่ดิฉันอยู่) เข้าไปในมิวนิค ช้านต้องซื้อตั๋วจากไหนหรอ? เพราะว่าช้านหาข้อมูล เขาบอกแต่ว่าช้านสามารถกดซื้อตั๋วได้ที่ตู้ประจำสถานี แต่หน้าบ้านเราไม่มีตู้ซื้อตั๋วอะ แล้วช้านจะไปหาตั๋วจากไหน? คือซื้อจากคนขับได้หรือป่าว? แล้วราคาค่าตั๋วซื้อกับคนขับรถมันจะชาร์ทแพงกว่าซื้อเองจากตู้ขายตั๋วหรือป่าว?
คุณโฮสยิ้มแล้วตอบกลับมาว่า...
โฮสพ่อ: เอิ่มมมมม ช้านก็ไม่รู้เหมือนกันอะ ช้านไม่เคยขึ้นรถบัส ^^"
อิกระเหรี่ยง: (จ๊ะ! เลิศศศศศศศ) T T
โชคดีที่ Max ลูกชายคนโตของคุณโฮส อยู่ตรงนั้นพอดี โฮสพ่อเลยถามลูกชาย ว่าตามปกติเราสามารถซื้อตั๋วจากคนขับได้ไหม Max บอกซื้อได้จากคนขับรถเลย แล้วราคาค่าตั๋วก็เท่ากันไม่ว่าจะซื้อกับตู้หรือคนขับ
เอิ่มมมมม ขอบจัยนะ Max รอดตายไปตรู T T
และแล้ว ในที่สุดดิฉันก็ได้ก้าวออกจากะลา มาเหยียบมิวนิค และมาพบกับรุ่ง เพื่อนสาวคนแรกที่เยอรมันเป็นครั้งแรกสักที!
.
.
สวัสดี Munich!!
อภิมหากาพย์ออแพร์ ... บันทึกเรื่องเล่าของพี่เลี้ยงเด็กเมืองเบียร์ :: (ปิดมหากาพย์ ภาคจบ)
ก่อนอื่นต้องกล่าวขอโทษ ท่านผู้อ่านทั้งหลายนะคะที่ดิฉันทำให้พวกคุณๆต้องอารมณ์ค้างไปนาน จนเกือบครบ 1 เดือน (ยังไม่ครบ 1 เดือนน๊าาาา ><" ดิฉันอัพเล่าครั้งล่าสุดวันที่ 3 เมษา นะจ๊ะ อิอิ ;p)
อย่างที่คุณๆรู้กันแหละคะ ว่าช่วงที่ผ่านมา laptop ของดิฉันไม่สามารถต่อ internet ได้ และดิฉันก็ต้องเรียนช่วงเช้า แล้วก็ดูน้องต่ออีกหลังจากเลิกเรียน ด้วยเหตุผล ทั้งหลายทั้งมวล บวกกับความเหนื่อย เปื่อย ขี้เกียจนิดๆ เลยทำให้เวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้
แต่จิงๆเวลาดิฉันว่างๆ หรือมีอารมณ์ก็จะมานั่งพิมพ์เล่าไปเรื่อยๆใส่ Word ทิ้งเอาไว้นะคะ แต่ด้วยเนื่องจากสกิลเม้าท์มอยขั้นสูงของดิฉัน แรกเริ่มเดิมทีกะว่าหากพิมพ์จบเมื่อไหร่ค่อยอัพลงกระทู้ใหม่ทีเดียว จนเวลาก็ได้ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าดิฉันจะพิมพ์เล่าเรื่องให้มันจะจบแต่อย่างใด - -"
พอดีช่วง อีสเตอร์คุณโฮสแกได้ให้ของขวัญอันล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใดแกดิฉัน คือแกซื้อกล่องกระจายสัญญาณ internet ให้ดิฉันใหม่เลยคะ คือแกไม่เรียกช่างมาดูมาซ่อมอะไรแล้ว ซื้อใหม่จบ! ฮ่าาาาา
