หลังๆ มาไม่ค่อยมีรีวิวกันเท่าไรเลย เอาซะหน่อยละกัน ก่อนอนิเมใหม่จะมา (จริงๆ ก็ทยอยมาแล้วล่ะ)
ลองมารีวิวเรื่องที่พึ่งดูจบไป แลกเปลี่ยนความเห็นกันครับ
ของผมขอเรียงตามคะแนนที่ตัวเองให้ละกัน (จากเต็ม 10 น้อย ไป มาก)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้Pupa (4 คะแนน)
เป็นหนึ่งในเรื่องที่คาดหวังมากก่อนฉาย พอรู้ว่าทำแค่ 5 นาทีต่อตอนก็เฟลไปนิดหน่อย ยิ่งพอมาดูจริงๆ แล้ว.......ไปหามังงะมาอ่านดีกว่าครับ
ถ้ามองรวมๆ แล้วเป็นเรื่องที่เนื้อหาน่าสนใจดี แต่พอทำมา 5 นาที เนื้อเรื่องข้ามไป ข้ามมา ไม่ต่อเนื่อง ก็เน่าไปตามระเบียบ (4 คะแนนนี่น่าจะมากไปด้วยซ้ำ แต่ฉากโหดๆ ถ้าไม่ติดว่าเซนเซอร์ ถือว่าทำได้ดี)
No-rin (6.5 คะแนน)
เนื้อเรื่องเปิดมาน่าสน ไอดอลไปเข้าโรงเรียนบ้านนา มุกฮาก็ตลกดี เพียงแต่มันดูมั่วซั่วเลอะเทอะมากไปหน่อย ส่วนตัวคือฮามั่ง ไม่ฮามั่ง เห็นหลายๆ คนบอกเหมือนบากะเทส ไอผมก็ไม่เคยดู แต่จากที่ดูเรื่องนี้ ก็คิดว่าไม่ต้องไปหามาดูดีกว่า ไม่ใช่แนวจริงๆ
Inari, Konkon, Koi Iroha. (7 คะแนน)
เนื้อเรื่องของเด็กสาวขี้อาย อยากจะมีความกล้า พยายามเข้าหาคนที่ชอบ จนมาเจอกับเทพเจ้าศาลเจ้า ได้รับพลังในการแปลงร่างมา แล้วตัวเธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป เป็นคนที่กล้ามากขึ้น
เนื้อเรื่องนั้นเรียบแบบเรียบมากๆ ไม่ค่อยรู้สึกลุ้นตามอะไรเท่าไร ตอนจบก็จบแบบค้างคานิดหน่อย แต่ก็เข้าใจได้ว่าทำมาโปรโมทมังงะ
ส่วนที่สนุกสุดคือโมเมนต์ระหว่างอุกะซามะกับโทกะนี่แหละ อีกอย่างนึงที่ดูดีของเรื่องนี้คืองานภาพทำได้สวยดีครับ
ก็เป็นเรื่องที่มาตามดูรวดเดียวทีหลัง (พึ่งดูจบวันนี้) ที่มาดูเพราะเห็นคนพูดถึงอุกะซามะเยอะ จะเรียกว่ามาดูเพราะอุกะซามะก็ได้
Toaru Hikuushi e no Koiuta (Pilot's Love Song) (7.5 คะแนน)
เนื้อเรื่องที่ประเทศของพระเอกโดนทำลาย ได้เข้าร่วมโรงเรียนนักบิน เป้าหมายคือล้างแค้น
ช่วงแรกๆ ย้อนอดีตซะเยอะ จนชวนง่วง แถมพอจบไปตอนนึง มาอาทิตย์ต่อมาเริ่มดูตอนใหม่ ผมจำไม่เคยได้เลยว่าท้ายตอนที่แล้วมันเป็นยังไง ตต้องกลับไปดูแทบทุกรอบ (ยกเว้นช่วงท้ายๆ) เนื้อเรื่องเริ่มมาสนุกตอน 7-8 ที่เนื้อหาหนักขึ้น มีฉากเครื่องบินไล่ยิงกันเยอะ ดูเพลินดี
เป็นเรื่องที่ถ้าได้ค่ายที่ดีกว่านี้ไปทำน่าจะดีกว่านี้เยอะ เพราะภาพเผามากๆ แถมเนื้อเรื่องช่วงจะบิ้วท์ก็บิ้วท์ไม่สุดซะอีก
Sekai Seifuku - Bouryaku no Zvezda (7.5 คะแนน)
หรือที่เรียกกันว่าโลลิครองโลก เป็นงาน Original ที่เหมือนทางญี่ปุ่นจะมีโปรโมทเยอะมาก รูปแฟนอาร์ตก็ออกมาเยอะเหมือนกัน
