บทก่อนหน้า
บทนำ
http://pantip.com/topic/31223069
บทที่ ๑
http://pantip.com/topic/31235568
บทที่ ๒
http://pantip.com/topic/31253339
บทที่ ๓
http://pantip.com/topic/31265981
บทที่ ๔
http://pantip.com/topic/31283288
บทที่ ๕
http://pantip.com/topic/31298274
บทที่ ๖
http://pantip.com/topic/31319220
บทที่ ๗
http://pantip.com/topic/31337858
บทที่ ๘
http://pantip.com/topic/31362571
บทที่ ๙
http://pantip.com/topic/31377764
บทที่ ๑๐
http://pantip.com/topic/31398623
บทที่ ๑๑
http://pantip.com/topic/31409848
บทที่ ๑๒
http://pantip.com/topic/31428977
บทที่ ๑๓
http://pantip.com/topic/31455877
บทที่ ๑๔
http://pantip.com/topic/31481664
บทที่ ๑๕
http://pantip.com/topic/31529577
บทที่ ๑๖
http://pantip.com/topic/31556525
บทที่ ๑๗
http://pantip.com/topic/31580257
บทที่ ๑๘
http://pantip.com/topic/31625276
บทที่ ๑๙
http://pantip.com/topic/31647967
บทที่ ๒๐
http://pantip.com/topic/31681967
บทที่ ๒๑
http://pantip.com/topic/31710814
บทที่ ๒๒
http://pantip.com/topic/31775678
บทที่ ๑๓
http://pantip.com/topic/31864607
บทที่ ๒๔
คฤหาสน์แคมพ์เบลล์ เป็นตึกสองชั้นสร้างด้วยหินทรายแดง ด้านหน้าเป็นโค้งประตูขนาดใหญ่ ที่นำไปสู่โถงทางเดินภายในตัวตึก พื้นที่ด้านหน้าตึกเป็นสวนขนาดมหึมาที่ตัดหญ้าไว้เรียบกริบ และจัดแต่งด้วยต้นไม้ดอกไม้สวยงาม ตรงหน้าโค้งประตูเป็นลานน้ำพุขนาดใหญ่สมกันกับขนาดของตัวตึกอันใหญ่โต
วิลเลียมพาภรรยาเดินตามหญิงรับใช้ที่มารอรับอยู่หน้าประตูเพื่อไปยังปีกตึกที่เป็นที่พักที่เตรียมไว้สำหรับเขาและภรรยา โดยหญิงรับใช้ได้แจ้งว่า คุณและคุณนายแคมพ์เบลล์ ขอให้เขาและเธอพักผ่อนให้สบายและเชิญรับประทานอาหารเย็นในห้องอาหาร ซึ่งนั่นหมายความว่า บิดามารดาของเขาบอกเป็นกราย ๆ ว่าไม่พร้อม ‘รับแขก’ ในตอนนี้
วิลเลียมอดโอบคนข้างตัวเข้ามาแนบอกไม่ได้ เธอจะรู้สึกอย่างไรหนอเมื่อถูกบิดามารดาต้อนรับอย่างแทบจะไร้มารยาทเช่นนี้ หากคนในอ้อมแขนกลับเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขาราวกับจะปลอบใจ
“อย่าคิดมากสิคะวิล ฉันรู้ค่ะว่าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง คุณนายแคมพ์เบลล์พูดกับฉันชัดเจนว่าเธอไม่ต้องการฉันเป็นสะใภ้ แต่ฉันตัดสินใจแต่งงานกับคุณแล้ว นั่นหมายความว่าฉันคิดดีแล้ว และการแสดงออกของบิดามารดาของคุณ ไม่สามารถทำอะไรฉันได้หรอกค่ะ”
“บิดามารดาของผมควรจะให้โอกาสคุณ ถ้าพวกท่านได้รู้จักคุณอย่างที่ผมรู้จัก ผมเชื่อว่าพวกท่านจะต้องรักคุณอย่างที่ผมรักแน่นอน แต่ผมเสียใจที่ทำไมพวกท่านถึงได้ใจแคบนัก”