และแล้ว... internet ก็กลับมาสู่อ้อมกอด ของดิฉันอีกคร่า ิฉันเลยตัดสินใจว่า ในเมื่อ laptop สามารถต่อ internet ได้แล้ว ดิฉันก็จะขออัพเล่าไปเรื่อยๆเหมือนแต่ก่อนละกันนะคะ เพราะถ้ารออัพทีเดียวตามความตั้งใจเดิม มีหวังเดือนหน้าก็ไม่รู้ว่าจะได้อัพเล่าต่อหรือไม่ เพราะดิฉันเป็นพวกหากินตามอารมณ์และความรู้สึก เลยต้องหาอะไรมากระตุ้นซะหน่อย ไม่งั้นมีดอง ฮ่าาาาาา
ซึ่งหากใครที่เพิ่งมาตามอ่านเจอ แล้วอยากรู้เรื่องราวก่อนหน้านี้ คุณสามารถติดตามอ่านย้อนหลังได้จาก link ที่ดิฉันแปะไว้ให้ด้านล่างนี้ได้เลยคะ
:: อภิมหากาพย์ออแพร์ ... ขอบคุณตัวเองในวันนั้น ที่ตัดสินใจมาเป็น “ออแพร์” ในวันนี้
http://pantip.com/topic/31769995/comment105
:: อภิมหากาพย์ออแพร์ ... บันทึกเรื่องเล่าของพี่เลี้ยงเด็กเมืองเบียร์
http://pantip.com/topic/31818660
==============================================================================
อย่างที่ดิฉันเคยได้บอกไปคะ ว่าช่วงวีคแรกๆหลังจากที่ได้กลับมาเยอรมัน จากช่วงหยุดปีใหม่ที่ออสเตรียนั้น เหมือนดิฉันจะได้ไปไหนมาไหนกับครอบครัวของคุณโฮสด้วยตลอด 2-3 Weekend ซึ่งส่วนใหญ่ทุกวันหยุดศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็จะกลับไปพักผ่อนที่บ้านบนเขาเช่นเคย บางอาทิตย์ก็ไปอิตาลี
ซึ่งจิงๆแล้ว ลิซี่บอกว่าวันหยุดของดิฉันคือวันเสาร์อาทิตย์ แต่คือรู้สึกว่าตั้งแต่มาถึงแทบจะไม่ได้หยุดเดินทางเลย ทุกเสาร์อาทิตย์ T T
ดังนั้นเวลากลับมาถึงบ้านที่เยอรมัน ลิซี่ก็จะให้ดิฉันพักผ่อน และเริ่มทำงานช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น ฟังดูอาจเหมือนไม่แฟร์ที่ช่วงแรกๆดิฉันไม่ได้หยุดเลย 2-3 Weekend แต่สำหรับดิฉันในช่วงนั้นมันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ได้รู้ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนมากมาย ดิฉันก็ถือว่าตัวเองได้มีโอกาสไปเที่ยวด้วย
แต่จะอ้างว่าเป็นเพราะคุณโฮสเดินทางเที่ยวตลอด ดิฉันเลยไม่ได้เดินทางเข้าเมืองสักทีก็ไม่ใช่
ส่วนนึงมันเป็นเพราะความขี้เกียจของตัวเองด้วย คือตอนมาถึงเยอรมันใหม่ๆ จำได้ว่าอาทิตย์แรกๆ มีอาทิตย์นึง คุณโฮสต้องบินไปงานเลี้ยงที่ Berlin 4 วัน ลิซี่ โฮสแม่เลยพาเลียวพอด ไปฝากให้คุณตา คุณยายที่อยู่ที่ออสเตรียดูแล เนื่องจากดิฉันเพิ่งมาใหม่ๆ อีกอย่าง ใครจะกล้าฝากลูกให้อยู่กับออแพร์แค่ 2 คน แล้วยิ่งไปนานตั้ง 4 วันอีก ใครจะกล้าจิงไหมคะ?