เนื้อเรื่องหลักก็.....เอ่อ.....องค์กรที่มีโลลิเป็นผู้นำ ต้องการที่จะยึดครองโลก......ตามนั้นแหละ
ช่วงแรกจะออกแนวเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย เช่น กำจัดพวกคนสูบบุหรี่ (เป็นตอนนึงที่ชอบที่สุดละ) ส่วนช่วงหลังเนื้อหาจะหนักขึ้น บู๊กันเยอะ มีอะไรแบบไม่คาดคิดทำให้ต้องร้อง WTF อยู่หลายครั้ง (โดยเฉพาะตากับยายที่บ่อน้ำร้อน) ดูเพลิน ดูได้เรื่อยๆ ติดแค่อย่างเดียวคือ จบได้แบบทิ้งปมที่ไม่เคลียร์ไว้บานเบอะ (แต่เห็นว่ายังไม่จบจริงๆ ต้องรอตอนที่ 13 ในแผ่นสุดท้ายนู่นเลย)
D-Frag (8 คะแนน)
ผมคิดจะหามังงะมาอ่านนานแล้ว แต่ไม่ได้อ่านซะทีจนได้มาดูอนิเม เป็นเรื่องที่ฮาที่สุดในซีซั่นที่ดูเลย ขำได้ทุกตอน (คนอ่านมังงะจะบอกว่ามังงะฮากว่า ไว้เดี๋ยวต้องไปอ่าน)
เป็น Comedy ที่คนพากย์พระเอกน่าจะเหนื่อยที่สุดในซีซั่นนี้แล้ว ตบมุกถี่ซะอย่างกับเป็นชินปาจิในกินทามะ แถมแต่ละมุกยังมาไหลลื่นไม่ติดขัด และก็ทำให้ผมได้รู้ซะที ว่าทำไมถึงพากันขนานนามเรื่องนี้ว่า "ชมรมอวยอึ๋มมหากาฬ" เพราะทาคาโอะนี่ นอกจากจะน่าแกล้งแล้ว ยังมีอะไรให้ฮาแบบพิลึกๆ ได้ตลอด (เช่น กระสุนซิปที่ได้ยินคำรำลือมานาน)
Golden Time (8.5 คะแนน)
เรื่องยาวต่อเนื่องจากซีซั่นที่แล้ว เอาจริงๆ ถ้ามันไม่ได้ฉยยาวควบ 2 ซีซั่นนี้ คะแนนคงน้อยกว่านี้แน่ๆ ความสนุกขึ้นๆ ลงๆ ช่วงที่เนื้อหาหนักๆ มักจะโผล่มาโดยไม่บอกกล่าว โดยเฉพาะเวลาที่ผมรู้สึกว่าเรื่องมันอีดๆ ทีไรนี่ประจำเลย
จุดที่ชอบของเรื่องนี้คือความสมจริงในตัวละครที่ดูจะมากกว่าเรื่องอื่นๆ (ถ้าไม่นับผีบันรินะ) อย่างโคโกะเองนี่ บางจังหวะผมก็รำคาญนะ แต่พอซักพักรู้เหตุผลที่ทำไปแบบนั้นก็หายรำคาญเธอไปซะดื้อๆ คือผมว่ามันสะท้อนให้เห็นความนึกคิดของผู้หญิงที่มีแฟนในมุมที่ไม่ค่อยมีอนิเมไหนทำออกมาได้ดีเลย จะบอกว่าใกล้เคียงกับชีวิตจริงก็ได้ หรือประเด็นของบันริเองจะบอกว่าน่าหงุดหงิดก็น่าหงุดหงิด แต่ถ้าลองคิดถึงว่าถ้าตัวเองเป็นแบบเดียวกันบ้างก็คงไม่ต่างกัน
เป็นเรื่องที่ดูไปก็รู้สึกว่าเข้าถึงตัวละครได้ทุกตัวจริงๆ
ปล. ผมชอบลินดาที่สุดในเรื่อง และคิดว่าความสัมพันธ์ของเธอกับบันริอย่างที่เห็นจนอนิเมจบนั้น เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบที่ดีที่สุดแล้ว
Log Horizon (8.5 คะแนน)
ผมมาตามดูทีหลังคนอื่นตอนมันผ่านไปครึ่งซีซั่น เพราะเห็นพูดถึงกันเยอะ พอได้ดูถึงรู้ว่าทำไม เพราะมันเป็นอนิเมแบบที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับเล่นเกมออนไลน์จริงๆ