“เรากะเกณฑ์เอากับคนอื่นไม่ได้หรอกค่ะวิล เราแค่รู้ว่าตัวเราเองทำอะไรอยู่ก็พอแล้ว เรามาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยียนญาติ ๆ ของคุณ และพาฉันมาแนะนำให้พวกเขารู้จักในฐานะสมาชิกใหม่ของตระกูลไม่ใช่หรือคะ เราได้ทำในสิ่งที่สมควรจะต้องทำแล้ว ส่วนคนอื่น ๆ จะเป็นอย่างไร ก็สุดแท้แต่พวกเขาเถอะค่ะ”
“คุณเข้มแข็งมากนาทาย่าห์ ผมภูมิใจในตัวคุณเหลือเกิน” ชายหนุ่มบอกภรรยา พลางกุมมือบางทั้งสองข้างขึ้นมาจุมพิตอย่างแสนรัก
“เพราะความรักที่เรามีให้กันค่ะวิล ทำให้ฉันยืนหยัดเพื่อความรักของเรา ฉันถือว่าที่เรามารักกันได้ก็มหัศจรรย์ที่สุดแล้ว เราอยู่กันคนละภพชาติ แต่ฉันก็เดินทางข้ามกาลเวลามารับความรักจากคุณได้ ฉันถือว่าไม่มีอุปสรรคอะไรของความรักของเราที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว และเราก็ผ่านมันมาได้ ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องเล็กน้อยมาเป็นปัญหาของความรักระหว่างเราหรอกค่ะ”
“เป็นโชคดีของผมที่ได้เจอคุณ” ชายหนุ่มว่าน้ำเสียงจริงจัง นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างจ้องมองใบหน้าเนียนของผู้เป็นภรรยาอย่างแสนรัก ณัฐญาณ์ยิ้มบาง ๆ ให้ผู้เป็นสามี
“เป็นโชคดีของฉันเช่นกันค่ะวิลที่ได้เจอคุณ ฉันเคยแอบอิจฉานาทาย่าห์ในตอนที่อ่านหนังสือเกี่ยวกับเธอและคุณ ใครจะไปนึกว่าผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นจะเป็นฉันเอง” ท้ายประโยคพึมพำเสียงแผ่ว ดูเหมือนพูดกับตนเองมากกว่าคนตรงหน้า
“ในหนังสือเขียนว่าอะไรบ้าง” ชายหนุ่มถาม เขาสนใจว่าลูกหลานของเขาจะพูดถึงเขาว่าอย่างไรบ้าง หากผู้เป็นภรรยากลับส่ายหน้า
“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ก็แค่คุณเป็นกัปตันเรือล่าวาฬ เป็นเจ้าของสถานีแปรรูปวาฬ และมีภรรยาชื่อนาทาย่าห์ซึ่งมาจากที่อันไกลแสนไกล...”
“แล้วลูกล่ะ เรามีลูกกี่คน” ชายหนุ่มถาม นัยน์ตาเริ่มฉายแววปรารถนาอย่างที่เธอเริ่มจะคุ้นเคย
“ในหนังสือไม่ได้พูดถึงลูกเลยค่ะ” ณัฐญาณ์ตอบหลังจากพยายามนึกถึงเรื่องราวในหนังสือที่เธอเคยอ่าน จำได้ว่าหนังสือไม่ได้พูดถึงลูกที่เธอและเขามีด้วยกันเลย หรือว่าจะเขียนถึงแต่เธอยังอ่านไม่ถึงก็สุดรู้ เพราะหญิงสาวหลับไปก่อนที่จะอ่านหนังสือจบ และตั้งใจว่าจะกลับไปอ่านต่อในตอนเย็นหลังจากกลับจากเที่ยวทั้งวันแล้ว หากแต่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เธอเดินทางมาที่นี่เสียก่อน
“อืม...” ชายหนุ่มพึมพำ ใบหน้ายิ้มพราย นัยน์ตาฉายแววซุกซน
“ถ้าอย่างนั้นเรามาทำให้แน่ใจดีกว่า ว่าเราจะมีลูกด้วยกันแน่ ๆ แม้ว่าหนังสือจะไม่ได้เขียนไว้”
