วันที่ 6 ของทริป เครื่องออกประมาณบ่ายสอง ช่วงเช้าเราจะไปเที่ยวในเมืองกันด้วยการนั่งรถ Yui Rail ค่ะ
ช่วงเช้า เราขับรถไปคืนที่โรงแรมเดิมแล้วนั่ง Yui Rail ไปจากสถานี Tsubogawa ไปยัง Shurijo ซึ่งใช้เวลาไม่นานค่ะ ประมาณไม่เกิน 20 นาที
วิวช่วงที่ไปใกล้ปราสาทแล้ว เห็นตัวเมือง สวยดีค่ะ
จากสถานี ต้องเดินต่อไปอีก ไกลพอสมควร พอลงจากสถานีจะมีแท๊กซี่มารอผู้โดยสารเพียบค่ะ เพราะทางมันค่อนข้างจะไกล ถ้ามากับผู้สูงอายุก็นั่ง taxi ไปดีกว่าค่ะ เราเดินกันประมาณ 10 นาทีก็ถึง Shuri Castle Park แล้วก็เดินตามป้ายไปอีกหน่อยก็ขึ้นไปทางเข้าปราสาทแล้วค่ะ
ปราสาทอยู่บนเขา เห็นสภาพของเมืองรอบๆได้ดี วิวดีเลยค่ะ ไม่น่าแปลกใจที่จะเป็นฐานบัญชาการสมัยสงครามโลก เพราะเห็นไปไกลถึงทะเล หากมีการบุกรุกเข้ามาก็เห็นค่ะ
และข้อนี้เอง ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของการระเบิดทำลายฐานบัญชาการ ดังนั้น อาคารที่เราเห็นปัจจุบันเป็นของใหม่ที่สร้างขึ้นบนซากเดิมค่ะ แต่ก็สร้างตามแบบเดิมเปี๊ยบนะคะ
ปราสาทได้รับอิทธิพลจีนมามากเลยค่ะ ดูคล้ายปราสาทจีนมากๆ
ด้านในมีจัดแสดงแผนผังราชวงศ์ริวกิว ซึ่งภาพที่เห็นก็เป็นภาพเขียนแบบสไตล์จีนค่ะ
ลานด้านหน้าอาคารหลักของปราสาทเป็นพื้นสีตัดกัน สวยดีค่ะ
ภายใน
พื้นกระจก ให้เห็นซากอาคารเดิมที่โดนระเบิดไป
มีห้องส่วนที่จัดเป็นห้องพักจิบชา ราคาไม่แพงค่ะ รู้สึกจะประมาณ 600 เยน(ลืมไปแล้ว) นั่งจิบชาในห้องแบบญี่ปุ่น และมีขนมชาววังให้ทานด้วย แต่ละวันก็จะเปลี่ยนขนมไปเรื่อยๆ เขาจะเสิร์ฟมาพร้อมกับเอกสารด้วยว่าที่เรากินไปคือขนมอะไรทำจากอะไร ได้ความรู้ดีค่ะ
สวนภายในเดิมอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง เขาต้องขุดๆๆขึ้นมาแล้วมาจัดสวนให้เหมือนของเดิมมากที่สุด ตามหลักฐานภาพวาดหรือภาพถ่ายที่เคยมีค่ะ
สวนที่ทำแล้ว ที่เห็นส่วนใหญ่ต้นไม้เป็นสนกับปรงค่ะ ต่างจากสวนของ mainland ญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
ส่วนนึงของสวนยังคงจัดกันอยู่ วัดกันละเอียดมากๆค่ะ ดูแล้วปลื้มนะ ที่เขาซื่อตรงต่อของเก่ามากขนาดนี้
ในบริเวณปราสาท มีให้สะสมตราประทับด้วยค่ะ และมี plan เส้นทางการเดินไว้ให้ด้วย กะเวลาไว้ให้เรียบร้อย ว่า Quick Route นะอันนี้ Route มาตรฐานอันนี้ และ Route เจาะลึกใช้เวลาเท่านี้ๆนะ
