ใครจะฟ้องตลก ใช้ข้อความนี้ได้เลย (ยืมเขามาอีกทีนึงนะครับ )
ใครคิดว่าทำไปไม่มีประโยชน์ ขอยืนยันว่าไม่จริงครับ หมากนี้ เราต้องเล่นหมดทั้ง ลับ ทั้งแจ้ง ทั้งบนดิน ใต้ดิน ใต้น้ำ เพราะฝ่ายโน้นเขาเล่นนานแล้ว
ใครที่อยากสู้ในศึกนี้ ก็ใช้อันนี้ได้เลยครับ แนวทางแจ้งสว่าง
https://www.facebook.com/gobal.worldhuman/posts/708527172503066 <------ ลิงค์ต้นทาง
--------
..แบบคำร้องไปแจ้งความดำเนินคดี...ตลกไทย....
เอื้อเฟื้อโดยคุณ Unter Redest...นักสู้เผด็จการตัวยง...
ก็อบไปยื่นให้ตำราวจได้เลย แนะนำให้ไปฟ้องเป็นกลุ่ม...หมายถึง..3-5คนขึ้นไปเป็นโจทย์ในคดีเดียวกัน
ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว...............บัตรประจำตัวประชาชนเลขที่...............
อยู่บ้านเลขที่..........ถนน.........แขวง/ตำบล..........เขต/อำเภอ.........จังหวัด..........
ขอแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
จำนวน 8 คน รวมเป็น 9 คน ตามรายชื่อดังนี้
1. นายจรูญ อินทจาร
2. นายจรัญ ภักดีธนากุล
3. นายเฉลิมพล เอกอุรุ
4. นายชัช ชลวร
5. นายนุรักษ์ มาประณีต
6. นายบุญส่ง กุลบุปผา
7. นายสุพจน์ ไข่มุกด์
8. นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี
9. นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ
จากรายละเอียดคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ
ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557
สรุปได้ว่า
ให้พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2556 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรคสอง
เป็นการละเมิดสิทธิในการเลือกตั้งของข้าพเจ้า ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 4 หน้าที่ของชนชาวไทย มาตรา 70 มาตรา 71 มาตรา 72
ข้าพเจ้าขอใช้สิทธิในการร้องทุกข์กล่าวโทษ ตามสิทธิที่มีในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนที่ 10 สิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน มาตรา ๖๐ สิทธิที่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐ
ขอให้เจ้าพนักงานแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวโทษ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาลงโทษตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ข้าพเจ้าสงวนสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องทางแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการลิดรอนสิทธิเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2556 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 เป็นโมฆะ
ลงชื่อ...........................................................
วันที่............................................................
หลักฐานแนบ
วันนี้ (21 มีนาคม 2557) ศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาอรรถคดีและมีผลการพิจารณาในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) เสนอเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) ว่า การจัดการการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 28/2557)
คำร้องนี้ ผู้ร้องได้รับหนังสือร้องเรียนจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ
(1.) การเลือกตั้งเป็นการทั่วไปตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 มิได้กระทำขึ้นเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร จากกรณีที่มีการกำหนดให้เลือกตั้งใหม่ภายหลังวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 สำหรับการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่มีปัญหาจำนวน 28 เขต ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าเป็นการเลือกตั้งที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 โดยชัดแจ้ง
(2) คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการรับสมัครรับเลือกตั้งทั่วไป โดยมิได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 ประกอบมาตรา 30 จากกรณีที่กำหนดให้พรรคการเมืองที่ประสงค์จะยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่รับสมัครได้ ให้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่กองบังคับการปราบปราม หรือสถานีตำรวจนครบาลดินแดงในเวลาก่อน 8.30 นาฬิกา เพื่อให้ได้สิทธิในการจับสลากหมายเลขผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรคนั้นๆ รวมถึงในการรับสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตในหลายจังหวัด มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่มีการประกาศให้ทราบล่วงหน้าโดยเปิดเผย เป็นเหตุให้ผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งไม่ทราบและไม่สามารถเดินทางไปสมัครรับเลือกตั้งในสถานที่ที่สมัครรับเลือกตั้งใหม่ได้ ซึ่งผู้ร้องเห็นว่า การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ ขัดต่อหลักความเสมอภาค ไม่เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 และมาตรา 30 ทำให้กระบวนการเลือกตั้ง ครั้งนี้มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