ว่าแล้วมือไม้ก็เริ่มยุ่มย่ามซุกซน อย่างจะแสดงให้เห็นว่า ‘ทำให้แน่ใจ’ ที่ว่านั้นคืออะไร ซึ่งผู้เป็นภรรยาก็ไม่ปัดป้อง เพราะหลงเพริดไปกับสัมผัสของเขาได้อย่างไม่ยากเลย และกว่าชายหนุ่มจะแน่ใจ ทั้งสองก็ใช้เวลาในห้องนอนยาวนานจนเกือบได้เวลาอาหารเย็นนั่นเทียว
เจ้าของคฤหาสน์แคมพ์เบลล์ทั้งสองนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนแล้ว ในตอนที่สองสามีภรรยาแคมพ์เบลล์รุ่นลูกเดินเข้าไป วิลเลียมพาภรรยาเข้าไปแนะนำให้บิดารู้จักก่อน
“นาทาย่าห์ ภรรยาผมครับคุณพ่อ” ณัฐญาณ์ถอนสายบัวแสดงความเคารพด้วยท่าทางนอบน้อมหลังสิ้นคำแนะนำของสามี เอดเวิร์ด แคมพ์เบลล์ ผงกศีรษะทักทายลูกใภ้ตามมารยาท เขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ร่างกายแกร่งไปด้วยมัดกล้าม ท่วงท่างามสง่าไม่แพ้ผู้เป็นบุตรชายเลย
เมื่อได้มาพบกับบิดาของผู้เป็นสามี ณัฐญาณ์จึงทราบว่าเขาได้รูปร่างสูงใหญ่มาจากใคร ในขณะที่ถอดแบบใบหน้าสะสวยของมารดามาอย่างไม่ผิดเพี้ยน
“หวังว่าการเดินทางคงจะเรียบร้อยดี” เอดเวิร์ดทักทายลูกสะใภ้ แม้คำทักทายจะเป็นทางการตามมารยาท หากสีหน้าดูผ่อนคลายและเป็นมิตร ไม่ดู ‘ไว้ตัว’ อย่างผู้เป็นภรรยา
“การเดินทางเป็นไปด้วยดี ขอบคุณค่ะ” ณัฐญาณ์ตอบ ก่อนจะหันไปถอนสายบัวทักทายแม่สามี จากนั้นนั่งลงตามการผายมือเชื้อเชิญของเจ้าบ้านฝ่ายชาย
การรับประทานอาหารร่วมกันเป็นครั้งแรกระหว่างบิดามารดาสามีกับลูกสะใภ้คนใหม่เป็นไปอย่างเงียบเชียบ มีเพียงเสียงถามไถ่พูดคุยกันเบา ๆ ระหว่างผู้เป็นบิดาและลูกชาย โดยณัฐญาณ์ได้เอื้อนเอ่ยตอบคำถามบ้างเมื่อถูกถาม ในขณะที่ผู้เป็นมารดาของชายหนุ่มนั้นนั่งรับประทานไปเงียบ ๆ ไม่ร่วมวงสนทนาแต่อย่างใด
เมื่อเสร็จจากของหวาน แคมพ์เบลล์ผู้พ่อชวนลูกชายไปนั่งคุยกันต่อในห้องนั่งเล่น ในขณะที่มารดาของเขาหันมากล่าวกับบุตรชาย
“แม่ขอตัวเมียของลูกสักครู่นะ” ว่าพลางก็ลุกขึ้นทำท่าทางให้ลูกสะใภ้เดินตาม ณัฐญาณ์หันไปมองสามีหน้าตาตื่น เธอยังจำครั้งสุดท้ายที่เผชิญหน้ากับมารดาของเขาได้ดี และทำให้หญิงสาวเข็ดขยาดจนไม่อยากจะอยู่กันตามลำพังกับนางอีกแล้ว
วิลเลียมบีบมือภรรยาเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ ก่อนจะหันไปกล่าวกับบิดา
“คุณพ่อครับ ผมขอพานาทาย่าห์ไปหาคุณแม่สักครู่ แล้วจะกลับมาคุยกับคุณพ่อนะครับ” บิดาของเขายังไม่ทันว่าอะไร คนที่ออกเดินไปก่อนกลับเป็นคนชะงัก และหันกลับมากล่าวกับบุตรชายเสียงเข้ม
“แม่มีเรื่องจะคุยกับเมียของลูก... ตามลำพัง”
ได้ยินดังนั้น ณัฐญาณ์จึงกระซิบกับสามีเบา ๆ
“ฉันไปเองได้ค่ะวิล คุณอยู่คุยกับคุณแคมพ์เบลล์เถอะนะคะ เดี๋ยวฉันกลับมา” พูดเสร็จแล้วต้องยิ้มเมื่อเห็นสีหน้ายุ่งยากใจของชายหนุ่ม