ก็ดีค่ะ สรุปเราใช้เวลากันประมาณชั่วโมงนิดๆที่นี่
มีเด็กทั้งเด็กเล็กๆและเด็กโตมาทัศนศึกษากันด้วยค่ะ
ห้องน้ำที่ปราสาท ก๊อกน่ารักมากค่ะ ชอบ เลยถ่ายรูปมาด้วย
ลงมาแล้วก็ขึ้น Taxi กลับไปโรงแรมค่ะ เพราะกะแล้วว่าค่า Taxi น่าจะประมาณค่า Yui Rail พอดี แล้วก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะเดินไปขึ้น Yui Rail แล้ว เพราะสถานีอยู่ค่อนข้างไกล
สุง Taxi ขับซิ่งกว่าที่คิดมากค่ะ เปรี้ยวมาก
ไปถึงโรงแรม ค่า taxi ประมาณ 1200 เยนพอดี แล้วเราก็บอกลุงไว้แล้วตั้งแต่แรกว่า ขอแวะโรงแรมเอาสัมภาระแล้วก็ไปสนามบินต่อเลยนะ ลุงก็โอเค เราก็แวะ ลุงมาช่วยแพ็คของขมักเขม้น แต่ใส่ไม่หมดค่ะ มีกระเป๋าลากหนึ่งใบที่ต้องไปกับที่นั่งหลัง ก็โอเค ไม่ได้ลำบากอะไรนัก ไปถึงสนามบิน หมดไปประมาณ 2000 กว่าเยนค่ะ
เราใช้บริการของ Low cost airways คือ Peach Airways ค่ะ
ซึ่ง terminal มันไม่ใช่บริเวณเดียวกับสายการบินปกติทั่วไป จะอยู่ที่ Cargo terminal ซึ่งต้องนั่ง Shuttle bus ไปค่ะ มีบริการทุก 20-30 นาทีค่ะ (จำไม่ได้เป๊ะๆอีกละ)
ขึ้นจากป้ายหน้า Domestic Terminal ค่ะ
ในบริเวณ Domestic Terminal มีตู้ปลาแบบนี้ตาม Gate ต่างๆด้วยค่ะ เก๋มาก ปลาก็เจ๋งๆนะ ไม่กิ๊กก๊อก
LCC Terminal คือชื่อของ terminal ที่เราจะต้องไปขึ้นเครื่องกันค่ะ ไม่รู้ว่าย่อมาจาก Low cost and Cargo รึเปล่า 5555
เป็นที่รอขึ้นเครื่องของสองสายการบินคือ Peach และ Vanilla air ค่ะ (และ Cargo ค่ะ) ชื่อน่ารักทั้งสองเลยเนอะ
ที่นี่ไม่มีอะไรให้ซื้อเท่าไหร่ มีร้านขายกาแฟและข้าวปั้นเล็กๆน้อยๆ (ซึ่งอร่อยนะ)
และมี WiFi Free ซึ่งดัน Log in ไม่ได้
ตอนแรกคนโล่งมากค่ะ แต่พอใกล้ๆเวลาขึ้นเครื่องก็มากันเต็ม
ด้านในที่นั่งรอ มีของขายนิดหน่อย ไอติม ของฝากเล็กๆน้อยๆ
ตอนออกไปขึ้นเครื่องต้องเดินไปค่ะ แบบนี้เลย เก๋มะ
นั่งเครื่องไปประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็ถึงเกาะ Ishigaki ค่ะ
สนามบิน New Ishigaki ใหม่มาก และสวยมาก มีทั้งของขาย ร้านอาหารต่างๆ ดีมากค่ะ (คือ.. ดีกว่าสนามบิน Naha International Terminal น่ะ)
วันนี้เราจะไปพักกันที่เกาะ Taketomi ดังนั้นเราต้องไปยังท่าเรือค่ะ