(3) คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งขัดต่อหลักการลงคะแนนลับ และทำให้การเลือกตั้งที่กำหนดขึ้นในภายหลังเป็นอันไร้ผล เพราะบัตรเลือกตั้งที่ได้จากการเลือกตั้งเป็นบัตรเสีย ซึ่งผู้ร้องเห็นว่า การกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นการดำเนินการที่ขัดต่อหลักการลงคะแนนลับถือเป็นเรื่องร้ายแรง และกระทบต่อสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก จึงมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 236(1) มาตรา 93 และมาตรา 30 และ
(4) คณะกรรมการการเลือกตั้งปล่อยปละละเลยให้มีการใช้อำนาจรัฐที่ก่อให้เกิดความไม่เที่ยงธรรม จากกรณีที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย ได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในท้องที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง โดยใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งผู้ร้องเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งละเลยต่อหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้อำนาจรัฐในการออกประกาศและมีคำสั่งต่างๆที่ทำให้การจัดการเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินไปได้โดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ผู้ร้องจึงเสนอเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 245 (1)ว่า การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญขอให้เพิกถอนการเลือกตั้งครั้งนี้ และให้มีการดำเนินการจัดการให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปขึ้นใหม่ให้เป็นไปตามบทบัญญัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต่อไป
ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วมีเหตุแห่งคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยก่อนว่าการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นการเลือกตั้งที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (6 ต่อ 3) สรุปได้ว่า การที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น เมื่อได้ดำเนินการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไปแล้ว ปรากฏว่ายังไม่มีการจัดการเลือกตั้งสำหรับ 28 เขตเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่เคยมีการสมัครรับเลือกตั้งมาก่อนเลยจึงถือได้ว่าในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 มิได้มีการเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักร ส่วนการที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งสำหรับ 28 เขตเลือกตั้ง หลังวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น ก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะจะมีผลทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน เป็นผลให้พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรคสองุ
อยากฟ้อง ตลก รัฐธรรมนูญ ใช้นี่ได้เลยนะครับ !!
ใครคิดว่าทำไปไม่มีประโยชน์ ขอยืนยันว่าไม่จริงครับ หมากนี้ เราต้องเล่นหมดทั้ง ลับ ทั้งแจ้ง ทั้งบนดิน ใต้ดิน ใต้น้ำ เพราะฝ่ายโน้นเขาเล่นนานแล้ว
ใครที่อยากสู้ในศึกนี้ ก็ใช้อันนี้ได้เลยครับ แนวทางแจ้งสว่าง
https://www.facebook.com/gobal.worldhuman/posts/708527172503066 <------ ลิงค์ต้นทาง
--------
..แบบคำร้องไปแจ้งความดำเนินคดี...ตลกไทย....
เอื้อเฟื้อโดยคุณ Unter Redest...นักสู้เผด็จการตัวยง...
ก็อบไปยื่นให้ตำราวจได้เลย แนะนำให้ไปฟ้องเป็นกลุ่ม...หมายถึง..3-5คนขึ้นไปเป็นโจทย์ในคดีเดียวกัน
ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว...............บัตรประจำตัวประชาชนเลขที่...............
อยู่บ้านเลขที่..........ถนน.........แขวง/ตำบล..........เขต/อำเภอ.........จังหวัด..........
ขอแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
จำนวน 8 คน รวมเป็น 9 คน ตามรายชื่อดังนี้
1. นายจรูญ อินทจาร
2. นายจรัญ ภักดีธนากุล
3. นายเฉลิมพล เอกอุรุ
4. นายชัช ชลวร
5. นายนุรักษ์ มาประณีต
6. นายบุญส่ง กุลบุปผา
7. นายสุพจน์ ไข่มุกด์
8. นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี
9. นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ
จากรายละเอียดคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ
ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557
สรุปได้ว่า
ให้พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2556 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรคสอง
เป็นการละเมิดสิทธิในการเลือกตั้งของข้าพเจ้า ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 4 หน้าที่ของชนชาวไทย มาตรา 70 มาตรา 71 มาตรา 72
ข้าพเจ้าขอใช้สิทธิในการร้องทุกข์กล่าวโทษ ตามสิทธิที่มีในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนที่ 10 สิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน มาตรา ๖๐ สิทธิที่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐ
ขอให้เจ้าพนักงานแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวโทษ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาลงโทษตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ข้าพเจ้าสงวนสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องทางแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการลิดรอนสิทธิเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2556 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 เป็นโมฆะ
ลงชื่อ...........................................................
