สวัสดีค่ะ พอดีมีเรื่องกลุ้มใจมากเกี่ยวกับเรื่องความรักอยากจะปรึกษา
ดิฉัน เป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดา อายุ30ปี มีแฟนที่คบกันมานาน 3 ปีแล้ว และมีplanจะแต่งงานกันในอีก2ปีข้างหน้า (พ่อแม่เขาก็โอเคกับดิฉันนะคะ) อายุเขามากกว่าดิฉัน5ปี นิสัยเค้าก็เป็นคนดี หน้าที่การงานดี ขยันทำงานมากไม่เจ้าชู้ แต่เป็นคนเงียบๆไม่ค่อยแสดงออก. ยึดเหตุผลเป็นหลัก ไม่เคยพูดจาหวานๆเลยสักที. แฟนทำงานอยู่ชานเมืองค่ะ ขับรถประมาณ1 ชมก็ถึง เจอกันอาทิตย์ละครั้ง
ดิฉันเป็นคนชอบความโรแมนติกค่ะ หนังเกาหลีนี่ชอบดูมาก และเพ้อฝันไปไกลบ่อยๆ ชอบความsurprise. แต่แฟนไม่เคยสนใจจะทำให้สักที วาเลนไทน์ก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องให้ดอกไม้หรอก เค้าให้ความสำคัญกับวันเกิดมากกว่า อะไรทำนองนั้นจนบางครั้งก็มีงอนกันอยู่เนืองๆ ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตมันจะดูแห้งแล้งไปหน่อยมั๊ย
จนมีอยู่วันหนึ่งเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนมีเหตุให้ได้ไปพบผู้ชายอีกคนโดยบังเอิญ (ขอเรียกว่า B แล้วกันค่ะ) Bเป็นคนหน้าตาดี อายุมากกว่าดิฉัน 2ปี แต่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่มาก. ครั้งแรกที่คุยกันก็รู้สึกว่าเขาน่ารักดีแต่ไม่ได้คิดอะไร. จากนั้น1-2อาทิตย์เขาก็มาเจอดิฉันอีกครั้งที่ทำงาน (ตอนแรกคิดว่าบังเอิญแต่ตอนหลังเขาบอกว่าตั้งใจมา) ตอนที่เลิกงานค่อนข้างเย็นมากแล้วเขาจึงอาสาเดินไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้าด้วยท่าทางอายๆ ช่วงแรกๆก็ส่งmessageคุยกัน ไลน์คุยกันไปมา เริ่มโทรศัพท์. สุดท้ายก็ไปทานข้าวกันหลังจากที่รู้จักกันได้2เดือน
B เป็นผู้ชายที่โรแมนติก. มักจะบอกว่าคิดถึง/ฝันดีเสมอ เวลาเดินข้ามถนนก็มักจะเดินกันรถให้เราตลอด(จะอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้รถมากกว่าเราทุกครั้งเพราะบอกเดี๋ยวรถจะชน). (ถึงแม้ในความเป็นจริงถ้ารถชนจริงๆก็คงปลิวกันไปทั้งคู่แหละค่ะ555 แต่ดิฉันก็คิดว่ามันเป็นอะไรที่น่ารักดี). พอดีที่ทำงานเราอยู่ใกล้ๆกันก็เลยได้ไปกินข้าวเย็นด้วยกันบ่อยๆ เริ่มรู้จักเขามากขึ้นก็ยิ่งทำให้รู้สึกลังเลเพราะเขาดูเป็นคนดี รักครอบครัว หน้าที่การงานดี เรื่องฐานะนี่คงไม่ต้องพูดถึง(ดูจากข้าวของเครื่องใช้ การแต่งตัว และรถนะคะ) หลังจากรู้จักกัน6 เดือนเขาก็ต้องไปเรียนต่อเมืองนอก จริงๆดิฉันรู้มานานแล้วเหมือนกันว่าเขาจะต้องไปเรียนเลยไม่ได้คิดจะจริงจังมาก + รู้สึกผิดกับแฟนด้วย ก็เลยพูดเรื่องแฟนให้เขาฟังก่อนที่เขาจะไปเมืองนอก เขาดูตกใจนิดหน่อยแต่ก็ยังคุยกันมาเรื่อยๆเป็นบางวันจนกระทั่งเขาไปเมืองนอก
