เพื่อนๆ คิดอย่างไรกับนักเขียนไทยรุ่นใหม่บ้างครับ

สำหรับหลายคน กระทู้นี้อาจเป็นกระทู้ล่อเป้า หาเรื่องถูกด่า แต่ขอระบายสักทีเถอะครับ อัดอั้นมานานแล้ว ช่วงนี้ หนังสือรวมเรื่องสั้นออกมาหลายเล่มมากเพราะเตรียมรับเทศกาลซีไรต์ที่ปีนี้ถึงคิวของรวมเรื่องสั้น หลายเล่มเป็นรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของ"นักเขียน"รุ่นใหม่ที่ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน (หลายปีมานี้ อ่านหนังสือวรรณกรรมไทยน้อยลงมากครับ อย่าถามเหตุผลนะครับ หลายคนอาจไม่อยากฟัง) สิ่งหนึ่งผมเห็นแทบจะทุกเล่มที่หยิบขึ้นมาเปิดดูคือ นักเขียนเหล่านี้จะต้องอ้างถึง"ชื่อ"ของนักเขียนตะวันตก (หรือตะวันออก อย่างญี่ปุ่น) มาปะไว้ในข้อความส่วนใดส่วนหนึ่งของเรื่อง อาจเป็นเชิงว่าตัวเอกซึ่งเป็นผู้เล่าเรื่อง (เล่าเรื่องด้วยการใช้สรรพนาม "ผม" หรือ "ฉัน") รำพึงรำพันอยู่ในใจแล้วก็นึกถึงนักเขียนคนนั้นคนนี้ขึ้นมา บ่อยครั้ง นักเขียนที่เอ่ยถึงไม่ได้เกี่ยวพันกับเหตุการณ์ในเรื่องแต่อย่างใด หรือแม้จะอ้างว่าความคิดของนักเขียนคนนั้นบังเอิญตรงกับสิ่งที่ตัวละครประสบอยู่พอดี แต่สุดท้าย ก็ไม่ได้นำไปสู่การเปรียบเทียบความเหมือนหรือความต่างระหว่างตัวบททั้งสองแต่อย่างใด หรือบางคนเล่นง่ายกว่านั้นอีก ด้วยการบอกเอาดื้อๆ เลยว่าตัวเอกชอบนักเขียนชื่อนั้นชื่อนี้ แล้วส่วนมากก็มักจะเป็นนักเขียนชื่อซ้ำๆ (และมีผลงานแปลเป็นไทยแล้วทั้งสิ้น) ราวกับว่าทั้งเมืองไทยมีหนังสือของนักเขียนต่างชาติให้อ่านอยู่ไม่กี่คน จนผมเริ่มรู้สึกว่านักเขียนเหล่านี้จริงๆ แล้วแค่อยากโชว์ภูมิของตัวเองเท่านั้นเองว่า เฮ้ย ฉันอ่านงานของคนดังคนนั้นคนนี้นะเฟ้ย จนทำให้การอ้างชื่อนักเขียนคนดังเป็นเพียงการกระทำที่เรียกว่า name-dropping คือโชว์ว่าฉันรู้จักคนชื่อนั้นชื่อนี้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ตนเอง ทั้งๆ ที่บางครั้ง ไม่ได้รู้จักคนเหล่านั้นอย่างละเอียดลึกซื้งแต่ประการใดไม่ (จริงๆ นักเขียนรุ่นใหม่เหล่านั้นอาจปลาบปลื้มนักเขียนใหญ่จนเข้าถึงอย่างถ่องแท้ก็ได้ ผมไม่ทราบ แต่อาจเป็นเพราะวรรณศิลป์อันอ่อนด้อยของนักเขียนมือใหม่เองที่ทำให้การเอ่ยอ้างชื่อฟังดูเป็นเพียงการพูดถึงอย่างเลื่อนลอยไร้ความหมาย ไร้ประโยชน์ต่อการดำเนินเรื่องของตน ไม่อีกที ก็คือผมงี่เง่าเองที่มองไม่เห็นความล้ำลึกของนักเขียนหนุ่มเหล่านั้น) และที่สำคัญ หลายๆคนก็ได้รับรางวี่รางวัลจากหนังสือเหล่านี้ จนดูเหมือนว่าถ้าหากอยากให้งานเขียนตัวเองดูดี มีสกุลรุนชาติ ก็ใส่ชื่อคนดังเยอะๆ คัดข้อความภาษาฝรั่งที่คิดว่าเจ๋งมาแปะๆเข้าไป เดี๋ยวก็ได้รางวัล คนออกมาปลาบปลื้มกันเอง จนกลายเป็นแฟชั่นไปเสียฉิบ

อีกอย่างหนึ่งที่ขัดใจมากคือนักเขียนใหม่หลายคนใช้คำผิดความหมาย ที่ผมเคยเจอมาจังๆ มืสองราย เป็นนักเขียนซีไรต์ทั้งนั้น สารภาพว่าจำไม่ได้จริงๆว่าคำว่าอะไรสำหรับนักเขียนคนแรก แต่พออ่านเจอปุ๊บ เฮ้ย คำนี้มันไม่ใช่ความหมายนี้นี่หว่า คนที่สองนี้ใหม่หน่อย ผมเห็นหนังสือรวมเรื่องสั้นของเขาเพิ่งออกมาสดๆร้อนๆ ลองพลิกดูเห็นเทคนิคการเขียนน่าสนใจทีเดียว แล้วแนวเรื่องก็เข้าทางผมพอดี เลยซื้อมาแบบไม่ลังเล พอเปิดอ่านเรื่องแรกหน้าแรก เจอเลยครับ เขาใช้คำว่า "เจียระไน" แต่คำที่ถูกจริงๆ คือ "จาระไน" หลายคนอาจเห็นว่าเรื่องแค่นี้ขึ้ปะติ๋ว มานั่งจับผิดแบบนั้มันหาเรื่องกันนี่ ก็แล้วแต่จะคิดละครับ แต่พอผมอ่านเจอ มันรู้สึกเหมือนเห็นรอยเปื้อนบนผ้าขาวน่ะครับ พยายามทำเป็นไม่เห็นเสีย แต่ตามันก็ไพล่ไปจ้องมองอยู่นั่นแล้ว ยังดีที่สำหรับคนนี้ เรื่องที่เขาเขียนดีทีเดียวเลยทำให้พอหักกลบลบหนึ้ลืมๆไปได้ แต่สำหรับคนแรก ผมค่อนข้างเสียความรู้สึกพอสมควรแล้วยิ่งตอนหลัง ได้เจอตัวจริงๆ แล้วเห็นลักษณะบางอย่างของเขาที่ผมไม่ค่อยชื่นชมนัก เลยทำให้เลิกอ่านงานของเขาไปโดยปริยาย

สองเรื่องที่พูดมาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมอ่านหนังสือวรรณกรรมไทยน้อยลงครับ แต่ยังมีอีกหลายสาเหตุ ถ้าสบโอกาสเหมาะ เพื่อนๆ ในพันทิปอยากแลกเปลี่ยนทัศนคติหรือความคิดเห็น ผมอาจมาขยายความต่ออีกก็ได้ครับ (ถ้าครั้งนี้ไม่โดนเขวี้ยงก้อนหินใส่เสียอ่วมอรทัยไปเสียก่อน)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่