.
ว่าจะไม่โพสท์เรื่อง ถอน ไม่ถอนออมสินแล้วน่ะครับ..
ผมเองก็เหมือนคนอีกหลายๆคนที่นำเงินไปฝากออมสิน เพื่อสนับสนุนสภาพคล่อง แต่ปรากฎว่าไม่เป็นดังที่หวัง
แต่ก็ไม่เป็นไร..เงินก็ไม่ได้หายไปไหน เพราะขอมองในแง่ดี..
ก็ถือว่า สนับสนุนธนาคาร ที่ ร.6 ตั้งมา รวมถึงช่วยผู้ยากไร้ที่ธนาคารออมสินปล่อยกู้อยู่ทุกวันนี้
แต่ แทนที่จะจบ..
ก็ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากยังไม่เข้าใจ และ หรือ เข้าใจผิด..เกี่ยวกับกรณีที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ..ออมสิน กับ ธกส..
ผมจึงขอแนะนำให้อ่านบทความนี้ เผื่อสมาชิก หลายๆท่านจะได้เข้าใจ และตระหนักว่า
" การกระทำแบบนี้ ไม่ใช่แค่ทำลายระบบทักษิณ แต่มัน ทำลายระบบธนาคารทั้งประเทศ.."
++++++++++++++++++++++++
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว
Teeranun Srihong โดยระบุว่า
"จะโกรธเกลียดใครอย่างไร ก็อย่าไปยุยงให้คนมารุมถอนเงินจากธนาคาร"
ตอนนี้ ธนาคารที่เพื่อนของผมอยู่บางแห่งกำลังถูกโจมตีด้วยกระแสข่าว ผมจึงขออนุญาตออกมาเตือนสติบางท่านว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เรา
จะเอามาพูดกันเล่นๆ
ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า การยุยงให้เพื่อนๆออกไป "รุมถอนเงิน" ธนาคารแม้เพียงแห่งเดียวนั้น
มันสามารถเป็นอันตรายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของทุกๆคน(ย้ำ! เราทุกๆคน!)ในที่สุด
ระบบธนาคารนั้นเปรียบเสมือนกับหัวใจของระบบเศรษฐกิจ ผู้ฝากเงินแต่ละคนมีสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ที่จะถอนเงินหรือโยกย้ายเงินฝากของตนไปอยู่ในที่ๆตนพอใจ แต่การสร้างกระแสข่าวและความรู้สึกให้คนอื่นมาเห็นร่วมว่าควรจะไป "รุมถอนเงิน" ออกจากธนาคารใดธนาคารหนึ่งนั้น เปรียบเสมือนกับการยุยงให้คนเอามีดกรีดเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจสักเส้นหนึ่งให้บาดเจ็บจนเลือดไหลซ้ำๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า การกระทำที่เหมือนเพียงน้ำผึ้งหยดเดียวแบบนี้คือการตั้งใจทำลายหัวใจทั้งอัน แล้วคนๆนั้น (หรืออีกนัยหนึ่งคือประเทศชาติ) ก็อาจจะต้องตายไปเองในที่สุด
ระบบธนาคารหรือการเงินของประเทศนั้น มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องกันเหมือนกับกล้ามเนื้อหัวใจซึ่งกล้ามเนื้อแต่ละชิ้นต้องทำงานอาศัยซึ่งกันและกัน การรุมถอนเงินธนาคารใดก็ตามหากมีปริมาณที่มากพอก็จะทำให้เกิดความตื่นตระหนก รุมถอนเงินกันเป็นลูกโซ่ ธนาคารนั้นก็จะทำงานตามปกติของตัวเองต่อไม่ได้เสมือนกับเส้นเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนหยุดทำงาน
แต่ธนาคารทุกธนาคารนั้นมีธุรกรรมเชื่อมโยงกับลูกค้าและสถาบันการเงินอื่นๆ อยู่มากมาย คนที่กำลังรอรับเงินจากธนาคารนั้นก็จะไม่ได้เงิน คนที่อยากจะจ่ายเงินให้ก็ทำไม่ได้ และเกิดการลามต่อเนื่องไปยังธนาคารอื่นๆอย่างมากมายและทันทีแบบไฟลามทุ่ง
สถานการณ์นี้หากแก้ช้าไม่ทันการก็จะทำให้เส้นเลือด และกล้ามเนื้อชิ้นอื่น(คือธนาคารอื่นๆ)ตายตามไปด้วยอย่างรวดเร็วแม้ตอนเริ่มต้นจะไม่ได้เป็นเป้าหมายของการถูกทำร้ายก็ตาม
ในที่สุด ก็จะเกิดความเสียหายและเสี่ยงต่อการพังทั้งระบบได้โดยง่ายเหมือนกับการเกิดหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นกับพวกเรามาแล้ว
ในช่วงวิกฤตปี 2540
+++++++++++++++++++++++++
สิ้นสุดการสนทนา..
ใครอยากทราบที่มา ก็ถามกู๋ เอาเองครับ
ขออัญเชิญ เพลงพระราชนิพนธ์ : ใกล้รุ่ง
http://www.youtube.com/watch?v=CMNzEiAeekI
.