หลังจากไปอยู่ที่โน่นเขาเรียนหนักค่ะแต่ก็ยังคุยไลน์ +โทรศัพท์คุยกันอยู่อาทิตย์ละครั้งได้ เขาจะกลับมาเมืองไทยปีละ2ครั้ง. โดยรวมช่วงที่อยู่ไทยประมาณ1 เดือนต่อปี ช่วงที่กลับมาก็ไปเที่ยวในกรุงเทพด้วยกันเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย. เป็นอย่างนี้มา2ปีแล้วค่ะ. แต่ปีนี้มันต่างออกไปเพราะเราได้เปิดใจคุยกัน. ดิฉันบอกเขาว่าอีก2 ปีจะแต่งงานกับแฟนคนปัจจุบัน ตัวเขาเองก็บอกว่าคิดถึงเราเรื่อยมา เขาบอกว่าเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า "เจอคนที่ใช่แล้วแต่เขามาช้าไป" ก็เลยคุยกันไว้ว่าจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคต. ถ้าเขากลับมาแล้วตอนนั้นเราโสดด้วยกันทั้งคู่ค่อยมาคิดกันใหม่.
ตอนนี้ดิฉันลังเลมากเพราะจริงๆก็รู้สึกว่าแฟนคนปัจจุบันก็ศึกษาดูใจกันมา3 ปีแล้วค่อนข้างจะเข้ากันได้พอสมควร ถ้าจะเลิกกับแฟนแล้วคบกับBก็คงเหมือนต้องมาเรียนรู้กันใหม่. เพราะจริงๆก็ยังไม่ได้รู้จักกันจริงจังมากนัก (กว่าBเขาจะกลับมาไทยก็ใช้เวลาอีก3ปี ) ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ตอนนี้มึนตึ๊บมากจริงๆ


ปรึกษาปัญหาหัวใจค่ะ ไม่รู้จะเลือกใครดี
ดิฉัน เป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดา อายุ30ปี มีแฟนที่คบกันมานาน 3 ปีแล้ว และมีplanจะแต่งงานกันในอีก2ปีข้างหน้า (พ่อแม่เขาก็โอเคกับดิฉันนะคะ) อายุเขามากกว่าดิฉัน5ปี นิสัยเค้าก็เป็นคนดี หน้าที่การงานดี ขยันทำงานมากไม่เจ้าชู้ แต่เป็นคนเงียบๆไม่ค่อยแสดงออก. ยึดเหตุผลเป็นหลัก ไม่เคยพูดจาหวานๆเลยสักที. แฟนทำงานอยู่ชานเมืองค่ะ ขับรถประมาณ1 ชมก็ถึง เจอกันอาทิตย์ละครั้ง
ดิฉันเป็นคนชอบความโรแมนติกค่ะ หนังเกาหลีนี่ชอบดูมาก และเพ้อฝันไปไกลบ่อยๆ ชอบความsurprise. แต่แฟนไม่เคยสนใจจะทำให้สักที วาเลนไทน์ก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องให้ดอกไม้หรอก เค้าให้ความสำคัญกับวันเกิดมากกว่า อะไรทำนองนั้นจนบางครั้งก็มีงอนกันอยู่เนืองๆ ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตมันจะดูแห้งแล้งไปหน่อยมั๊ย