“แค่ไปคุยกับ ‘แม่สามี’ อย่าทำหน้าราวกับฉันกำลังจะออกเรือล่าวาฬแบบนั้นสิคะ” หญิงสาวกระเซ้าอย่างพยายามจะทำให้เป็นเรื่องขัน ทั้ง ๆ ที่ในใจอดหวั่นหวาดไม่ได้ คุณนายแคมพ์เบลล์มีอะไรจะคุยกับเธออย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมายังคุยไม่พอหรืออย่างไร
“คุณบอกว่าจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาเป็นอุปสรรคระหว่างเรา จำได้ไหม”
“จำได้ค่ะ อย่าห่วงเลย ฉันรับรองว่าจะไม่ร้องไห้แง ๆ ออกมาแน่ ๆ” ว่าแล้วก็หันไปถอนสายบัวให้บิดาของสามีแล้วก้าวเดินไปตามคนที่เดินหลังตรงนำไปก่อน
หญิงสาวเร่งฝีเท้าเพื่อให้ทันคนที่เดินไปก่อน หากแต่ก็ไม่เร็วจนดูไม่งาม ในขณะที่ในใจก็ถามตัวเองเอ็ดอึง
คุณนายแคมพ์เบลล์ต้องการอะไรจากเธอ
สุดปลายฝัน บทที่ ๒๔
บทนำ http://pantip.com/topic/31223069
บทที่ ๑ http://pantip.com/topic/31235568
บทที่ ๒ http://pantip.com/topic/31253339
บทที่ ๓ http://pantip.com/topic/31265981
บทที่ ๔ http://pantip.com/topic/31283288
บทที่ ๕ http://pantip.com/topic/31298274
บทที่ ๖ http://pantip.com/topic/31319220
บทที่ ๗ http://pantip.com/topic/31337858
บทที่ ๘ http://pantip.com/topic/31362571
บทที่ ๙ http://pantip.com/topic/31377764
บทที่ ๑๐ http://pantip.com/topic/31398623
บทที่ ๑๑ http://pantip.com/topic/31409848
บทที่ ๑๒ http://pantip.com/topic/31428977
บทที่ ๑๓ http://pantip.com/topic/31455877
บทที่ ๑๔ http://pantip.com/topic/31481664
บทที่ ๑๕ http://pantip.com/topic/31529577
บทที่ ๑๖ http://pantip.com/topic/31556525
บทที่ ๑๗ http://pantip.com/topic/31580257
บทที่ ๑๘ http://pantip.com/topic/31625276
บทที่ ๑๙ http://pantip.com/topic/31647967
บทที่ ๒๐ http://pantip.com/topic/31681967
บทที่ ๒๑ http://pantip.com/topic/31710814
บทที่ ๒๒ http://pantip.com/topic/31775678
บทที่ ๑๓ http://pantip.com/topic/31864607
คฤหาสน์แคมพ์เบลล์ เป็นตึกสองชั้นสร้างด้วยหินทรายแดง ด้านหน้าเป็นโค้งประตูขนาดใหญ่ ที่นำไปสู่โถงทางเดินภายในตัวตึก พื้นที่ด้านหน้าตึกเป็นสวนขนาดมหึมาที่ตัดหญ้าไว้เรียบกริบ และจัดแต่งด้วยต้นไม้ดอกไม้สวยงาม ตรงหน้าโค้งประตูเป็นลานน้ำพุขนาดใหญ่สมกันกับขนาดของตัวตึกอันใหญ่โต
วิลเลียมพาภรรยาเดินตามหญิงรับใช้ที่มารอรับอยู่หน้าประตูเพื่อไปยังปีกตึกที่เป็นที่พักที่เตรียมไว้สำหรับเขาและภรรยา โดยหญิงรับใช้ได้แจ้งว่า คุณและคุณนายแคมพ์เบลล์ ขอให้เขาและเธอพักผ่อนให้สบายและเชิญรับประทานอาหารเย็นในห้องอาหาร ซึ่งนั่นหมายความว่า บิดามารดาของเขาบอกเป็นกราย ๆ ว่าไม่พร้อม ‘รับแขก’ ในตอนนี้
