เรื่องเล่าในอดีต..........ประเพณีไหว้พระจันทร์

ขึ้นหัวกระทู้แบบนี้อาจจะสงสัยกันว่า ประเพณีไหว้พระจันทร์มันเกี่ยวข้องกับการเมืองได้ยังไงกัน ?  ขอตอบว่ามันไม่เกี่ยวกัน แต่พื้นฐานความคิดมันเหมือนกัน
จุดประสงค์การตั้งหัวกระทู้นี้เพื่อเป็นการเล่าเรื่องย้อนอดีตให้ความรู้กับคนรุ่นใหม่  และเพื่อพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคม สภาพแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงทางทัศนะความคิด

คนรุ่นปัจจุบันนี้คงจะสงสัยว่า มีประเพณีไหว้พระจัมทร์ด้วยหรือ?  ขอตอบว่าเคยมี ซึ่งถ้าถามคนจีนรุ่นเก่าๆ ก็จะทราบกันดี
ประเพณีนี้จะมี 1 วันในรอบ 1 ปี วันที่พระจันทร์เต็มดวง(จขกท.ไม่ทราบว่าวันไหน) ที่บ้านของ จขกท. และเพื่อนบ้านเคยจัดมาแล้ว วิธีการก็คือจะจัดโต๊ะตั้งไว้ที่หน้าบ้านแล้วเอาขนมไหว้พระจันทร์ มาไหว้พระจันทร์ตั้งแต่เวลา 18.00 น จนเลิกไหว้ในตอนดึกจึงเก็บข้าวของ ประเพณีนี้นอกจากในประเทศไทยแล้ว ยังมีที่อื่นๆ ที่คนจีนอาศัยอยู่ด้วยเช่นฮ่องกง ใต้หวัน (ยกเว้นในประเทศจีนสมัยที่คอมมิวนิสต์ปกครอง เพราะเขาไม่ให้เชื่อในสิ่งนี้)

ปี พศ.2512 อเมริกาส่งยานอวกาศอพอลโลขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ นีล อาร์มสตรอง ได้ฝากรอยเท้าไว้ที่บนดวงจันทร์  ข่าวนี้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับบรรดาผู้อาวุโสในหมู่คนจีน และสั่นสะเทือนต่อประเพณีไหว้พระจันทร์ เพราะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเพณีไหว้พระจันทร์ได้สูญหายไป  ดวงจันทร์ไม่ใช่ที่จะต้องสักการะบูชาต่อไปแล้ว ไม่มีกระต่าย ไม่มีนางฟ้าบนดวงจันทร์แล้ว  สมัยนั้นมารดาของ จขกท.และบรรดาคนจีนที่อาวุโสต่างวิภากวิจารณ์อย่างหนักว่า ข่าวมนุษย์อวกาศไปเหยียบดวงจันทร์นั้น ไม่เป็นความจริง  อย่างไรก็ดีประเพณีไหว้พระจันทร์ก็ได้เสื่อมถอยลงจนไม่มีในปัจจุบันมาเป็นเวลานานแล้ว

สิ่งที่จะบอกคือ.........สังคมได้ก้าวเจริญรุดหน้าอยู่ตลอดเวลา ความจริง ความก้าวหน้า วิทยาศาสตร์ได้เข้ามาแทนที่ความเชื่อดั้งเดิม เข้ามาแทนที่วิถีชีวิตดั้งเดิม จึงขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ที่กำลังพัฒนาหรือไม่?  มารดา จขกท.ดูเหมือนจะปรับตัวยาก แต่ยังไงๆ ก็ต้องยอมรับมัน
เช่นเดียวกับ ระบอบประชาธิปไตยยังไงๆ ก็ต้องเข้ามาแทนที่ระบอบราชาธิปไตย เผด็จการ และคอมมิวนิสต์  

ท่านละ..........ท่านสามารถประบตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้หรือไม่?  ท่านยอมรับมันหรือไม่?
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่