จนมีอยู่วันหนึ่งเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนมีเหตุให้ได้ไปพบผู้ชายอีกคนโดยบังเอิญ (ขอเรียกว่า B แล้วกันค่ะ) Bเป็นคนหน้าตาดี อายุมากกว่าดิฉัน 2ปี แต่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่มาก. ครั้งแรกที่คุยกันก็รู้สึกว่าเขาน่ารักดีแต่ไม่ได้คิดอะไร. จากนั้น1-2อาทิตย์เขาก็มาเจอดิฉันอีกครั้งที่ทำงาน (ตอนแรกคิดว่าบังเอิญแต่ตอนหลังเขาบอกว่าตั้งใจมา) ตอนที่เลิกงานค่อนข้างเย็นมากแล้วเขาจึงอาสาเดินไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้าด้วยท่าทางอายๆ ช่วงแรกๆก็ส่งmessageคุยกัน ไลน์คุยกันไปมา เริ่มโทรศัพท์. สุดท้ายก็ไปทานข้าวกันหลังจากที่รู้จักกันได้2เดือน
B เป็นผู้ชายที่โรแมนติก. มักจะบอกว่าคิดถึง/ฝันดีเสมอ เวลาเดินข้ามถนนก็มักจะเดินกันรถให้เราตลอด(จะอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้รถมากกว่าเราทุกครั้งเพราะบอกเดี๋ยวรถจะชน). (ถึงแม้ในความเป็นจริงถ้ารถชนจริงๆก็คงปลิวกันไปทั้งคู่แหละค่ะ555 แต่ดิฉันก็คิดว่ามันเป็นอะไรที่น่ารักดี). พอดีที่ทำงานเราอยู่ใกล้ๆกันก็เลยได้ไปกินข้าวเย็นด้วยกันบ่อยๆ เริ่มรู้จักเขามากขึ้นก็ยิ่งทำให้รู้สึกลังเลเพราะเขาดูเป็นคนดี รักครอบครัว หน้าที่การงานดี เรื่องฐานะนี่คงไม่ต้องพูดถึง(ดูจากข้าวของเครื่องใช้ การแต่งตัว และรถนะคะ) หลังจากรู้จักกัน6 เดือนเขาก็ต้องไปเรียนต่อเมืองนอก จริงๆดิฉันรู้มานานแล้วเหมือนกันว่าเขาจะต้องไปเรียนเลยไม่ได้คิดจะจริงจังมาก + รู้สึกผิดกับแฟนด้วย ก็เลยพูดเรื่องแฟนให้เขาฟังก่อนที่เขาจะไปเมืองนอก เขาดูตกใจนิดหน่อยแต่ก็ยังคุยกันมาเรื่อยๆเป็นบางวันจนกระทั่งเขาไปเมืองนอก
หลังจากไปอยู่ที่โน่นเขาเรียนหนักค่ะแต่ก็ยังคุยไลน์ +โทรศัพท์คุยกันอยู่อาทิตย์ละครั้งได้ เขาจะกลับมาเมืองไทยปีละ2ครั้ง. โดยรวมช่วงที่อยู่ไทยประมาณ1 เดือนต่อปี ช่วงที่กลับมาก็ไปเที่ยวในกรุงเทพด้วยกันเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย. เป็นอย่างนี้มา2ปีแล้วค่ะ. แต่ปีนี้มันต่างออกไปเพราะเราได้เปิดใจคุยกัน. ดิฉันบอกเขาว่าอีก2 ปีจะแต่งงานกับแฟนคนปัจจุบัน ตัวเขาเองก็บอกว่าคิดถึงเราเรื่อยมา เขาบอกว่าเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า "เจอคนที่ใช่แล้วแต่เขามาช้าไป" ก็เลยคุยกันไว้ว่าจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคต. ถ้าเขากลับมาแล้วตอนนั้นเราโสดด้วยกันทั้งคู่ค่อยมาคิดกันใหม่.
ตอนนี้ดิฉันลังเลมากเพราะจริงๆก็รู้สึกว่าแฟนคนปัจจุบันก็ศึกษาดูใจกันมา3 ปีแล้วค่อนข้างจะเข้ากันได้พอสมควร ถ้าจะเลิกกับแฟนแล้วคบกับBก็คงเหมือนต้องมาเรียนรู้กันใหม่. เพราะจริงๆก็ยังไม่ได้รู้จักกันจริงจังมากนัก (กว่าBเขาจะกลับมาไทยก็ใช้เวลาอีก3ปี ) ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ตอนนี้มึนตึ๊บมากจริงๆ