ดิฉันก็เลยได้อยู่บ้านคนเดียว 4 วัน ตอนอาทิตย์แรกๆที่เพิ่งมาถึงเยอรมัน แต่ด้วยอากาศที่หนาว มีหิมะตกขาวปกคลุมไปหมด ต่อมขี้เกียจดิฉันเลยทำงาน ดิฉันก็เลยได้นอนพักผ่อนจิงๆคะ นอนเกลือกกลิ้งไป กลิ้งมา เล่นเน็ต เม้าท์มอยกับเพื่อนๆ เดินไปบ้านใหญ่ทำอาหารกิน เพราะที่บ้านดิฉันไม่มีห้องครัว ต้องไปทำที่บ้านใหญ่ บ้านที่คุณโฮสอยู่เท่านั้น
โอ้ยยยยย ชิว รากงอก ฟินไป 4 วันคะ คุณผู้ชมมมมมมมมม!!
ลิซี่ โฮสแม่กลับมา นางก็ถาม...
ลิซี่: จีจี้เป็นไงบ้าง ได้เข้าไปในมิวนิคไหม? มิวนิคสวยไหม? ^^
กระเหรี่ยง: เหอะ ไม่อะ - -"
ลิซี่: ห๊ะ!! o_O! แล้ว 4 วันที่ผ่านมา เธอไปไหนอะ?
กระเหรี่ยง: (นอนกลิ้งไปมา) อยู่บ้านไง ^O^
ลิซี่: ห๊ะ!! อยู่แต่บ้าน 4 วัน?!! ไม่ออกไปไหนเลยหรอ?! o_O"
กระเหรี่ยง: ช่ายยยยยยยยยยยย!! ^O^
ลิซี่: อ้าวววววววว ทำไมไม่ออกไปหละ? มิวนิคสวยนะ ^^
กระเหรี่ยง: แฮะๆๆ ก็มันหนาวววววววววววววว อะ ช้านเลยไม่อยากออก ก็เลย(นอนกลิ้งไปมา)อยู่แต่ในบ้าน ^^"
ลิซี่: โอ๊ะ โอเครรร ^^"
ลิซี่ นางคงทึ่ง กะสกิลความขี้เกียจขั้นสูงของอิกระเหรี่ยงผู้นี้เป็นแน่แท้
ก็มันหนาววววววหนิ คุณโฮสขาาาาาาาาาาา >O<" ฮ่าาาาาาาาา
ถึงตอนนี้คิดย้อนกลับไป ก็เสียดายเวลาในตอนนั้นมาก ไม่รู้คิดยังไงถึงไม่ออกจากบ้านเข้าไปในมิวนิค คือตอนนั้นมันเหมือนแอบกลัวๆด้วยแหละคะ ด้วยความที่เพิ่งมาถึงใหม่ๆ ว่าเราไม่รู้จักใครเลย โฮสก็ไม่อยู่บ้านด้วย ขึ้นรถขึ้นรา ตรงไหน ยังไง มองออกไปนอกบ้านมันขาวโผลไปหมด อากาศข้างนอกก็หนาวอีก ความรู้สึกตอนนั้น เลยคิดว่าอยู่บ้านมันอุ่นใจที่สุด ก็เลยนอนอยู่บ้านดีกว่า แฮะๆ ^^"
จนมาวันนึง ดิฉันเริ่มรู้สึกว่า ตั้งแต่ดิฉันมาอยู่ที่นี่ ดิฉันก็อยู่แต่กับครอบครัวคุณโฮสตลอด ดิฉันไม่รู้จักใครเลย มันคงจะดีนะที่เราจะได้รู้จักและมีเพื่อนคนไทยที่อยู่แถวนี้ด้วยกัน ดิฉันเลยลองหาเพื่อนจากเวปออแพร์ของพี่ธัญญ่า ว่ามีใครมาเป็นออแพร์ที่เยอรมันบ้าง จนได้เมลล์ของแจน ผู้หญิงไทยอายุรุ่นราวคราวเดียวกันคนนึงที่มาเป็นออแพร์ที่เยอรมัน พอลองทัก คุยกันไปมา แจนก็บอกว่าเขาอยู่ไกลจากมิวนิคพอสมควร แต่วันก่อนก็มีคนไทยคนนึงมาแอดเขา ดูเหมือนว่าเพิ่งจะมาเป็นออแพร์ที่เยอรมันอยู่ในมิวนิค แล้วกำลังหาเพื่อนอยู่เหมือนกัน แจนเลยใจดีให้ Facebook ของผู้หญิงคนนี้กับดิฉัน เพื่อดิฉันจะได้ลองติดต่อทักคุยกับผู้หญิงไทยคนนี้ดู
