สัปดาห์ก่อน (11 ก.พ.) ผมมีภารกิจที่สถานีรถไฟจังหวัดหนองคาย ระหว่างรอเวลาได้แวะเข้าไปอ่านหนังสือ ณ ห้องสมุดรถไฟฝั่งตรงข้าม แล้วก็เห็นหมาตัวหนึ่งกำลังใช้เท้าหน้าทั้งสอง พยุงตัวให้ขึ้นทางเดินที่มีระดับสูงขึ้นจากพื้นเดิม แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีกำลังไม่พอ ผมได้สังเกตเห็นว่า ช่วงท้ายของหมาตัวนั้นตั้งแต่เอวลงไปอยู่ในสภาพที่พิการ ไม่สามารถใช้งานได้อย่างปกติ
ผมไปที่ร้านใกล้เคียง ได้ข้าวสวยและเนื้อย่าง รีบนำมาวางให้หมาตัวดังกล่าว ปรากฎว่า ไม่ยอมกิน จึงหยิบเนื้อย่างที่หั่นเป็นชิ้นยื่นให้ทีละชี้น จึงยอมกิน และกินไปได้ประมาณ 5 - 6 ชี้นก็ไม่ยอมกินต่อ ผมเดาว่าน่าจะเป็นเพราะระบบกระเพาะอาหารไม่ปกติ ผมจึงนำเอาฝากล่องโฟมไปใส่น้ำมาวางให้ คราวนี้จึงตรงกับความต้องการโดยดื่มจนหมด ผมเติมน้ำให้ 3 รอบ จึงหยุดดื่ม ด้วยความสงสารบวกกับเวทนาผมเอามือลูบหัว เพื่ออยากสื่อให้รู้ว่าผมรู้สึกเห็นใจ และ อยากให้กำลังใจมัน ที่ลำบากกับความพิการเช่นนั้น ส่วนมันจะรับรู้หรือไม่ คงไม่สำคัญ
ผมลูบหัวของมันและสังเกตุดูแววตา ก็รู้สึกว่า "ว่างเปล่า" ไม่มีความยินดี ตื่นเต้น หรือ กระวนกระวายใดๆ สักพักก็ขยับตัวไปอีกที่หนึ่งซึ่งพื้นเป็นหญ้า โดยใช้ขาหน้าทั้งสองประคองร่างกาย ขยับไปทีละ 2-3 ครึ่งตัวก็หยุดพักเพราะเหนื่อย ภาพที่ผมเห็นจากหมาพิการตัวนั้น ทำให้ผมมีความคิดว่า
มนุษย์ หรือ สัตว์ เกิดมาแล้ว ทุกข์ หรือ สุข ที่มีหรือได้รับ ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา
ตราบใดที่มีชีวิต มีลมหายใจ ก็ย่อมดิ้นรน ต่อสู้ กันไปไม่ว่าผลของการต่อสู้ดิ้นรนนั้นจะเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับ จนกว่าชีวิตจะจบสิ้นลง
แววตา บ่งบอกได้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความหวัง หรือ การไร้ซึ่งความหวัง
และ ไม่มีใครสามารถตัดสินใจแทนผู้อื่นว่าควรจะเลือกมีชีวิตอยู่อย่างไร ไม่ว่าคนนั้น สัตว์ตัวนั้น จะลำบาก ยากเข็ญ หรือ ทนทุกข์ทรมานอย่างไร
.
"ข้อคิดที่ผมได้จากหมาพิการตัวหนึ่ง"
ผมไปที่ร้านใกล้เคียง ได้ข้าวสวยและเนื้อย่าง รีบนำมาวางให้หมาตัวดังกล่าว ปรากฎว่า ไม่ยอมกิน จึงหยิบเนื้อย่างที่หั่นเป็นชิ้นยื่นให้ทีละชี้น จึงยอมกิน และกินไปได้ประมาณ 5 - 6 ชี้นก็ไม่ยอมกินต่อ ผมเดาว่าน่าจะเป็นเพราะระบบกระเพาะอาหารไม่ปกติ ผมจึงนำเอาฝากล่องโฟมไปใส่น้ำมาวางให้ คราวนี้จึงตรงกับความต้องการโดยดื่มจนหมด ผมเติมน้ำให้ 3 รอบ จึงหยุดดื่ม ด้วยความสงสารบวกกับเวทนาผมเอามือลูบหัว เพื่ออยากสื่อให้รู้ว่าผมรู้สึกเห็นใจ และ อยากให้กำลังใจมัน ที่ลำบากกับความพิการเช่นนั้น ส่วนมันจะรับรู้หรือไม่ คงไม่สำคัญ
ผมลูบหัวของมันและสังเกตุดูแววตา ก็รู้สึกว่า "ว่างเปล่า" ไม่มีความยินดี ตื่นเต้น หรือ กระวนกระวายใดๆ สักพักก็ขยับตัวไปอีกที่หนึ่งซึ่งพื้นเป็นหญ้า โดยใช้ขาหน้าทั้งสองประคองร่างกาย ขยับไปทีละ 2-3 ครึ่งตัวก็หยุดพักเพราะเหนื่อย ภาพที่ผมเห็นจากหมาพิการตัวนั้น ทำให้ผมมีความคิดว่า
มนุษย์ หรือ สัตว์ เกิดมาแล้ว ทุกข์ หรือ สุข ที่มีหรือได้รับ ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา
ตราบใดที่มีชีวิต มีลมหายใจ ก็ย่อมดิ้นรน ต่อสู้ กันไปไม่ว่าผลของการต่อสู้ดิ้นรนนั้นจะเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับ จนกว่าชีวิตจะจบสิ้นลง
แววตา บ่งบอกได้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความหวัง หรือ การไร้ซึ่งความหวัง
และ ไม่มีใครสามารถตัดสินใจแทนผู้อื่นว่าควรจะเลือกมีชีวิตอยู่อย่างไร ไม่ว่าคนนั้น สัตว์ตัวนั้น จะลำบาก ยากเข็ญ หรือ ทนทุกข์ทรมานอย่างไร
.