วิลเลียมอดโอบคนข้างตัวเข้ามาแนบอกไม่ได้ เธอจะรู้สึกอย่างไรหนอเมื่อถูกบิดามารดาต้อนรับอย่างแทบจะไร้มารยาทเช่นนี้ หากคนในอ้อมแขนกลับเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขาราวกับจะปลอบใจ
“อย่าคิดมากสิคะวิล ฉันรู้ค่ะว่าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง คุณนายแคมพ์เบลล์พูดกับฉันชัดเจนว่าเธอไม่ต้องการฉันเป็นสะใภ้ แต่ฉันตัดสินใจแต่งงานกับคุณแล้ว นั่นหมายความว่าฉันคิดดีแล้ว และการแสดงออกของบิดามารดาของคุณ ไม่สามารถทำอะไรฉันได้หรอกค่ะ”
“บิดามารดาของผมควรจะให้โอกาสคุณ ถ้าพวกท่านได้รู้จักคุณอย่างที่ผมรู้จัก ผมเชื่อว่าพวกท่านจะต้องรักคุณอย่างที่ผมรักแน่นอน แต่ผมเสียใจที่ทำไมพวกท่านถึงได้ใจแคบนัก”
“เรากะเกณฑ์เอากับคนอื่นไม่ได้หรอกค่ะวิล เราแค่รู้ว่าตัวเราเองทำอะไรอยู่ก็พอแล้ว เรามาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยียนญาติ ๆ ของคุณ และพาฉันมาแนะนำให้พวกเขารู้จักในฐานะสมาชิกใหม่ของตระกูลไม่ใช่หรือคะ เราได้ทำในสิ่งที่สมควรจะต้องทำแล้ว ส่วนคนอื่น ๆ จะเป็นอย่างไร ก็สุดแท้แต่พวกเขาเถอะค่ะ”
“คุณเข้มแข็งมากนาทาย่าห์ ผมภูมิใจในตัวคุณเหลือเกิน” ชายหนุ่มบอกภรรยา พลางกุมมือบางทั้งสองข้างขึ้นมาจุมพิตอย่างแสนรัก
“เพราะความรักที่เรามีให้กันค่ะวิล ทำให้ฉันยืนหยัดเพื่อความรักของเรา ฉันถือว่าที่เรามารักกันได้ก็มหัศจรรย์ที่สุดแล้ว เราอยู่กันคนละภพชาติ แต่ฉันก็เดินทางข้ามกาลเวลามารับความรักจากคุณได้ ฉันถือว่าไม่มีอุปสรรคอะไรของความรักของเราที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว และเราก็ผ่านมันมาได้ ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องเล็กน้อยมาเป็นปัญหาของความรักระหว่างเราหรอกค่ะ”
“เป็นโชคดีของผมที่ได้เจอคุณ” ชายหนุ่มว่าน้ำเสียงจริงจัง นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างจ้องมองใบหน้าเนียนของผู้เป็นภรรยาอย่างแสนรัก ณัฐญาณ์ยิ้มบาง ๆ ให้ผู้เป็นสามี
“เป็นโชคดีของฉันเช่นกันค่ะวิลที่ได้เจอคุณ ฉันเคยแอบอิจฉานาทาย่าห์ในตอนที่อ่านหนังสือเกี่ยวกับเธอและคุณ ใครจะไปนึกว่าผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นจะเป็นฉันเอง” ท้ายประโยคพึมพำเสียงแผ่ว ดูเหมือนพูดกับตนเองมากกว่าคนตรงหน้า
“ในหนังสือเขียนว่าอะไรบ้าง” ชายหนุ่มถาม เขาสนใจว่าลูกหลานของเขาจะพูดถึงเขาว่าอย่างไรบ้าง หากผู้เป็นภรรยากลับส่ายหน้า
“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ก็แค่คุณเป็นกัปตันเรือล่าวาฬ เป็นเจ้าของสถานีแปรรูปวาฬ และมีภรรยาชื่อนาทาย่าห์ซึ่งมาจากที่อันไกลแสนไกล...”