และนี่ จึงทำให้ดิฉันได้รู้จักกับ "รุ่ง" สาวไทยรุ่นน้องที่มาเป็นออแพร์ที่มิวนิค
คุยไปคุยมาก็ได้รู้ว่า รุ่ง ก็เป็นหนึ่งในเหยื่อที่พลาดไปเรียนภาษาเยอรมันกับพี่ต. แล้วก็สมัครเข้าไปในเอเจนซี่ของพี่ต. รุ่นหลังจากดิฉันและอีฟ เรียนจบ (ซึ่งอีฟ ก็เป็นเพื่อนคนเดียวที่(พลาด)มาเรียนภาษาเยอรมันกับพี่ต.พร้อมดิฉัน ในช่วงนั้น)
ซึ่งรุ่งก็ได้จ่ายค่าเรียนภาษา 7,000 บาท (จากปกติ 14,000 บาท) เพราะรู้สึกเหมือนกับว่ารุ่งจะเรียนมาจากเกอเธ่แล้วเล่มแรก เลยมาเรียนกับพี่ต.ต่ออีกแค่เล่มเดียว และออนไลน์เอกสารหาโฮส 6,000 บาท แต่รอแล้วรอเล่า รุ่งก็ไม่ได้โฮสสักที รุ่งก็เลยลองออนไลน์หาโฮสช่วยอีกแรงจากเวป Aupair World และแล้วรุ่งก็หาโฮสได้เองโฮสจากเวป Aupair World ในที่สุดรุ่งก็เลยได้บินมาเยอรมัน ในช่วงเดือนต้นเดือนธันวาคม
รุ่งเล่าว่า ก่อนมาพี่ต.ก็ขอให้รุ่งไม่บอก เพื่อนคนอื่นๆที่(จะ)กำลังออนไลน์เอกสารกับพี่ต. แล้วขอให้บอกว่ารุ่งได้โฮสจากเอเจนซี่หาให้ ไม่ได้หาเอง เพราะพี่ต. นางกลัวจะเสียลูกค้า
คือจากที่ฟังดู เรื่องราวของรุ่งก็ฟังดูเหมือนดิฉันเป๊ะ!! เหมือนเรื่องเก่า เอามาเล่าใหม่ โดยเปลี่ยนนักแสดงตัวประกอบไปเรื่อยๆ
ตอนนั้นรุ่งกำลังจะได้บิน ก็เลยไม่อยากมีปัญหา ก็เลยไม่ได้บอกเพื่อนๆคนอื่นๆที่เรียนภาษาเยอรมันในรุ่นเดียวกัน ว่ารุ่งหาโฮสเอง ไม่ใช่ว่าได้โฮสจากพี่ต. แต่อย่างใด ตามที่พี่ต.ขอเอาไว้
จนวันนึง ก็มีเพื่อนคนนึงในกลุ่มได้มีโอกาสพูดคุยกับรุ่งว่า ทำไมรุ่งโชคดีจัง ถึงได้โฮสเร็วมาก คนอื่นๆเช่นพวกเขายังรอโฮสอยู่เลย ไม่ได้บินมาสักที รุ่งจึงตัดสินใจบอกเพื่อนคนนี้เพราะความสงสาร และไม่อาจที่จะโกหกตามคำขอร้องจากพี่ต.ได้ เนื่องจากรุ่งเข้าใจและเห็นใจถึงหัวอกของคนที่อยากมาเป็นออแพร์แล้วอยู่ในช่วงกำลังรอแมชกับโฮสดี ว่ามันเป็นเช่นไร เธอจึงตัดสินใจบอกเพื่อนคนนี้ว่า เธอไม่ได้แมชกับโฮสที่มาจากเอเจนซี่ของพี่ต. อย่างที่ทุกคนคิด หากแต่เธอหาโฮสได้เองจากเวป Aupair World ต่างหาก