"จะโกรธเกลียดใครอย่างไร ก็อย่าไปยุยงให้คนมารุมถอนเงินจากธนาคาร"
ว่าจะไม่โพสท์เรื่อง ถอน ไม่ถอนออมสินแล้วน่ะครับ..
ผมเองก็เหมือนคนอีกหลายๆคนที่นำเงินไปฝากออมสิน เพื่อสนับสนุนสภาพคล่อง แต่ปรากฎว่าไม่เป็นดังที่หวัง
แต่ก็ไม่เป็นไร..เงินก็ไม่ได้หายไปไหน เพราะขอมองในแง่ดี..
ก็ถือว่า สนับสนุนธนาคาร ที่ ร.6 ตั้งมา รวมถึงช่วยผู้ยากไร้ที่ธนาคารออมสินปล่อยกู้อยู่ทุกวันนี้
แต่ แทนที่จะจบ..
ก็ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากยังไม่เข้าใจ และ หรือ เข้าใจผิด..เกี่ยวกับกรณีที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ..ออมสิน กับ ธกส..
ผมจึงขอแนะนำให้อ่านบทความนี้ เผื่อสมาชิก หลายๆท่านจะได้เข้าใจ และตระหนักว่า
" การกระทำแบบนี้ ไม่ใช่แค่ทำลายระบบทักษิณ แต่มัน ทำลายระบบธนาคารทั้งประเทศ.."
++++++++++++++++++++++++
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว
Teeranun Srihong โดยระบุว่า
"จะโกรธเกลียดใครอย่างไร ก็อย่าไปยุยงให้คนมารุมถอนเงินจากธนาคาร"
ตอนนี้ ธนาคารที่เพื่อนของผมอยู่บางแห่งกำลังถูกโจมตีด้วยกระแสข่าว ผมจึงขออนุญาตออกมาเตือนสติบางท่านว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เรา
จะเอามาพูดกันเล่นๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า การยุยงให้เพื่อนๆออกไป "รุมถอนเงิน" ธนาคารแม้เพียงแห่งเดียวนั้น
มันสามารถเป็นอันตรายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของทุกๆคน(ย้ำ! เราทุกๆคน!)ในที่สุด
ระบบธนาคารนั้นเปรียบเสมือนกับหัวใจของระบบเศรษฐกิจ ผู้ฝากเงินแต่ละคนมีสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ที่จะถอนเงินหรือโยกย้ายเงินฝากของตนไปอยู่ในที่ๆตนพอใจ แต่การสร้างกระแสข่าวและความรู้สึกให้คนอื่นมาเห็นร่วมว่าควรจะไป "รุมถอนเงิน" ออกจากธนาคารใดธนาคารหนึ่งนั้น เปรียบเสมือนกับการยุยงให้คนเอามีดกรีดเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจสักเส้นหนึ่งให้บาดเจ็บจนเลือดไหลซ้ำๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า การกระทำที่เหมือนเพียงน้ำผึ้งหยดเดียวแบบนี้คือการตั้งใจทำลายหัวใจทั้งอัน แล้วคนๆนั้น (หรืออีกนัยหนึ่งคือประเทศชาติ) ก็อาจจะต้องตายไปเองในที่สุด
ระบบธนาคารหรือการเงินของประเทศนั้น มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องกันเหมือนกับกล้ามเนื้อหัวใจซึ่งกล้ามเนื้อแต่ละชิ้นต้องทำงานอาศัยซึ่งกันและกัน การรุมถอนเงินธนาคารใดก็ตามหากมีปริมาณที่มากพอก็จะทำให้เกิดความตื่นตระหนก รุมถอนเงินกันเป็นลูกโซ่ ธนาคารนั้นก็จะทำงานตามปกติของตัวเองต่อไม่ได้เสมือนกับเส้นเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนหยุดทำงาน
แต่ธนาคารทุกธนาคารนั้นมีธุรกรรมเชื่อมโยงกับลูกค้าและสถาบันการเงินอื่นๆ อยู่มากมาย คนที่กำลังรอรับเงินจากธนาคารนั้นก็จะไม่ได้เงิน คนที่อยากจะจ่ายเงินให้ก็ทำไม่ได้ และเกิดการลามต่อเนื่องไปยังธนาคารอื่นๆอย่างมากมายและทันทีแบบไฟลามทุ่ง
สถานการณ์นี้หากแก้ช้าไม่ทันการก็จะทำให้เส้นเลือด และกล้ามเนื้อชิ้นอื่น(คือธนาคารอื่นๆ)ตายตามไปด้วยอย่างรวดเร็วแม้ตอนเริ่มต้นจะไม่ได้เป็นเป้าหมายของการถูกทำร้ายก็ตาม
ในที่สุด ก็จะเกิดความเสียหายและเสี่ยงต่อการพังทั้งระบบได้โดยง่ายเหมือนกับการเกิดหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นกับพวกเรามาแล้ว
ในช่วงวิกฤตปี 2540
+++++++++++++++++++++++++
สิ้นสุดการสนทนา..
ใครอยากทราบที่มา ก็ถามกู๋ เอาเองครับ
ขออัญเชิญ เพลงพระราชนิพนธ์ : ใกล้รุ่ง
http://www.youtube.com/watch?v=CMNzEiAeekI
.