พื้นฐาน thre

ขอความเห็นหุ้นตัวนี้หน่อยค่ะ ตั้งใจเก็บนานๆ เห็นว่างบการเงินเริ่มดีขึ้น ขอบคุณค่ะ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 10
เจาะลึก THRE เชิงพื้นฐาน (ต่อ-2)

13 ถ้าอย่างงั้น สำรองน้ำท่วมจะมีโอกาสมาหลอกหลอนหรือไม่?
คำตอบ ไม่มีใครรู้ครับ แต่ถ้าต้องตั้ง ก็จะเข้าอีหรอบ แม้กระทั่งมี ประกันทั้งสองฝั่งมาคุยกันแล้ว special audit ก็แล้ว และ คปภ. ก็ไม่ผ่อนผันแล้ว นั่นแปลว่า THRE จะต้องตัดสินใจตั้ง เงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านเครดิตจากการประกันภัย ให้เต็ม 100% ภายใน 1 เมษายน 2557 ก็คือไตรมาสหนึ่งปีนี้แหล่ะครับ

แต่สำรองจะตั้งไตรมาสไหนอย่างไร อันนี้ผมไม่ทราบครับ

14. เท่าไร?
ผมไม่ทราบตัวเลขแน่ชัด THRE ยังคงเหลือเงินสำรองค่าสินไหมที่ยังไม่ได้ตั้งสำรองฯไว้อีกราว 3.3 พันลบ. แต่ในจดหมายถึง ผู้ถือหุ้นระบุไว้ว่าปัจจุบันเข้าสู่โหมดต่อรอง และเจรจาว่าด้วยเรื่องความคุ้มครองและการชดใช้ (Reinsurance Protection) เพื่อรองรับส่วนต่างไปพร้อมกับการต่อรอง

There are three companies where negotiations over the claims amounts continue, may take some time before the final outcome is known, but in the meantime reinsurance protection is being negotiated to cover any shortfall between the existing provisions and the final outcome.

15. ความเห็น
มีเพื่อนนักลงทุนเขียนมาถามหลังไมด์ ผมได้ให้ความเห็นไปว่า หากท่านเป็นนักลงทุนแยกเป็น ระยะสั้น, กลาง, ยาว

ระยะสั้น 2557-2562
ผมคิดว่าภายในปี 2558 บริษัทน่าจะหาข้อสรุปได้เรื่องน้ำท่วมซึ่งหากมองผลกระทบ แบบ Worst to Worst ผมคิดว่าในกรณีที่แย่ที่สุดก็คือปีนี้ขาดทุนอีก 1 ปี แต่หากตกลงกันได้ตามที่บริษัทมั่นใจก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายและอาจเห็นบวกในปีนี้ได้

ระยะกลาง 2557-2567
ปัจจุบัน คปภ. กำลังดำเนินการเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ อยู่ และ THRE เป็น Reinsurer เจ้าเดียวในประเทศ คู่แข่งนั้นเป็นต่างประเทศซึ่งหลังจากน้ำท่วมก็เจ๊งบ้างก็เยอะ หลายรายประสบปัญหาทางการเงินเช่น เบสทรี ซึ่งขอแฮร์คัท แบบ ขอจ่ายครึ่งเดียวอะไรงี้ ใครโดนเข้าไปก็กระอัก! แต่ไทยรี ยังอยู่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมมองเห็น ในยามยากลำบากสาหัส บริษัทไม่เจ๊ง บริษัทมี ผถห. เป็นบริษัทประกันส่วนใหญ่ด้วยกันเองด้วย และ ผบห. ก็เข้มงวดมากขึ้นในหลาย ๆ อย่างรวมทั้ง คปภ. ผมคิดว่าจะค่อย ๆ เห็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป อีกอย่างกฎ RBC นั้นก็จะเป็นตัวเร่ง เช่น MTL TLA KTAL SCBLIF BLA แย่งลูกค้าขาขึ้น นับจากนี้ไปอีกสิบปี บี้กันดุ แต่แล้วด้วยข้อจำกัดของ CAR เอ้าเงินทุนไม่พอ แย่ละ ทำไง บอกลูกค้าไปทำกับคนอื่นเถอะ งั้นเหรอ บ้าแล้วไม่มีใครยอมใครหรอก ถึงขีดจำกัด ถ้าไม่เพิ่มทุน จะรับเบี้ยเพิ่มไม่ได้หรือจะขายแล้ว Re ต่อกับ THRE อย่าลืมว่าพวกเค้าก็ถือหุ้น THRE ด้วยได้สองเด้ง

ระยะยาว 2557-2577
ถ้า จขกท. ตั้งใจจะถือยาว ผมให้มองมากกว่าในประเทศ เพราะอีกยี่สิบปี ตลาดจะเป็น AEC ประกันจะเสรี เรามีโอกาสรับ รีต่อ ทั้งภูมิภาค ซึ่งถึงตอนนั้นผมคิดว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ คปภ. กำหนดจะเอื้อประโยชน์ให้เราขยายธุรกิจได้มากขึ้น

ย่อ ๆ แค่นี้ก่อนครับ ยังมีรายละเอียด อื่น ๆ อีกมากครับ
ความคิดเห็นที่ 6
เจาะลึก THRE ให้ฟังในเชิงพื้นฐานนะครับ

1. บริษัท THRE ทำอะไร?
บริษัทเป็น บริษัทรับประกันภัยต่อ ลักษณะคือ เมื่อเกิดการประกันเกิดขึ้นในชีวิตจริงบริษัทประกันจะไม่มีความสามารถรับไว้หมดจึงต้องมีบริษัทรับประกันภัยต่อเพื่อกระจายความเสี่ยง

