อยากจะแบ่งปันความสำเร็จเล็กๆ หลังเป็นผู้ใหญ่ของตัวเองครับ
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมพึ่งทำงานครบ 1 ปีเต็ม หลังจากร่ำเรียนมาอย่างยาวนาน
ชีวิตผมเรียกว่าติดลบหน่อยๆ ตอนเริ่มต้นครับ เมื่อครอบครัวไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง อาศัยเช่าทาวน์เฮ้าส์ญาติอยู่ ค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท พ่อเป็นหนี้หลายหมื่นหรือหลายแสน ไม่แน่ใจเพราะไม่เคยแม้แต่จะปริปากบอก อ้างว่าไม่อยากให้ลูกๆ เดือดร้อน ส่วนแม่ ไม่ได้ทำงานครับ แต่ก็เหนื่อยจากงานบ้านในแต่ละวัน รวมทั้งเหนื่อยใจกับพ่อ
เงินเดือนรวมออฟชั่นพิเศษ หักลบประกันสังคม เหลือประมาณ 19,800 บาท
ในแต่ละเดือนผมมีสิ่งที่ต้องจ่ายดังนี้
-ให้แม่ 3500 บาท
-ผ่อนโทรศัพท์ 2100 บาท
-กินเหล้า สังสรรค์ ทั้งกับเพื่อนและหัวหน้าตั้งไว้ห้ามเกิน 2500 บาท
-เก็บเงินในกองทุนรวมมาได้ 6 เดือนแล้ว เดือนละ 4000 บาท
-เหลือ 7700 บาท แบ่งเป็น ค่ารถ ค่ากิน ช็อปปิ้ง ค่าโทรศัพท์ อื่นๆ เหลือจากนี้ก็เก็บออมไป
ที่เห็นเสียไปกับการสังสรรค์นั้น คิดว่าคุ้มครับ แลกกับความสุข มิตรภาพ เจอเพื่อนพี่น้อง เจอเพื่อนร่วมงาน เพราะ นอกจากสนุก ยังได้ความรู้ และคอนเน็คชั่นเพิ่มขึ้น
ถึงวันนี้ครบ 1 ปีในการทำงาน
นอกเหนือจากให้แม่ในแต่ละเดือน ผมสามารถใช้หนี้ให้แม่ด้วยเงินก้อนอีก 20,000 บาท
ผ่อนโทรศัพท์ราคา 21,000 บาท หมดสิ้นเป็นไทไร้หนี้
มีเงินเก็บ 40,000 บาท
หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตมีความสุข คือ “การทำบัญชีรายรับรายจ่าย”
ข้างต้นนั่นคือความสำเร็จที่อยากโม้ครับ ส่วนความทุกข์เดียวที่กระแทกชีวิตได้แรงที่สุดถึงวันนี้ คือเรื่องพ่อ เพราะนอกจากไม่รู้ว่าพ่อเป็นหนี้เท่าไหร่ พ่อยังไม่ยอมบอกอีกต่างหาก
พ่อผมเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท แต่สามารถให้แม่ได้เพียงไม่เกิน 12,000 ต่อเดือน
เหมือนไม่น่าจะเป็นปัญหาครับ สำหรับเงิน 12,000 บาท กับการแบ่งให้ลูกสาวคนเล็กไปโรงเรียน ซื้ออาหารและของใช้เข้าบ้าน หากแต่พ่อผมจะขอเงินแม่เป็นรายวันตั้งแต่วันที่ 15 เป็นต้นไป นั่นทำให้ 12,000 ที่พ่อให้ในตอนแรกนั้นน้อยลงไปถนัด
“ความทุกข์” ของครอบครัวเลยครับ กับการไม่รู้ว่า พ่อเป็นหนี้เท่าไหร่ พูดคุยแบบตรงๆ ก็แล้ว ผ่านเฟสบุ๊คก็แล้ว ก่อนนี้พี่สาวผมเคยคุย ก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน เครียดเลยครับ
ผมมีเป้าหมายในชีวิตนะครับ
อยากแต่งงานมีบ้านหลังละ 4-5 ล้านบาทในอีก 7 ปี ให้พ่อแม่ได้ชื่นใจ (5555 ราคาสูงไปหน่อยเเต่ก็นะ หวัง อะ หวัง)
เพราะครอบครัวเราไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองเลย
ทั้งหมดทั้งมวลที่มาเล่าให้ฟังนี่คือ อยากโม้ล้วนๆ เลยครับ ว่าแบบ 1 ปีที่ผ่านมาของชีวิตผู้ใหญ่ มันก็น่าชื่นใจไม่น้อยกับสิ่งที่ได้มา
ย้ำอีกทีครับ ทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะเก็บเงินได้สนุกขึ้น
ท้ายที่สุด ใครมีวิธีทำให้พ่อผมเผยความจริง รวมทั้งใครอยากจะเเชร์ความทุกข์ ความสุขเกี่ยวกับการใช้เงินบ้างครับ