หลังจากนั้นรุ่งก็ได้แนะนำเวป Aupair World ให้เพื่อนคนนี้ลองหาโฮสเองดู เป็นตัวช่วยอีกทางระหว่างรอโฮสจากทางเอเจนซี่ สักพักเพื่อนคนนี้ ก็ได้แมชกับโฮสจากเวป Aupair World ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับดิฉันและรุ่ง และเธอก็ได้บินมาเยอรมันในฐานะออแพร์ ช่วงกลางเดือนมกราคม
และพอเพื่อนคนนี้ได้แมชกับโฮสบินมาเยอรมัน รุ่งก็ตัดสินใจบอกเพื่อนอีก 2 คนที่เรียนภาษาเยอรมันกับพี่ต. และได้สมัครเอเจนซี่ของพี่ต.ในรุ่นเดียวกันกับเธอ และยังคงกำลังรอแมชกับโฮสอยู่ ว่าเธอและเพื่อนอีกคนได้หาโฮสเอง ไม่ได้แมชกับโฮสของเอเจนซี่ของพี่ต. แต่อย่างใด และแล้วเพื่อนอีก 2 ก็ลองหาโฮสเองจากเวป Aupair World ตามคำแนะนำของรุ่ง และท้ายที่สุดเพื่อน 2 คนนี้ก็ได้แมชกับโฮสที่อยู่ในใกล้ๆมิวนิค จากเวป Aupair World เช่นกัน
เชื่อไหมคะ ว่ากว่าที่ดิฉันจะได้ฤกษ์ย่างกรายพาตัวเองออกจากกะลา พาตัวเองเดินออกมานอกรั้วบ้าน ออกมาเห็นโลกภายนอก กับการเดินทางเข้าไปในมิวนิคครั้งแรก ระยะเวลาก็ล่วงเลยมาเป็นเวลา “เดือนครึ่ง!” แล้ว
คืออย่างที่ดิฉันบอกคะ ว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างเที่ยวเยอะ แล้วช่วงแรกๆดิฉันก็ต้องไปไหนมาไหนกับครอบครัวคุณโฮสตลอด บวกกับอากาศที่หนาวและความขี้เกียจที่มีอยู่ในตัวด้วย ดิฉันเลยไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้ก้าวขาออกจากกะลา ออกไปเที่ยวเองสักที
เมื่อดิฉันได้รู้จักกับรุ่งที่เป็นออแพร์อยู่ในมิวนิค นางก็ได้ชักชวน แงะ แกะ กระแซะ ดิฉันที่ดักดานอยู่แต่ในบ้าน ให้ออกมานอกกะลา ออกมาเห็นผู้คนมากมาย เห็นโลกภายนอกที่อยู่นอกกะลาครั้งแรกสักที
และแล้ว ดิฉันก็ตัดสินใจเดินทางเข้ามิวนิคครั้งแรก เพื่อที่จะเข้าไปพบกับรุ่งคะ…
จำได้ว่าก่อนออกจากบ้านก็หาข้อมูลใน internet ว่าต้องขึ้นลงรถ อะไร ยังไง ที่ไหน อย่างไร ราคาเท่าไหร่?