ที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือ การสู้ในระบบปาร์ตี้ ที่แต่ละคนมีหน้าที่ต่างกันไป ทั้งตัวแทงค์ สายเวทย์ ฮีล ซัพพอร์ต เป็นแบบเกมออนไลน์ที่เห็นกันทั่วไปจริงๆ ถึงฉากแอ็คชั่นรวมๆ จะทำออกมาได้ไม่ดีนัก แต่ก็ดูเพลินได้โดยไม่ค่อยติดขัดอะไร
ส่วนที่เป็นการเมือง เล่นเล่ห์เหลี่ยมเฉือนคมกันก็สนุกดี เพียงแต่พอมันต่อเนื่องกันหลายๆ ตอนเข้าก็ทำให้เบื่อได้เหมือนกัน
Mikakunin de Shinkoukei (8.5 คะแนน)
สารภาพตรงๆ ว่าเป็นเรื่องที่ทีแรกไม่ได้คิดจะดูหลังจากอ่านเรื่องย่อไป แต่พอเข้ากระทู้ชวนดูแล้วติดใจมาชิโระ เลยลองดู แล้วก็พบว่าสนุกกว่าที่คิด เป็นดูเพลินได้ทุกตอน ม้ามืดของซีซั่นนี้เลย
เป็นแนว Slice of Life ที่มีจุดหลักๆ คือความสัมพันธ์ของโคเบนิกับฮาคุยะ ที่โดนจับหมั้นกันโดยที่ทางโคเบนิไม่รู้เรื่อง ตลอดทางที่ดูก็จะมีปมดราม่าอยู่ที่เดียวคือเรื่องตอนเด็กของโคเบนิเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ดราม่าอะไรหนักมาก
ตัวละครที่ทำให้เรื่องนี้สนุกก็คือเบนิโอะ ที่ไม่รู้ว่าเจ๊แกสมองทำด้วยอะไรกันแน่ถึงได้บ้าบอได้ขนาดนั้น ยิ่งพอมาเข้าคู่ตบมุกกับมาชิโระ ได้เห็ฯรีแอ็คชั่นของมาชิโระด้วยก็ยิ่งสนุก
ส่วนตัวฮาคุยะเอง ขอมอบตำแหน่งพระเอกที่ใสซื่อที่สุดในซีซั่นนี้ให้เลย ทำอะไรแต่ละอย่างได้น่ารักน่าชังจริงๆ
ที่ขัดใจของเรื่องนี้คือ เพลงประกอบฉาก เพราะมีหลายๆ ฉากที่รู้สึกว่ามันเงียบเกินไปหน่อย เงียบแบบสังเกตได้เลย แต่ตอนหลังๆ นี่ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะตอนสุดท้าย เข้ากับเนื้อหาในตอนดีมากๆ
เป็นเรื่องที่นอกจากจะได้เสพทั้งโลลิ พี่สาวซิสค่อน สาวทรงโตแล้ว เรื่องนี้ยังให้ความฟินแบบเบาๆ อีกด้วย
Chuunibyou Demo Koi ga Shitai! Ren (8.5 คะแนน)
มาถึงเรื่องที่ผมอวยที่สุดในซีซั่น ถ้าพิมพ์อะไรประหลาดๆ หรือออกอาการอวยเกินไปบ้าง ต้องขอโทษล่วงหน้าก่อนนะครับ
ประเด็นหลักๆ ของภาคคือความสัมพันธ์ของคู่พระ-นางเหมือนกับ Mikakunin แต่ต่างกันที่ว่า Mikakunin พัฒนาไปจนเริ่มรักชอบกัน แต่เรื่องนี้คือเริ่มภาคนี้มาเป็นแฟนกันแล้ว แต่ความสัมพันธ์แทบไม่ไปไหนเลย
โดยรวมจะเหมือนๆ กับภาคแรก คือครึ่งแรกจะฮาๆ ครึ่งหลังค่อยมีเนื้อหาที่หนักขึ้น แต่ส่วนตัวคือรู้สึกสนุกไม่เท่าภาคแรก สาเหตุคงเป็นเพราะคาดหวังกับมันมากเกินไปหน่อย อย่างฉาก Vanishment ที่ดูจะขาดความขลังไป เพราะกลายเป็นยิงพลังกันตูมๆ แล้วก็จบ ไม่เหมือนภาคแรกที่ยังเป็นอะไรที่สดใหม่ แถมพอมีให้เห็นว่าในโลกจริงๆ มันกำลังทำอะไรกันอยู่ด้วย (เช่น ตอนสู้โทกะ, ไม้กวาดตีกัน) โดยฉาก Vanishment ที่สนุกที่สุดของภาคนี้คือตอนที่ 3 ที่เจอชิชิมิยะนี่แหละ