อยากจะแบ่งปันความสำเร็จเล็กๆ หลังเป็นผู้ใหญ่ของตัวเองครับ
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมพึ่งทำงานครบ 1 ปีเต็ม หลังจากร่ำเรียนมาอย่างยาวนาน
ชีวิตผมเรียกว่าติดลบหน่อยๆ ตอนเริ่มต้นครับ เมื่อครอบครัวไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง อาศัยเช่าทาวน์เฮ้าส์ญาติอยู่ ค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท พ่อเป็นหนี้หลายหมื่นหรือหลายแสน ไม่แน่ใจเพราะไม่เคยแม้แต่จะปริปากบอก อ้างว่าไม่อยากให้ลูกๆ เดือดร้อน ส่วนแม่ ไม่ได้ทำงานครับ แต่ก็เหนื่อยจากงานบ้านในแต่ละวัน รวมทั้งเหนื่อยใจกับพ่อ
เงินเดือนรวมออฟชั่นพิเศษ หักลบประกันสังคม เหลือประมาณ 19,800 บาท
ในแต่ละเดือนผมมีสิ่งที่ต้องจ่ายดังนี้
-ให้แม่ 3500 บาท
-ผ่อนโทรศัพท์ 2100 บาท
-กินเหล้า สังสรรค์ ทั้งกับเพื่อนและหัวหน้าตั้งไว้ห้ามเกิน 2500 บาท
-เก็บเงินในกองทุนรวมมาได้ 6 เดือนแล้ว เดือนละ 4000 บาท
-เหลือ 7700 บาท แบ่งเป็น ค่ารถ ค่ากิน ช็อปปิ้ง ค่าโทรศัพท์ อื่นๆ เหลือจากนี้ก็เก็บออมไป
ที่เห็นเสียไปกับการสังสรรค์นั้น คิดว่าคุ้มครับ แลกกับความสุข มิตรภาพ เจอเพื่อนพี่น้อง เจอเพื่อนร่วมงาน เพราะ นอกจากสนุก ยังได้ความรู้ และคอนเน็คชั่นเพิ่มขึ้น
ถึงวันนี้ครบ 1 ปีในการทำงาน
นอกเหนือจากให้แม่ในแต่ละเดือน ผมสามารถใช้หนี้ให้แม่ด้วยเงินก้อนอีก 20,000 บาท
ผ่อนโทรศัพท์ราคา 21,000 บาท หมดสิ้นเป็นไทไร้หนี้
มีเงินเก็บ 40,000 บาท
หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตมีความสุข คือ “การทำบัญชีรายรับรายจ่าย”
ข้างต้นนั่นคือความสำเร็จที่อยากโม้ครับ ส่วนความทุกข์เดียวที่กระแทกชีวิตได้แรงที่สุดถึงวันนี้ คือเรื่องพ่อ เพราะนอกจากไม่รู้ว่าพ่อเป็นหนี้เท่าไหร่ พ่อยังไม่ยอมบอกอีกต่างหาก
พ่อผมเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท แต่สามารถให้แม่ได้เพียงไม่เกิน 12,000 ต่อเดือน
เหมือนไม่น่าจะเป็นปัญหาครับ สำหรับเงิน 12,000 บาท กับการแบ่งให้ลูกสาวคนเล็กไปโรงเรียน ซื้ออาหารและของใช้เข้าบ้าน หากแต่พ่อผมจะขอเงินแม่เป็นรายวันตั้งแต่วันที่ 15 เป็นต้นไป นั่นทำให้ 12,000 ที่พ่อให้ในตอนแรกนั้นน้อยลงไปถนัด
“ความทุกข์” ของครอบครัวเลยครับ กับการไม่รู้ว่า พ่อเป็นหนี้เท่าไหร่ พูดคุยแบบตรงๆ ก็แล้ว ผ่านเฟสบุ๊คก็แล้ว ก่อนนี้พี่สาวผมเคยคุย ก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน เครียดเลยครับ
ผมมีเป้าหมายในชีวิตนะครับ
อยากแต่งงานมีบ้านหลังละ 4-5 ล้านบาทในอีก 7 ปี ให้พ่อแม่ได้ชื่นใจ (5555 ราคาสูงไปหน่อยเเต่ก็นะ หวัง อะ หวัง)
เพราะครอบครัวเราไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองเลย
ทั้งหมดทั้งมวลที่มาเล่าให้ฟังนี่คือ อยากโม้ล้วนๆ เลยครับ ว่าแบบ 1 ปีที่ผ่านมาของชีวิตผู้ใหญ่ มันก็น่าชื่นใจไม่น้อยกับสิ่งที่ได้มา
ย้ำอีกทีครับ ทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะเก็บเงินได้สนุกขึ้น
ท้ายที่สุด ใครมีวิธีทำให้พ่อผมเผยความจริง รวมทั้งใครอยากจะเเชร์ความทุกข์ ความสุขเกี่ยวกับการใช้เงินบ้างครับ