“แล้วลูกล่ะ เรามีลูกกี่คน” ชายหนุ่มถาม นัยน์ตาเริ่มฉายแววปรารถนาอย่างที่เธอเริ่มจะคุ้นเคย
“ในหนังสือไม่ได้พูดถึงลูกเลยค่ะ” ณัฐญาณ์ตอบหลังจากพยายามนึกถึงเรื่องราวในหนังสือที่เธอเคยอ่าน จำได้ว่าหนังสือไม่ได้พูดถึงลูกที่เธอและเขามีด้วยกันเลย หรือว่าจะเขียนถึงแต่เธอยังอ่านไม่ถึงก็สุดรู้ เพราะหญิงสาวหลับไปก่อนที่จะอ่านหนังสือจบ และตั้งใจว่าจะกลับไปอ่านต่อในตอนเย็นหลังจากกลับจากเที่ยวทั้งวันแล้ว หากแต่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เธอเดินทางมาที่นี่เสียก่อน
“อืม...” ชายหนุ่มพึมพำ ใบหน้ายิ้มพราย นัยน์ตาฉายแววซุกซน
“ถ้าอย่างนั้นเรามาทำให้แน่ใจดีกว่า ว่าเราจะมีลูกด้วยกันแน่ ๆ แม้ว่าหนังสือจะไม่ได้เขียนไว้”
ว่าแล้วมือไม้ก็เริ่มยุ่มย่ามซุกซน อย่างจะแสดงให้เห็นว่า ‘ทำให้แน่ใจ’ ที่ว่านั้นคืออะไร ซึ่งผู้เป็นภรรยาก็ไม่ปัดป้อง เพราะหลงเพริดไปกับสัมผัสของเขาได้อย่างไม่ยากเลย และกว่าชายหนุ่มจะแน่ใจ ทั้งสองก็ใช้เวลาในห้องนอนยาวนานจนเกือบได้เวลาอาหารเย็นนั่นเทียว
เจ้าของคฤหาสน์แคมพ์เบลล์ทั้งสองนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนแล้ว ในตอนที่สองสามีภรรยาแคมพ์เบลล์รุ่นลูกเดินเข้าไป วิลเลียมพาภรรยาเข้าไปแนะนำให้บิดารู้จักก่อน
“นาทาย่าห์ ภรรยาผมครับคุณพ่อ” ณัฐญาณ์ถอนสายบัวแสดงความเคารพด้วยท่าทางนอบน้อมหลังสิ้นคำแนะนำของสามี เอดเวิร์ด แคมพ์เบลล์ ผงกศีรษะทักทายลูกใภ้ตามมารยาท เขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ร่างกายแกร่งไปด้วยมัดกล้าม ท่วงท่างามสง่าไม่แพ้ผู้เป็นบุตรชายเลย
เมื่อได้มาพบกับบิดาของผู้เป็นสามี ณัฐญาณ์จึงทราบว่าเขาได้รูปร่างสูงใหญ่มาจากใคร ในขณะที่ถอดแบบใบหน้าสะสวยของมารดามาอย่างไม่ผิดเพี้ยน
“หวังว่าการเดินทางคงจะเรียบร้อยดี” เอดเวิร์ดทักทายลูกสะใภ้ แม้คำทักทายจะเป็นทางการตามมารยาท หากสีหน้าดูผ่อนคลายและเป็นมิตร ไม่ดู ‘ไว้ตัว’ อย่างผู้เป็นภรรยา
“การเดินทางเป็นไปด้วยดี ขอบคุณค่ะ” ณัฐญาณ์ตอบ ก่อนจะหันไปถอนสายบัวทักทายแม่สามี จากนั้นนั่งลงตามการผายมือเชื้อเชิญของเจ้าบ้านฝ่ายชาย