วันที่............................................................
หลักฐานแนบ
วันนี้ (21 มีนาคม 2557) ศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาอรรถคดีและมีผลการพิจารณาในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) เสนอเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) ว่า การจัดการการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 28/2557)
คำร้องนี้ ผู้ร้องได้รับหนังสือร้องเรียนจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ
(1.) การเลือกตั้งเป็นการทั่วไปตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 มิได้กระทำขึ้นเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร จากกรณีที่มีการกำหนดให้เลือกตั้งใหม่ภายหลังวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 สำหรับการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่มีปัญหาจำนวน 28 เขต ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าเป็นการเลือกตั้งที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 โดยชัดแจ้ง
(2) คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการรับสมัครรับเลือกตั้งทั่วไป โดยมิได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 ประกอบมาตรา 30 จากกรณีที่กำหนดให้พรรคการเมืองที่ประสงค์จะยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่รับสมัครได้ ให้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่กองบังคับการปราบปราม หรือสถานีตำรวจนครบาลดินแดงในเวลาก่อน 8.30 นาฬิกา เพื่อให้ได้สิทธิในการจับสลากหมายเลขผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรคนั้นๆ รวมถึงในการรับสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตในหลายจังหวัด มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่มีการประกาศให้ทราบล่วงหน้าโดยเปิดเผย เป็นเหตุให้ผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งไม่ทราบและไม่สามารถเดินทางไปสมัครรับเลือกตั้งในสถานที่ที่สมัครรับเลือกตั้งใหม่ได้ ซึ่งผู้ร้องเห็นว่า การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ ขัดต่อหลักความเสมอภาค ไม่เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 และมาตรา 30 ทำให้กระบวนการเลือกตั้ง ครั้งนี้มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
(3) คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งขัดต่อหลักการลงคะแนนลับ และทำให้การเลือกตั้งที่กำหนดขึ้นในภายหลังเป็นอันไร้ผล เพราะบัตรเลือกตั้งที่ได้จากการเลือกตั้งเป็นบัตรเสีย ซึ่งผู้ร้องเห็นว่า การกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นการดำเนินการที่ขัดต่อหลักการลงคะแนนลับถือเป็นเรื่องร้ายแรง และกระทบต่อสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก จึงมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 236(1) มาตรา 93 และมาตรา 30 และ
(4) คณะกรรมการการเลือกตั้งปล่อยปละละเลยให้มีการใช้อำนาจรัฐที่ก่อให้เกิดความไม่เที่ยงธรรม จากกรณีที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย ได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในท้องที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง โดยใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งผู้ร้องเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งละเลยต่อหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้อำนาจรัฐในการออกประกาศและมีคำสั่งต่างๆที่ทำให้การจัดการเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินไปได้โดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ผู้ร้องจึงเสนอเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 245 (1)ว่า การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญขอให้เพิกถอนการเลือกตั้งครั้งนี้ และให้มีการดำเนินการจัดการให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปขึ้นใหม่ให้เป็นไปตามบทบัญญัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต่อไป
ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วมีเหตุแห่งคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยก่อนว่าการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นการเลือกตั้งที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (6 ต่อ 3) สรุปได้ว่า การที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น เมื่อได้ดำเนินการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไปแล้ว ปรากฏว่ายังไม่มีการจัดการเลือกตั้งสำหรับ 28 เขตเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่เคยมีการสมัครรับเลือกตั้งมาก่อนเลยจึงถือได้ว่าในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 มิได้มีการเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักร ส่วนการที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งสำหรับ 28 เขตเลือกตั้ง หลังวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น ก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะจะมีผลทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน เป็นผลให้พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรคสองุ