หากใครเคยได้อ่านหนังสือของ Peter Lynch ที่ชื่อว่า One Up On Wall Street จะพบกับทฤษฎีของลินช์ที่บอกไว้ว่า เขาเองเชื่อว่าคนขับรถสิบล้อมีความสามารถในการเลือกหุ้นได้ดีกว่านักวิเคราะห์
คำกล่าวนี้ผมเองเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในตอนแรก จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อนผมเแงได้ไปคุยกับลุงที่ผมรู้จัก ลุงคนนี้เค้าเป็นคนที่ออมหุ้นไว้มานานพอสมควร ผมถามเค้าว่าลุงอยากใช้วิธีถัวเฉลี่ยซื้อหุ้นทุกเดือนไหม (Dollar Cost Averaging) ลุงผมตอบกลับมาแบบสั้นๆ ว่า จะซื้อทุกเดือนไปทำไม ก็รอให้ตลาดตกหนักๆ แบบปี 50 สิ
ไม่น่าเชื่อว่าลุงผมคนนี้ที่ไม่ค่อยสนิทสนมกับตลาดหุ้นแต่สามารถรู้ความลับง่ายๆ แต่สามารถสร้างผลตอบแทนมหาศาลได้ และผมเองเชื่อว่าลุงผมคนนี้เค้ารอซื้อหุ้นในภาวะแบบนั้นได้เพราะเขาไม่ยุ่งกับราคาหุ้นเลย ในขณะที่นักวิเคราะห์หรือมืออาชีพหลายๆ คนกลับนั่งประเมินและวิเคราะห์อย่างซับซ้อนเพียงเพื่อหาราคาหุ้นที่คิดว่าใช่ และซื้อ ถือไว้และภาวนาให้ราคาขึ้นตามที่คำนวณได้ทั้งๆ ที่ตัวธุรกิจเองอาจไม่มีอะไรโดดเด่นด้วยซ้ำ
อีกตัวอย่างหนึ่งที่ในหนังสือของลินช์ได้ยกตัวอย่างไว้คือ มีผู้ชายคนนึงเห็นว่าแถวบ้านของเขาเริ่มมีโชว์รูมรถยี่ห้อหนึ่งมาตั้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (ผมเองจำไม่ได้ว่ายี่ห้ออะไร) เขาคิดง่ายๆ ว่าถ้ามันตั้งโชว์รูมเพิ่มแสดงว่าบริษัทนี้มียอดขายดี ว่าแล้วเขาก็ซื้อหุ้นขิงบริษัทนี้และได้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล
ในหลายๆ ครั้งที่ผมเองนั่งวิเคราะห์กิจการ ใช้ตัวเลขและวิธีการที่ซับซ้อนมากมายเพื่อหามูลค่าที่แท้จริงซึ่งผมเองไม่รู้ว่ามันจะใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากแค่ไหน ผมมักจะคิดถึงความเป็นมือสมัครเล่นและพยายามออกห่างจากตลาดหุ้นให้มากที่สุดเพื่อที่จะคิดแบบง่ายๆ ให้มากขึ้น เพราะผมเองเชื่อว่าบางครั้งการที่เราคิดอะไรยุ่งยากและซับซ้อนไป สุดท้ายมันอาจให้ผลลัพธ์ที่ย่ำแย่กว่าการคิดแบบมือสมัครเล่นก็เป็นได้
คิดแบบมือสมัครเล่นเข้าไว้
ประโยชน์ของการคิดแบบ "มือสมัครเล่น"
คำกล่าวนี้ผมเองเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในตอนแรก จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อนผมเแงได้ไปคุยกับลุงที่ผมรู้จัก ลุงคนนี้เค้าเป็นคนที่ออมหุ้นไว้มานานพอสมควร ผมถามเค้าว่าลุงอยากใช้วิธีถัวเฉลี่ยซื้อหุ้นทุกเดือนไหม (Dollar Cost Averaging) ลุงผมตอบกลับมาแบบสั้นๆ ว่า จะซื้อทุกเดือนไปทำไม ก็รอให้ตลาดตกหนักๆ แบบปี 50 สิ
ไม่น่าเชื่อว่าลุงผมคนนี้ที่ไม่ค่อยสนิทสนมกับตลาดหุ้นแต่สามารถรู้ความลับง่ายๆ แต่สามารถสร้างผลตอบแทนมหาศาลได้ และผมเองเชื่อว่าลุงผมคนนี้เค้ารอซื้อหุ้นในภาวะแบบนั้นได้เพราะเขาไม่ยุ่งกับราคาหุ้นเลย ในขณะที่นักวิเคราะห์หรือมืออาชีพหลายๆ คนกลับนั่งประเมินและวิเคราะห์อย่างซับซ้อนเพียงเพื่อหาราคาหุ้นที่คิดว่าใช่ และซื้อ ถือไว้และภาวนาให้ราคาขึ้นตามที่คำนวณได้ทั้งๆ ที่ตัวธุรกิจเองอาจไม่มีอะไรโดดเด่นด้วยซ้ำ
อีกตัวอย่างหนึ่งที่ในหนังสือของลินช์ได้ยกตัวอย่างไว้คือ มีผู้ชายคนนึงเห็นว่าแถวบ้านของเขาเริ่มมีโชว์รูมรถยี่ห้อหนึ่งมาตั้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (ผมเองจำไม่ได้ว่ายี่ห้ออะไร) เขาคิดง่ายๆ ว่าถ้ามันตั้งโชว์รูมเพิ่มแสดงว่าบริษัทนี้มียอดขายดี ว่าแล้วเขาก็ซื้อหุ้นขิงบริษัทนี้และได้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล
ในหลายๆ ครั้งที่ผมเองนั่งวิเคราะห์กิจการ ใช้ตัวเลขและวิธีการที่ซับซ้อนมากมายเพื่อหามูลค่าที่แท้จริงซึ่งผมเองไม่รู้ว่ามันจะใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากแค่ไหน ผมมักจะคิดถึงความเป็นมือสมัครเล่นและพยายามออกห่างจากตลาดหุ้นให้มากที่สุดเพื่อที่จะคิดแบบง่ายๆ ให้มากขึ้น เพราะผมเองเชื่อว่าบางครั้งการที่เราคิดอะไรยุ่งยากและซับซ้อนไป สุดท้ายมันอาจให้ผลลัพธ์ที่ย่ำแย่กว่าการคิดแบบมือสมัครเล่นก็เป็นได้
คิดแบบมือสมัครเล่นเข้าไว้