เนื่องจากตอนแรกภาษาเยอรมันดิฉันแทบไม่กระดิก แถมความรู้เก่าที่มีอยู่น้อยนิดก็ได้เอาคืนลงไหถ่วงน้ำไปหมดแล้ว ดิฉันก็ลองหาข้อมูลตามเวป หรือบล็อคคนไทยที่เคยมาเที่ยว หรืออาศัยอยู่ในมิวนิค ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีคนอธิบายแต่โซนต่างๆ และระบบขนส่งในมิวนิคโดยรวมๆ แล้วบอกแต่ว่าเราสามารถกดซื้อตั๋วได้จากเครื่องขายตั๋วที่ตั้งอยู่ตามสถานี
คำถามคือ... แล้วหน้าบ้านช้านมันมีแต่ทุ่งหญ้า ฝูงวัว แล้วดิฉันจะไปกดซื้อตั๋วจากไหนมิทราบ ห๊ะ!?? - -"
คือที่นี่กระเป๋ารถเมล์ มันก็ไม่มีแบบที่ไทยซะด้วยสิ แล้วช้านจะจ่ายตังยังไงอะ? - -" ในเมื่อมันไม่มีเครื่องขายตั๋วตั้งอยู่หน้าป้ายรถเมล์หน้าบ้านช้าน - -a
เอ๊ะหรือ เราสามารถซื้อกับคนขับรถได้? แต่ราคาค่าตั๋วมันจะชาร์ทแพงกว่าซื้อเองกับตู้หรือป่าวนะ? แต่ถ้ามันไม่มีตู้ก็ต้องซื้อกะคนขับนี่แหละ แต่ลองถามโฮสเอาไว้เป็นข้อมูลดีกว่า เพราะถ้าราคาซื้อกับคนขับแพงกว่าซื้อเองกับตู้ขายตั๋ว ตอนเข้าไปในมิวนิคจะได้กดซื้อจากตู้เพื่อเก็บเอาไว้ใช้รอบหน้าด้วยเลย
ท้ายสุด ดิฉันก็ตัดสินใจเดินไปถามคุณโฮส เพราะแกเป็นคนที่นี่แกก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องทำยังไง (กะหาข้อมูลพึ่งตัวเองซะหน่อยสุดท้ายก็ไม่รอด ฮ่าาาาา)
พอไปถามโฮสพ่อว่า...
อิกระเหรี่ยง: เธอรู้ไหมว่าถ้าช้านจะนั่งรถบัสจากหน้าบ้านไปที่สถานีรถไฟใน Starnberg (เมืองที่ดิฉันอยู่) เข้าไปในมิวนิค ช้านต้องซื้อตั๋วจากไหนหรอ? เพราะว่าช้านหาข้อมูล เขาบอกแต่ว่าช้านสามารถกดซื้อตั๋วได้ที่ตู้ประจำสถานี แต่หน้าบ้านเราไม่มีตู้ซื้อตั๋วอะ แล้วช้านจะไปหาตั๋วจากไหน? คือซื้อจากคนขับได้หรือป่าว? แล้วราคาค่าตั๋วซื้อกับคนขับรถมันจะชาร์ทแพงกว่าซื้อเองจากตู้ขายตั๋วหรือป่าว?
คุณโฮสยิ้มแล้วตอบกลับมาว่า...
โฮสพ่อ: เอิ่มมมมม ช้านก็ไม่รู้เหมือนกันอะ ช้านไม่เคยขึ้นรถบัส ^^"
อิกระเหรี่ยง: (จ๊ะ! เลิศศศศศศศ) T T
โชคดีที่ Max ลูกชายคนโตของคุณโฮส อยู่ตรงนั้นพอดี โฮสพ่อเลยถามลูกชาย ว่าตามปกติเราสามารถซื้อตั๋วจากคนขับได้ไหม Max บอกซื้อได้จากคนขับรถเลย แล้วราคาค่าตั๋วก็เท่ากันไม่ว่าจะซื้อกับตู้หรือคนขับ
เอิ่มมมมม ขอบจัยนะ Max รอดตายไปตรู T T
และแล้ว ในที่สุดดิฉันก็ได้ก้าวออกจากะลา มาเหยียบมิวนิค และมาพบกับรุ่ง เพื่อนสาวคนแรกที่เยอรมันเป็นครั้งแรกสักที!
.
.
สวัสดี Munich!!