ออกจากสนามบินมี Information Counter ซึ่งพนักงานพูดปะกิตได้ดีมากค่ะ แนะนำว่องไวและเก่งมาก ตรงนี้มีเอกสารการท่องเที่ยวทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นเยอะ รีบๆหยิบรีบๆถามแล้วเราก็วิ่งไปขึ้นรถบัสกันค่ะ มีอยู่ป้ายเดียวหน้า terminal
นั่งรถไป 520 เยน สุดสายที่ Bus Terminal ซึ่งอยู่แทบจะติดกับท่าเรือเลยค่ะ ใช้เวลา 40-50 นาที คนขึ้นเยอะมากค่ะ
ออกจาก Bus Terminal แล้วเดินไปอีกไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงท่าเรือ เรือไปเกาะ Ishigaki มีหลายบริษัท เราเดินสุ่มเข้าไปเลยค่ะ บริษัท Anei Kanko มีเรือออกประมาณทุกครึ่งชั่วโมง ซื้อตั๋วแล้วก็โทรแจ้ง Villa ที่เราจะไปพักว่าเรากำลังจะออกแล้วนะ เตรียมมารับได้เลยค่ะ
ตั๋วเรือ เป็นแบบไป-กลับนะคะ ใบเดียว ใช้ทั้ง 4 คนค่ะ
เรียบร้อยแล้ว นั่งเรือไป 10-15 นาทีเท่านั้นก็ถึง
คนที่ Villa มารับในรถกึ่งๆ minivan เล็กๆ ใส่ของได้หมดค่ะ
ที่พักชื่อ Villa Taketomi เราจองผ่านทาง internet เว็บไซต์ไม่มีภาษาอังกฤษสักเท่าไหร่ แต่พนักงานพูดอังกฤษได้ดีเลยค่ะ เป็นมิตร ไปถึงก็แนะนำที่พัก แนะนำเมืองเรียบร้อย เอาแผนที่มาให้ และต้อนรับด้วยน้ำชาสมุนไพร ที่รสชาดขมนิดๆ เพราะมีผสมมะระขี้นกด้วยค่ะ ก็แปลกดี
เราไปถึงกันเย็นแล้ว ประมาณห้าโมงกว่าแล้ว ซึ่งในเมืองไม่มีอะไรให้ทำ และใกล้เวลาอาหารเย็น (6 โมง) จึงเก็บของ นอนพัก แล้วรอทานมื้อเย็นกันเลยค่ะ
ที่พักเป็น Villa เล็กๆประมาณ 7-8 หลังได้ ดีมากค่ะ ห้องพักสะอาด มีทั้งแบบญี่ปุ่นและแบบเตียงตามแบบตะวันตก เราเลือกแบบห้องญี่ปุ่นกัน (ส่วนตัวชอบห้องเสื่อตาตามิ) ห้องน้ำกว้างขวาง มีที่อาบน้ำกลางแจ้งเล็กๆด้วย มีไฟฉายสำหรับออกไปเดินยามค่ำคืนด้วย (ระวังงูพิษด้วยนะ)
ท้ายบ้านพัก
บริเวณรอบๆ
ที่นี่ถ้าฟ้าเปิดดูดาวได้ชัดเจน แต่วันที่เราไปกันฟ้าปิดค่ะ น่าเสียดาย
ค่าที่พักสำหรับหนึ่งคนคือ 12,000 เยนต่อคืน
อาจจะคิดว่าแพง แต่นี่คือรวมอาหารสองมื้อ เย็นวันนี้และเช้าวันรุ่งขึ้น
พอเห็นอาหารแล้วคิดว่า.. นี่มันถูกไป๊
คืออาหารดีมากๆเลยค่ะ
ราวกับภัตตาคาร
ของล้างปาก จัดมาสวยดีแท้
ทุกอย่างอร่อยหมด
บะหมี่ Yaeyama นี่อร่อยเว่อร์มากๆ ประทับใจสุดๆ พูดแล้วก็อยากกินอีก
ทานเสร็จเราก็ไปนอนพักกัน กะว่ากลางคืนเดินออกมาดูดาว ดูหิ่งห้อยไรงี้
สรุป 3/4 (รวม จขกท ด้วย)หลับเป็นตายไปถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
บ้านนี้มันดูดพลังงานโดยแท้