การรับประทานอาหารร่วมกันเป็นครั้งแรกระหว่างบิดามารดาสามีกับลูกสะใภ้คนใหม่เป็นไปอย่างเงียบเชียบ มีเพียงเสียงถามไถ่พูดคุยกันเบา ๆ ระหว่างผู้เป็นบิดาและลูกชาย โดยณัฐญาณ์ได้เอื้อนเอ่ยตอบคำถามบ้างเมื่อถูกถาม ในขณะที่ผู้เป็นมารดาของชายหนุ่มนั้นนั่งรับประทานไปเงียบ ๆ ไม่ร่วมวงสนทนาแต่อย่างใด
เมื่อเสร็จจากของหวาน แคมพ์เบลล์ผู้พ่อชวนลูกชายไปนั่งคุยกันต่อในห้องนั่งเล่น ในขณะที่มารดาของเขาหันมากล่าวกับบุตรชาย
“แม่ขอตัวเมียของลูกสักครู่นะ” ว่าพลางก็ลุกขึ้นทำท่าทางให้ลูกสะใภ้เดินตาม ณัฐญาณ์หันไปมองสามีหน้าตาตื่น เธอยังจำครั้งสุดท้ายที่เผชิญหน้ากับมารดาของเขาได้ดี และทำให้หญิงสาวเข็ดขยาดจนไม่อยากจะอยู่กันตามลำพังกับนางอีกแล้ว
วิลเลียมบีบมือภรรยาเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ ก่อนจะหันไปกล่าวกับบิดา
“คุณพ่อครับ ผมขอพานาทาย่าห์ไปหาคุณแม่สักครู่ แล้วจะกลับมาคุยกับคุณพ่อนะครับ” บิดาของเขายังไม่ทันว่าอะไร คนที่ออกเดินไปก่อนกลับเป็นคนชะงัก และหันกลับมากล่าวกับบุตรชายเสียงเข้ม
“แม่มีเรื่องจะคุยกับเมียของลูก... ตามลำพัง”
ได้ยินดังนั้น ณัฐญาณ์จึงกระซิบกับสามีเบา ๆ
“ฉันไปเองได้ค่ะวิล คุณอยู่คุยกับคุณแคมพ์เบลล์เถอะนะคะ เดี๋ยวฉันกลับมา” พูดเสร็จแล้วต้องยิ้มเมื่อเห็นสีหน้ายุ่งยากใจของชายหนุ่ม
“แค่ไปคุยกับ ‘แม่สามี’ อย่าทำหน้าราวกับฉันกำลังจะออกเรือล่าวาฬแบบนั้นสิคะ” หญิงสาวกระเซ้าอย่างพยายามจะทำให้เป็นเรื่องขัน ทั้ง ๆ ที่ในใจอดหวั่นหวาดไม่ได้ คุณนายแคมพ์เบลล์มีอะไรจะคุยกับเธออย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมายังคุยไม่พอหรืออย่างไร
“คุณบอกว่าจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาเป็นอุปสรรคระหว่างเรา จำได้ไหม”
“จำได้ค่ะ อย่าห่วงเลย ฉันรับรองว่าจะไม่ร้องไห้แง ๆ ออกมาแน่ ๆ” ว่าแล้วก็หันไปถอนสายบัวให้บิดาของสามีแล้วก้าวเดินไปตามคนที่เดินหลังตรงนำไปก่อน
หญิงสาวเร่งฝีเท้าเพื่อให้ทันคนที่เดินไปก่อน หากแต่ก็ไม่เร็วจนดูไม่งาม ในขณะที่ในใจก็ถามตัวเองเอ็ดอึง
คุณนายแคมพ์เบลล์ต้องการอะไรจากเธอ