ส่วนภาษาที่ใช้เดินเรื่องส่วนที่เป็นภาษาจูนิเบียวนี่ก็เข้าใจยากกว่าภาคแรกซะอีก ต้องมาตีความกันอีกทอด
อีกจุดนึงที่ทำให้รู้สึกสนุกน้อยลงเพราะอิชชิกิบทหายไป อันนี้ผมพูดจริงๆ นะ พอหายไปแล้ว เป้าหมายในการคาดหวังความฮามันหายไปอย่างนึงเลยจริงๆ
พูดถึงดราม่าตรงส่วนของชิชิมิยะเอง ถึงจะไม่ได้หนักหนาเท่าภาคแรก แต่ความรู้สึกที่ชิชิมิยะสื่อออกมา มันทำให้รู้สึกได้จริงๆ ว่ารู้สึกยังไงอยู่ อย่างตอน 10-11 นี่จุกมากๆ
ส่วนคู่หลักนั้น ถึงตลอดทั้งเรื่องอาจจะดูคืบหน้าช้าไปบ้าง แต่มันก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไม่ต้องไปรีบร้อนกับความรัก โดยเฉพาะตัวยูตะนี่ ผมยกให้เป็นแฟนหนุ่มดีเด่นคนนึงเลย เข้าใจในตัวริกกะดีมากๆ
ส่วนนิบุทานิเอง ต้องบอกว่าเป็นตัวละครสายซัพพอร์ตที่ดีที่สุดคนนึงเลย แถมช่วงที่จับคู่กับเดโคโมริก็เป็นสีสันที่ทำให้ฮาได้ตลอดด้วย
จุดบอดที่สุดของภาคนี้คือ เรื่องที่ชิชิมิยะตัดใจไปในตอนม.ต้น ที่จะบอกว่าไม่สมเหตุสมผลเท่าไรก็ได้ ถ้าให้แถคือพอเธอรู้สึกมีความรัก ก็กลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนไป ไม่เป็นตัวของตัวเอง (จะบอกว่าอธิบายไม่เคลียร์ก็ได้ เพราะภาษาจูนิเบียวเป็นตับเลย)
ในเรื่องที่ผมดูมาในซีซั่นที่จบไปนี้ ต้องบอกว่าผมฟินกับเรื่องนี้มากที่สุดแล้วครับ (ถึงโดยรวมสนุกไม่เท่าภาคแรก แต่ฟินกว่าอีก)
ต่อไปนี้เป็นการบ่นส่วนตัว [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เห็นบอร์ดนอกโวยวายกันเรื่องไม่มีฉากจูบแล้วโวยว่าภาคนี้ห่วย โอเค ยอมรับว่าสู้ภาคแรกไม่ได้จริงๆ แถมเกือบทุกคนที่ดูเรื่องนี้ก็คาดหวังฉากจูบกันทั้งนั้น แถมการจูบถือเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงถึงความรักที่มีให้กัน แต่มันจำเป็นขนาดนั้นรึเปล่า? แถมค่ายที่ทำมีชื่อว่า KyoAni นะ อย่างน้อยๆ ก็ควรจะเผื่อใจไว้แล้วบ้างสิ
อีกจุดนึงที่เห็นบ่นๆ กันหลังจากไม่ได้เห็นฉากจูบคือ ไม่เห็นความสัมพันธ์จะคืบหน้าเลย แล้วไอที่จับมือ หอมแก้ม กอดอย่างเป็นห่วง นั่นเรียกว่าอะไร แถมถึงจะไม่ได้จูบกันจริงๆ แต่ทั้งยูตะกับริกกะก็แสดงให้เห็นแล้วว่า "มีความตั้งใจที่จะจูบจริงๆ" แค่นั้นก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอ
ขอจบการบ่นไว้เพียงเท่านี้ครับ
Noragami (9 คะแนน)