[CR] Review : Okinawa Trip - เที่ยวโอกินาวา ต้นมีนาคม 2014 (วันที่ 6 ถึง 9)
ช่วงเช้า เราขับรถไปคืนที่โรงแรมเดิมแล้วนั่ง Yui Rail ไปจากสถานี Tsubogawa ไปยัง Shurijo ซึ่งใช้เวลาไม่นานค่ะ ประมาณไม่เกิน 20 นาที
วิวช่วงที่ไปใกล้ปราสาทแล้ว เห็นตัวเมือง สวยดีค่ะ
จากสถานี ต้องเดินต่อไปอีก ไกลพอสมควร พอลงจากสถานีจะมีแท๊กซี่มารอผู้โดยสารเพียบค่ะ เพราะทางมันค่อนข้างจะไกล ถ้ามากับผู้สูงอายุก็นั่ง taxi ไปดีกว่าค่ะ เราเดินกันประมาณ 10 นาทีก็ถึง Shuri Castle Park แล้วก็เดินตามป้ายไปอีกหน่อยก็ขึ้นไปทางเข้าปราสาทแล้วค่ะ
ปราสาทอยู่บนเขา เห็นสภาพของเมืองรอบๆได้ดี วิวดีเลยค่ะ ไม่น่าแปลกใจที่จะเป็นฐานบัญชาการสมัยสงครามโลก เพราะเห็นไปไกลถึงทะเล หากมีการบุกรุกเข้ามาก็เห็นค่ะ
และข้อนี้เอง ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของการระเบิดทำลายฐานบัญชาการ ดังนั้น อาคารที่เราเห็นปัจจุบันเป็นของใหม่ที่สร้างขึ้นบนซากเดิมค่ะ แต่ก็สร้างตามแบบเดิมเปี๊ยบนะคะ
ปราสาทได้รับอิทธิพลจีนมามากเลยค่ะ ดูคล้ายปราสาทจีนมากๆ
ด้านในมีจัดแสดงแผนผังราชวงศ์ริวกิว ซึ่งภาพที่เห็นก็เป็นภาพเขียนแบบสไตล์จีนค่ะ
ลานด้านหน้าอาคารหลักของปราสาทเป็นพื้นสีตัดกัน สวยดีค่ะ
ภายใน
พื้นกระจก ให้เห็นซากอาคารเดิมที่โดนระเบิดไป
มีห้องส่วนที่จัดเป็นห้องพักจิบชา ราคาไม่แพงค่ะ รู้สึกจะประมาณ 600 เยน(ลืมไปแล้ว) นั่งจิบชาในห้องแบบญี่ปุ่น และมีขนมชาววังให้ทานด้วย แต่ละวันก็จะเปลี่ยนขนมไปเรื่อยๆ เขาจะเสิร์ฟมาพร้อมกับเอกสารด้วยว่าที่เรากินไปคือขนมอะไรทำจากอะไร ได้ความรู้ดีค่ะ
สวนภายในเดิมอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง เขาต้องขุดๆๆขึ้นมาแล้วมาจัดสวนให้เหมือนของเดิมมากที่สุด ตามหลักฐานภาพวาดหรือภาพถ่ายที่เคยมีค่ะ
สวนที่ทำแล้ว ที่เห็นส่วนใหญ่ต้นไม้เป็นสนกับปรงค่ะ ต่างจากสวนของ mainland ญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
ส่วนนึงของสวนยังคงจัดกันอยู่ วัดกันละเอียดมากๆค่ะ ดูแล้วปลื้มนะ ที่เขาซื่อตรงต่อของเก่ามากขนาดนี้
ในบริเวณปราสาท มีให้สะสมตราประทับด้วยค่ะ และมี plan เส้นทางการเดินไว้ให้ด้วย กะเวลาไว้ให้เรียบร้อย ว่า Quick Route นะอันนี้ Route มาตรฐานอันนี้ และ Route เจาะลึกใช้เวลาเท่านี้ๆนะ
ก็ดีค่ะ สรุปเราใช้เวลากันประมาณชั่วโมงนิดๆที่นี่