2. ทำไมล่ะแบบนี้บริษัทประกันเก็บเบี้ยทั้งหมดเอาไว้เองดีกว่ามั๊ย
เป็นไปได้ยากในเชิงปฎิบัติเพราะ ข้อจำกัดทางด้านเงินทุนและข้อจำกัดของ คปภ. ดังข้อกำหนดเกี่ยวกับ RBC และ CAR อธิบายง่าย ๆ ดังนี้ บริษัทต้องมีสำรองขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 140% ของเบี้ย นั่นเป็นข้อจำกัด หากบริษัทมีเงินสำรองไม่ถึงแต่อมเบี้ยไว้มาก ๆ หากเกิดความเสี่ยงขึ้น ลูกค้าก็อาจโดนเบี้ยว ก็ต้องผ่องไปให้บริษัทรับประกันภัยต่อ

3. ประกันภัย จะดีหรือแล้วประกันชีวิต แตกต่างกันอย่างไร
ข้อแตกต่างคือ เวลาเราประกันชีวิตสัญญาเป็นระยะยาว เช่น เราทำกรมธรร เกษียณอายุ เราก็จะมีสัญญาค่อนข้างแน่นอนและจ่ายเบี้ยค่อนข้างแน่นอนในทุกปี แต่หากเป็นประกันภัย จะเป็นระยะสั้น และเป็นไปตามเคส เช่น เราเคลมรถยนต์ สัญญาจะเป็นปีต่อปี ความเสียหายล่ะก็แล้วแต่รถทั้งคัน รถหาย หรือเสียแค่ล้อหรือแค่บังโคลน นั่นคือสถิติและความน่าจะเป็นที่เกิดขึ้นกับประกันภัย

4. ทำไม THRE ถึงประสบปัญหา?
เศรษฐกิจไม่ดีมีผลกับ Re-Insurer หรือไม่นี่เป็นเรื่องสำคัญในเชิงความเข้าใจ คำตอบคือไม่ค่อยมีผล ผบห. เคยให้สัมภาษณ์ไว้และมี Record คือในปีที่เศรษฐกิจแย่แต่ธุรกิจประกันไปได้ดี เพราะหลายคนก็จะเน้นการลงทุนที่มีความปลอดภัยเช่นซื้อประกันแทนที่จะไปลงทุนอย่างอื่น แต่สิ่งที่ ผถห. ต้องทำความเข้าใจคืออุบัติภัยครั้งใหญ่จะมีผล เช่น เรื่องน้ำท่วมปี 2011น้ำท่วมเป็นความเสี่ยงที่มีความน่าจะเป็นในการเกิดต่ำแต่มูลค่าสูงเมื่อเกิดขึ้นจึงมีความเสียหายมาก และส่งผลต่อ Re-insurer มาก

5. แต่เอ๊ะทำไมเคลมประกันไม่จบไม่สิ้นหล่ะ
เรื่องนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ตอนน้ำท่วมใหม่ ๆ ปัญหาที่ ไทยรี เจอมากที่สุดคือ อุทกภัยครั้งใหญ่ขนาดนี้ควรจะต้องสำรองเท่าไร? เครื่องจักรที่เสียเสียทั้งเครื่องหรือเสียเฉพาะส่วน??? อุทกภัยใหญ่ก็ค่อนข้างยาก นั่นคือสาเหตุที่เกิดการประเมินครั้งแรกเมื่อช่วงต้นปี 2012 ผู้บริหารให้สัมภาษณ์ว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยปีครึ่งหรือจบระหว่างปี 2013-2014

6. หลังจากน้ำท่วมครั้งนั้นเกิดอะไรขึ้น
หลังจากนั้นปัญหาที่ไทยรีประสบคือ ตายล่ะหวา เงินเยอะขนาดนี้จะหาจากไหนมาจ่ายล่ะ จึงมีการเพิ่มทุนเกิดขึ้นโดยได้พันธมิตรคือ FairFax  ผู้บริหารให้สัมภาษณ์ ดังนี้

... อ้างอิงสัมภาษณ์ http://www.manager.co.th/mgrweekly/viewnews.aspx?NewsID=9550000036741

โดย สุรชัย ศิริวัลลภ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร THRE กล่าวว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights offering) และนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) มูลค่า 7,000 ล้านบาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์(บล.)บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้รับประกันการจัดจำหน่าย
      
           สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้โดยมี Fairfax Financial Holdings Limited เข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ ทำให้บริษัทมีเงินกองทุนใหม่เพิ่มขึ้นอีก 7,000 ล้านบาท และสามารถดำรงอัตราส่วนการดำรงเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมายได้ตามเกณฑ์ที่ คปภ.กำหนด ซึ่งจะทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยให้การทำธุรกิจประกันภัยต่อ และการหารายได้จากการลงทุนให้กลับสู่สภาพปกติ
      
           "จากฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมากขึ้นเชื่อมั่นว่าจะได้รับการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินใหม่จาก Standard & Poor's (S&P) ให้กลับมาอยู่ในระดับเดิมก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์มหันตภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย" FairFax เป็นใคร? Fairfax Financial Holdings Limited บริษัทประกันภัยที่มีขนาดใหญ่อันดับ 1 ของแคนาดา

พร้อมกับผู้ถือหุ้นเดิม จะทำให้ THRE มีส่วนของผู้ถือหุ้นพิ่มขึ้นเป็น 7,728 ล้านบาท จากปัจจุบันที่ 728 ล้านบาท
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่