เปิดฉากสงครามทีวีดิจิทัล (7): ตลาด"คนทีวี"ร้อน ๆ ระวังซ้ำรอย

เปิดฉากสงครามทีวีดิจิทัล(7): ตลาด"คนทีวี"ร้อนๆ ระวังซ้ำรอย
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 23 มีนาคม 2557 01:00
คิดใหม่ วันอาทิตย์ โดยคุณอดิศักดิ์ ลิมปรุงพัฒนกิจ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทิ้งท้ายคอลัมน์ไว้ลองให้ผู้อ่านทาย ว่าช่องทีวีช่องไหนที่สังคมส่วนใหญ่นึกชื่อออก

ได้เป็นลำดับแรกว่า"ไม่ลงทุนสร้างคน" แต่จะใช้วิธีให้แมวมองลอง"ทาบทาม" แล้ว"เสนอเงินเดือนเพิ่ม"หรือพูดตรงๆ คือใช้เงิน"ซื้อตัว"ให้ลาออกจากช่องเดิม ผู้อ่านส่วนใหญ่ทายถูกต้องตามความคาดหมาย

มองโลกในแง่ดีก็ต้องบอกว่าการเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ส่งผลให้"แรงงาน"หรือบุคลากรในแวดวงโทรทัศน์ที่มีประสบการณ์ได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากเคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา นับจากการเกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ที่สุดในวงการโทรทัศน์และสื่อ

หลังจากโทรทัศน์บอกรับสมาชิกหรือเคเบิ้ลทีวีรายที่สอง Thai Sky ของ"คีรี กาญจนพาสน์"เกิดขึ้นมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว"ถอดใจ" ขายใบอนุญาตให้กลุ่มหนังสือพิมพ์วัฏจักรที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นที่ต้องการ Story แบบสื่อครบวงจร ทั้งหนังสือพิมพ์รายวันธุรกิจ,หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษ,นิตยสารรายสัปดาห์,วิทยุและเคเบิลทีวี

ก่อนการเกิดขึ้นของไทยสกายเคเบิลทีวีได้มีโทรทัศน์บอกรับสมาชิกรายแรกของไทยคือ IBC ของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรจากสัมปทานองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยในยุครัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีที่ชื่อร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แล้วอีกไม่กี่ปีต่อมาได้เกิดเคเบิลทีวีรายที่สามคือ UTV ของกลุ่มซีพี ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ได้มีการรวมกิจการ IBC กับ UTV เป็น UBC ที่เปลี่ยนชื่อมาเป็น TRUE Vision ในปัจจุบัน

ผู้คนในแวดวงสื่อทุกวงการทั้งจากหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ต่างได้รับการชักชวน ด้วยอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่ 50-100-200 และมากกว่า %ให้ไปร่วมสร้างอาณาจักรวัฏจักรที่ได้เงินทุนมหาศาลจากตลาดหุ้นที่เฟื่องฟู แล้วหลังจากนั้นอีกเพียงไม่กี่ปีต่อมา อาณาจักรวัฏจักรประสบปัญหาทางการเงินถึงกาล"ล่มสลาย"ในช่วงไล่เลี่ยกับวิกฤตต้มยำกุ้งในเดือน ก.ค. 2540


การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล 24 ช่องในปีนี้มาแรงกว่ายุควัฏจักรยิ่งว่าคลื่นสึนามิ แต่ถือเป็น"โอกาสทอง"ของนักศึกษาจบใหม่ในปีนี้และบุคลากรเดิมที่อยู่ในแวดวงโทรทัศน์ทั้งฟรีทีวีและโทรทัศน์ดาวเทียม รวมไปถึงเคเบิลทีวีท้องถิ่นและบริษัทผลิตรายการอิสระที่อยู่ในสภาพเซื่องซึมมาเป็นเวลานานนับกึ่งศตวรรษจากระบบกึ่งผูกขาดของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย

นับเป็นความโชคดีของประเทศไทยที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาได้เกิด"ทีวีดาวเทียม"เป็นดอกเห็ดมากกว่า 250 ช่องและยังมีเคเบิลทีวีท้องถิ่นกระจายอยู่ทุกจังหวัดอีกกว่า 400-500 สถานี ทำให้สถานีเหล่านี้ได้กลายเป็นแห่งผลิตบุคลากรที่มาจากระบบครูพักลักจำ Training on The Job เป็นส่วนใหญ่

เพราะสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาไม่ได้ผลิตบุคลากรที่สอดคล้องกับภาวะความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมโทรทัศน์จริงๆ ทั้งในส่วนของการผลิตคอนเทนท์,งานฝ่ายผลิต,วิศวกร,เจ้าหน้าที่เทคนิคในสตูดิโอ ฯลฯ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบุคลากรในตำแหน่งวิศวกรในสาขาอุตสาหกรรมโทรทัศน์ที่น่าจะยังไม่มีการสอนในระดับอุดมศึกษาของไทย คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีสาขาโทรคมนาคมที่มีวิชาแค่ใกล้เคียงกับสายเทคนิคโทรทัศน์ แต่น่าจะกลับยังไม่มีสาขาบรอดแคสติ้ง-นิวมีเดียโดยตรง ในระดับอาชีวศึกษาก็เช่นเดียวกันที่ไม่มีสาขาทำนองนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นช่างไฟฟ้า,ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ

ทำให้ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมาช่อง 9 กลายเป็นสถาบันผลิตบุคลากรในสายวิศวกรรมและช่างเทคนิคของสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีมากที่สุด


เมื่อคราวสถานีโทรทัศน์ไอทีวีก่อตั้งขึ้นในปี 2539 ได้สำเร็จ กล่าวได้ว่าส่วนใหญ่มาจากฝีมือของบุคลากรด้านวิศวกรรมจากอสมท.ที่ตัดสินใจลาออกมาอยู่กับไอทีวีและบางคนเกษียณอายุมาเริ่มใหม่ที่ไอทีวี แม้ว่าบางส่วนจะมาจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ก็เป็นระดับรองลงมาที่ไม่ใช่คีย์แมน

เมื่อไอทีวีปิดตำนานไป ช่อง 3 กลายเป็นสถานีโทรทัศน์ที่สะสมบุคลากรชั้นหัวกะทิและเชี่ยวชาญในสายวิศวกรรมโทรทัศน์และโครงข่ายไว้มากที่สุด แม้ว่าบุคลากรสายวิศวกรรมบางส่วนยังคงอยู่กับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสก็ตาม

เชื่อหรือไม่ว่าใน พ.ศ.นี้ยุคทีวีดิจิทัล 24 ช่องกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ฝ่ายวิศวกรรมของช่อง 9 กลับกำลังอยู่ในสภาพ"สมองไหล"ออกไปมากที่สุด รองลงมาคือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส, ช่อง 11 และช่อง 5 ไปสู่สถานีโทรทัศน์ดิจิทัลช่องใหม่ๆ เช่น ช่อง PPTV ของนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ,ช่องไทยรัฐทีวี,อัมรินทร์ทีวี , MONO ฯลฯ

และอีกหลายคนได้ตัดสินใจเข้าสู่อาณาจักรช่อง 3 ที่ประมูลทีวีดิจิทัลได้มากที่สุด 3 ช่อง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อช่อง 3 จะมีอีก 3 ช่อดิจิทัลย่อมจะต้องอัดฉีดเพิ่ม"พลังดูด"อย่างไม่หยุดยั้ง จนปัจจุบันกลายเป็น"แหล่งรวม"บุคลากรในแวดวงโทรทัศน์จากทุกช่องในทุกๆ ระดับมากที่สุด

ตารางอัตราเงินเดือนของตำแหน่งต่างๆ ในสถานีโทรทัศน์ที่นำมาประกอบในคอลัมน์นี้ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารองค์กรสื่อในสายโทรทัศน์รวม 9 แห่งทั้งฟรีทีวี,ทีวีดาวเทียมและโปรดักชั่นเฮ้าส์-บริษัทโฆษณาในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2556 ก่อนการประมูลทีวีดิจิทัลประมาณ 3-4 เดือนเพื่อประเมินภาวะการจ้างงานในอุตสาหกรรมโทรทัศน์หลังยุคทีวีดิจิทัล

อัตราเงินเดือนชุดนี้ที่มีทั้งระดับสูงสุด-เฉลี่ย-ต่ำสุดน่าจะต้อง"บวก"ขึ้นไปอีกไม่น้อยกว่า 25-50-100 %ในตำแหน่งผู้ประกาศข่าวหรือคนหน้าจอ,โปรดิวเซอร์,กราฟฟิก,ฝ่ายผลิตและสายวิศวกรรม-สตูดิโอที่กำลังอยู่ในภาวะ Demand มากกว่า Supply หลายเท่าตัว จนทำให้หลายๆ ช่องตัดสินใจออกเดินสายไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ตั้งโต๊ะเปิดรับสมัครนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์และคณะอื่นๆ ที่กำลังจะจบปี 4 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าให้เข้ามาทำงานทันที

ในแวดวงโทรทัศน์ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาถือว่าได้เกิดภาวะฟองสบู่"อัตราเงินเดือน"เพิ่มสูงขึ้นมากในระดับ 30-50 % จนบางคนได้มากเกินระดับความสามารถไปกว่า 1-2 เท่าตัวจากข้อเสนอของช่องใหม่ที่ไม่มีฐานทีวีดาวเทียมอยู่เลย แล้วใครกันบ้างจะทนฝืนแรงเย้ายวนเช่นนี้ได้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในตำแหน่งผู้ประกาศข่าว,ผู้ดำเนินรายการ,นักข่าว,โปรดิวเซอร์ข่าว ฯลฯ น่าจะมาจากกสท.กำหนดให้ช่องวาไรตี้ 14 ช่องจะต้องมีสัดส่วนข่าวในผังอย่างน้อย 25 %


วันเวลาไม่เคยคอยใคร ดอกเบี้ยงอกทุกวินาที ทุกช่องกำลังเร่งรีบเพื่อให้พร้อมออกอากาศ หลังจากกสท.ส่งสัญญาณจะออกใบอนุญาตนับหนึ่งทีวีดิจิทัลในวันที่ 25 เม.ย.นี้ จะทำให้มองเห็นภาพชัดขึ้นว่า 24 ช่องจาก 17 บริษัท ช่องไหนบ้างมีความพร้อมแบบเต็มพิกัดในการออกอากาศเต็มผัง 100 % หรือเพียงแค่พร้อมแบบครึ่งๆ กลางๆทั้งบุคลากรและสตูดิโอไปก่อนสักพัก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่