มีเด็กทั้งเด็กเล็กๆและเด็กโตมาทัศนศึกษากันด้วยค่ะ
ห้องน้ำที่ปราสาท ก๊อกน่ารักมากค่ะ ชอบ เลยถ่ายรูปมาด้วย
ลงมาแล้วก็ขึ้น Taxi กลับไปโรงแรมค่ะ เพราะกะแล้วว่าค่า Taxi น่าจะประมาณค่า Yui Rail พอดี แล้วก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะเดินไปขึ้น Yui Rail แล้ว เพราะสถานีอยู่ค่อนข้างไกล
สุง Taxi ขับซิ่งกว่าที่คิดมากค่ะ เปรี้ยวมาก
ไปถึงโรงแรม ค่า taxi ประมาณ 1200 เยนพอดี แล้วเราก็บอกลุงไว้แล้วตั้งแต่แรกว่า ขอแวะโรงแรมเอาสัมภาระแล้วก็ไปสนามบินต่อเลยนะ ลุงก็โอเค เราก็แวะ ลุงมาช่วยแพ็คของขมักเขม้น แต่ใส่ไม่หมดค่ะ มีกระเป๋าลากหนึ่งใบที่ต้องไปกับที่นั่งหลัง ก็โอเค ไม่ได้ลำบากอะไรนัก ไปถึงสนามบิน หมดไปประมาณ 2000 กว่าเยนค่ะ
เราใช้บริการของ Low cost airways คือ Peach Airways ค่ะ
ซึ่ง terminal มันไม่ใช่บริเวณเดียวกับสายการบินปกติทั่วไป จะอยู่ที่ Cargo terminal ซึ่งต้องนั่ง Shuttle bus ไปค่ะ มีบริการทุก 20-30 นาทีค่ะ (จำไม่ได้เป๊ะๆอีกละ)
ขึ้นจากป้ายหน้า Domestic Terminal ค่ะ
ในบริเวณ Domestic Terminal มีตู้ปลาแบบนี้ตาม Gate ต่างๆด้วยค่ะ เก๋มาก ปลาก็เจ๋งๆนะ ไม่กิ๊กก๊อก
LCC Terminal คือชื่อของ terminal ที่เราจะต้องไปขึ้นเครื่องกันค่ะ ไม่รู้ว่าย่อมาจาก Low cost and Cargo รึเปล่า 5555
เป็นที่รอขึ้นเครื่องของสองสายการบินคือ Peach และ Vanilla air ค่ะ (และ Cargo ค่ะ) ชื่อน่ารักทั้งสองเลยเนอะ
ที่นี่ไม่มีอะไรให้ซื้อเท่าไหร่ มีร้านขายกาแฟและข้าวปั้นเล็กๆน้อยๆ (ซึ่งอร่อยนะ)
และมี WiFi Free ซึ่งดัน Log in ไม่ได้
ตอนแรกคนโล่งมากค่ะ แต่พอใกล้ๆเวลาขึ้นเครื่องก็มากันเต็ม
ด้านในที่นั่งรอ มีของขายนิดหน่อย ไอติม ของฝากเล็กๆน้อยๆ
ตอนออกไปขึ้นเครื่องต้องเดินไปค่ะ แบบนี้เลย เก๋มะ
นั่งเครื่องไปประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็ถึงเกาะ Ishigaki ค่ะ
สนามบิน New Ishigaki ใหม่มาก และสวยมาก มีทั้งของขาย ร้านอาหารต่างๆ ดีมากค่ะ (คือ.. ดีกว่าสนามบิน Naha International Terminal น่ะ)
วันนี้เราจะไปพักกันที่เกาะ Taketomi ดังนั้นเราต้องไปยังท่าเรือค่ะ
ออกจากสนามบินมี Information Counter ซึ่งพนักงานพูดปะกิตได้ดีมากค่ะ แนะนำว่องไวและเก่งมาก ตรงนี้มีเอกสารการท่องเที่ยวทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นเยอะ รีบๆหยิบรีบๆถามแล้วเราก็วิ่งไปขึ้นรถบัสกันค่ะ มีอยู่ป้ายเดียวหน้า terminal