เป็นเรื่องที่ทำจากมังงะได้สนุกมากๆ เรื่องนึง ถึงจะมีรวบรัดไปบ้างในบางตอน แต่เนื้อเรื่องก็ชวนติดตามได้ตลอด โดยเฉพาะช่วงที่เกี่ยวกับยูกิเนะ (มันก็ครึ่งซีซั่นเลยน่ะนะ)
ที่ชอบที่สุดคือฉากที่ยูกิเนะโดนชำระล้าง เล่นเอาสะเทือนอารมณ์ไปเหมือนกัน ต้องให้เครดิตคนพากย์ด้วยส่วนนึง
ฉากบู๊ถึงจะไม่ได้บ๊กันล้างผลาญ แถมรู้สึกรำคาญฉากซ้ำที่ยาโตะต้องเอานิ้วลูบไปตามดาบก็จริง แต่โดยรวมถือว่าทำได้ดีครับ
ไม่ค่อยมีอะไรให้เขียนมากเพราะไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเท่าไร แต่เป็นเรื่องที่ผมดูสนุกมากๆ ของซีซั่นนี้เลย
Nagi no Asukara (9.5 คะแนน)
งานของ P.A. ที่ผมไม่ได้ดูเรื่องอื่นมาเลยนับจาก Angel Beats! อย่างเรื่องนี้เองพอดีว่าลองดูตอนแรกแล้วถูกใจเลยดูต่อ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากด้วย
ช่วงแรกๆ กล่าวถึงการที่คนจากทะเลและบนบกจะมารักกัน ความคิดเห็นที่มีต่ออีกฝ่าย ดราม่าเรื่องมิอุนะ ไปจนถึงช่วงทำพิธีเอามานากะไปถ่วงทะเลเพิ่มเรตติ้ง นั้น ผมรู้สึกว่ามันเนือยไปหน่อย ดราม่าที่ยัดๆ มาก็รู้สึกเหมือนจะยัดเยียดเกินไป แต่ที่ตามลุ้นอยู่ได้ก็เพราะความรู้สึกรักที่แต่ละตัวละครมีให้กันเป็นงูกินหาง
พอเข้าครึ่งหลัง ข้ามมา 5 ปี มีพูดถึงเวลาที่ต่างกันของคนที่พึ่งตื่นจากจำศีลกับคนบนบก การยอมรับในการเปลี่ยนแปลงที่เราทำอะไรไม่ได้แล้ว พอตื่นขึ้นมาครบเหลือมานากะ ก็เบนมาลุ้นว่า มานากะจะกลับมามีบทอีกมั้ย พอมานากะตื่นขึ้นมาก็กลับไปลุ้นเรื่องความรักกันอีกรอบ (โดยที่มี 2 สาวเพิ่มเข้ามาให้ปวดหัวเล่นอีก) เรียกว่าลุ้นประเด็นใครจะคู่กับใครซะหนักจนไม่สนว่าโลกจะอยู่จะไปยังไงกันเลย ดีว่าตอนสุดท้ายมาสรุปรวบยอดได้ค่อนข้างจะลงตัวมากๆ
จุดนึงที่เสียดาย เพราะตัวเองรู้สึกไม่อินเลยก็คือตอนมิอุนะถามกับฮิคาริว่าชอบมานากะใช่มั้ย ถามกันตรงๆ เพื่อให้ตัวเองตัดใจ ตรงนี้ผมไม่อินเลยจริงๆ สาเหตุเพราะมันไปเดจาวูกับ Chuunibyou ที่จบไปก่อนหน้านั้นอาทิตย์นึงด้วย ซึ่งคิดว่าถ้ากลับกันเป็นเรื่องนี้ทำฉากนี้ขึ้นมาก่อน ผมก็คงไม่อินกับฉากนั้นของ Chuunibyou เหมือนกัน
ทีแรกจะให้ 9 แต่ตอนจบสรุปทุกอย่างได้ค่อนข้างดี ก็เอาไป 9.5 เลยครับ
ยาวหน่อย ใครอ่านหมดก็ขอขอบคุณที่อ่านด้วยครับ
มา Review อนิมที่พึ่งจบไปกันครับ (ใครขี้เกียจ มาบอกกันหน่อยก็ได้ว่าชอบ-ไม่ชอบเรื่องไหนบ้าง)
ลองมารีวิวเรื่องที่พึ่งดูจบไป แลกเปลี่ยนความเห็นกันครับ
ของผมขอเรียงตามคะแนนที่ตัวเองให้ละกัน (จากเต็ม 10 น้อย ไป มาก)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ยาวหน่อย ใครอ่านหมดก็ขอขอบคุณที่อ่านด้วยครับ