คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
โดยปกติการกู้สินเชื่อจะต้องดูว่า วงเงินที่ขอจะต้องมีความเหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระหรือไม่ โดยธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนดว่าภาระหนี้ใหม่จากการขอสินเชื่อเมื่อรวมกับภาระหนี้เดิมจะต้องไม่เกิน 40-60% ของรายได้ต่อเดือน(ที่มีหลักฐานทางการเงินหรือหลักฐานการเสียภาษี)
โดยรายได้เฉลี่ยของคุณ จขกท. เมื่อคิดรวมโบนัสด้วยเท่ากับประมาณเดือนละ 83,000 บาท (แต่หากรายได้จากการเป็น freelance มีหลักฐานการเสียภาษีถูกต้องก็สามารถนำมารวมเป็นรายได้ได้ครับ) จะหมายความว่าภาระผ่อนของวงเงินกู้ใหม่เมื่อรวมกับวงเงินกู้เดิมจะต้องไม่เกิน 60% x 83,000 = 50,000 บาท จึงจะมีโอกาสในการอนุมัติวงเงินสินเชื่อตามที่ขอได้สูงครับ
ซึ่งเมื่อผมลองคำนวณจากวงเงินกู้ 4 ล้านบาท โดยเลือกกู้สูงสุดคือ 30 ปี (ธนาคารส่วนใหญ่จะให้กู้ไม่เกินปีที่จะเกษียณคืออายุ 60 ปี) จะต้องผ่อนประมาณเดือนละ 30,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับหนี้ที่มีอยู่จะเท่ากับ 56,354 บาท (ไม่นับหนี้จากบัตรเครดิต เพราะเป็นหนี้ที่เกิดจากการรูดซื้อสินค้า แล้วขำระในรอบบิล ไม่นับเป็นภาระจากสินเชื่อ) ซึ่งเห็นได้ว่า ภาระหนี้ที่เกิดขึ้นนั้นมากกว่าความสามารถในการผ่อนชำระของคุณ จขกท. เพียงคนเดียว
ดังนั้น ถ้าจะเพิ่มโอกาสในการกู้สินเชื่อผ่าน ผมแนะนำให้หาผู้กู้ร่วมครับ หรือถ้าต้องการกู้คนเดียวจริงๆ ผมแนะนำว่าวงเงินที่ยื่นขอไม่ควรเกิน 3.2 ล้านบาท จึงจะมีโอกาสกู้ผ่านสูงครับ โดยทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำในเบื้องต้น เกณฑ์ของธนาคารแต่ละที่ก็จะไม่เหมือนกันนะครับ ผมแนะนำให้ตรวจสอบกับธนาคารที่จะยื่นกู้อีกครั้งหนึ่งครับ
โดยรายได้เฉลี่ยของคุณ จขกท. เมื่อคิดรวมโบนัสด้วยเท่ากับประมาณเดือนละ 83,000 บาท (แต่หากรายได้จากการเป็น freelance มีหลักฐานการเสียภาษีถูกต้องก็สามารถนำมารวมเป็นรายได้ได้ครับ) จะหมายความว่าภาระผ่อนของวงเงินกู้ใหม่เมื่อรวมกับวงเงินกู้เดิมจะต้องไม่เกิน 60% x 83,000 = 50,000 บาท จึงจะมีโอกาสในการอนุมัติวงเงินสินเชื่อตามที่ขอได้สูงครับ