นั่งรถไป 520 เยน สุดสายที่ Bus Terminal ซึ่งอยู่แทบจะติดกับท่าเรือเลยค่ะ ใช้เวลา 40-50 นาที คนขึ้นเยอะมากค่ะ
ออกจาก Bus Terminal แล้วเดินไปอีกไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงท่าเรือ เรือไปเกาะ Ishigaki มีหลายบริษัท เราเดินสุ่มเข้าไปเลยค่ะ บริษัท Anei Kanko มีเรือออกประมาณทุกครึ่งชั่วโมง ซื้อตั๋วแล้วก็โทรแจ้ง Villa ที่เราจะไปพักว่าเรากำลังจะออกแล้วนะ เตรียมมารับได้เลยค่ะ
ตั๋วเรือ เป็นแบบไป-กลับนะคะ ใบเดียว ใช้ทั้ง 4 คนค่ะ
เรียบร้อยแล้ว นั่งเรือไป 10-15 นาทีเท่านั้นก็ถึง
คนที่ Villa มารับในรถกึ่งๆ minivan เล็กๆ ใส่ของได้หมดค่ะ
ที่พักชื่อ Villa Taketomi เราจองผ่านทาง internet เว็บไซต์ไม่มีภาษาอังกฤษสักเท่าไหร่ แต่พนักงานพูดอังกฤษได้ดีเลยค่ะ เป็นมิตร ไปถึงก็แนะนำที่พัก แนะนำเมืองเรียบร้อย เอาแผนที่มาให้ และต้อนรับด้วยน้ำชาสมุนไพร ที่รสชาดขมนิดๆ เพราะมีผสมมะระขี้นกด้วยค่ะ ก็แปลกดี
เราไปถึงกันเย็นแล้ว ประมาณห้าโมงกว่าแล้ว ซึ่งในเมืองไม่มีอะไรให้ทำ และใกล้เวลาอาหารเย็น (6 โมง) จึงเก็บของ นอนพัก แล้วรอทานมื้อเย็นกันเลยค่ะ
ที่พักเป็น Villa เล็กๆประมาณ 7-8 หลังได้ ดีมากค่ะ ห้องพักสะอาด มีทั้งแบบญี่ปุ่นและแบบเตียงตามแบบตะวันตก เราเลือกแบบห้องญี่ปุ่นกัน (ส่วนตัวชอบห้องเสื่อตาตามิ) ห้องน้ำกว้างขวาง มีที่อาบน้ำกลางแจ้งเล็กๆด้วย มีไฟฉายสำหรับออกไปเดินยามค่ำคืนด้วย (ระวังงูพิษด้วยนะ)
ท้ายบ้านพัก
บริเวณรอบๆ
ที่นี่ถ้าฟ้าเปิดดูดาวได้ชัดเจน แต่วันที่เราไปกันฟ้าปิดค่ะ น่าเสียดาย
ค่าที่พักสำหรับหนึ่งคนคือ 12,000 เยนต่อคืน
อาจจะคิดว่าแพง แต่นี่คือรวมอาหารสองมื้อ เย็นวันนี้และเช้าวันรุ่งขึ้น
พอเห็นอาหารแล้วคิดว่า.. นี่มันถูกไป๊
คืออาหารดีมากๆเลยค่ะ
ราวกับภัตตาคาร
ของล้างปาก จัดมาสวยดีแท้
ทุกอย่างอร่อยหมด
บะหมี่ Yaeyama นี่อร่อยเว่อร์มากๆ ประทับใจสุดๆ พูดแล้วก็อยากกินอีก
ทานเสร็จเราก็ไปนอนพักกัน กะว่ากลางคืนเดินออกมาดูดาว ดูหิ่งห้อยไรงี้
สรุป 3/4 (รวม จขกท ด้วย)หลับเป็นตายไปถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
บ้านนี้มันดูดพลังงานโดยแท้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น