ซึ่งเมื่อผมลองคำนวณจากวงเงินกู้ 4 ล้านบาท โดยเลือกกู้สูงสุดคือ 30 ปี (ธนาคารส่วนใหญ่จะให้กู้ไม่เกินปีที่จะเกษียณคืออายุ 60 ปี) จะต้องผ่อนประมาณเดือนละ 30,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับหนี้ที่มีอยู่จะเท่ากับ 56,354 บาท (ไม่นับหนี้จากบัตรเครดิต เพราะเป็นหนี้ที่เกิดจากการรูดซื้อสินค้า แล้วขำระในรอบบิล ไม่นับเป็นภาระจากสินเชื่อ) ซึ่งเห็นได้ว่า ภาระหนี้ที่เกิดขึ้นนั้นมากกว่าความสามารถในการผ่อนชำระของคุณ จขกท. เพียงคนเดียว
ดังนั้น ถ้าจะเพิ่มโอกาสในการกู้สินเชื่อผ่าน ผมแนะนำให้หาผู้กู้ร่วมครับ หรือถ้าต้องการกู้คนเดียวจริงๆ ผมแนะนำว่าวงเงินที่ยื่นขอไม่ควรเกิน 3.2 ล้านบาท จึงจะมีโอกาสกู้ผ่านสูงครับ โดยทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำในเบื้องต้น เกณฑ์ของธนาคารแต่ละที่ก็จะไม่เหมือนกันนะครับ ผมแนะนำให้ตรวจสอบกับธนาคารที่จะยื่นกู้อีกครั้งหนึ่งครับ
แสดงความคิดเห็น
อีก 1 ปีจะโอนตึกแล้ว ช่วงนี้ต้องเตรียมตัวไงบ้างถึงจะมีโอกาสกู้ผ่าน
อันนี้ไม่มีสลิปหรือใบเสร็จ เพราะช่วยเพื่อนทำแล้วกินหัวคิวอีกที
ตอนนี้ภาระหนี้คือ
1.บ้านผ่อนเดือนละ 15,400x30 ปี พึ่งผ่อนไป 2 ปี 4 เดือน ณ เดือนนี้ยอดหนี้เหลือประมาณ 1,900,000
2.รถ 10,954 x 60 เดือน พึ่งผ่อนไป 8 เดือน
3.บัตรเครดิตประมาณ 30,000
ทุกรายการชำระตรงกำหนดตลอดไม่เคยเลท ส่วนบัตรเครดิตก็ตัดจ่ายครั้งละ 1-2 หมื่นบ้างแล้วก็ใช้ใหม่(ยังไม่เกิดดอกเบี้ย ทำคะแนน)
ผมอยากปรึกษาว่า ผมพึ่งไปจองตึกแถวกะแม่มา ราคา 5.6 ล้าน กำหนดโอน ก.ค 58 จะทำไงถึงจะกู้ผ่าน คิดไว้หลายแบบเลย
ตอนนี้ต้องผ่อนดาวน์เดือนละ 20,000 ต้องลดภาระหนี้แบงค์จะได้ปล่อยกู้ง่ายๆ
1.) ช่วงนี้ต้องต้องโปะบ้านให้ยอดหนี้เหลือสัก 1.5 ล้าน หรือน้อยที่สุด
2.) ปิดหนี้รถ หรือให้เหลือน้อยที่สุด
3.) เก็บเงินที่ได้ค่า freelance+bonus+เงินเดือน ให้พักในบัญชีเหมือนเราตั้งใจเก็บออม โดยไม่ต้องปิดยอดอะไร
แล้วพอถึงเวลาโอนอาจจะกู้แค่ 4 ล้าน แล้วเอาเงินสดที่เหลือจ่ายเพิ่ม (ใจจริงอยากกู้เกินเผื่อเอาเงินมาแต่ง+ซื้อของเข้า)
4.) สุดท้ายแล้วถ้ายื่นกู้คนเดียวไม่ผ่าน จะให้แฟนมากู้ร่วมด้วย (ถ้าเป็นไปได้อยากกู้คนเดียวให้ผ่านก่อน เผื่ออนาคตขยับขยายอะไรแฟนจะได้กู้ได้)
ปล. แฟนผมเป็นวิศวกรเช่นกันรายรับ 40k ต่อเดือน
มีวิธีการใดที่มีโอกาสจะกู้ได้บ้าง ขอคำชี้แนะด้วยน่ะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