ว่ากันตรงๆนะ ประเทศเราเนี้ยมีนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งครบปี 4 กี่คน เอาแบบอยู่ครบวาระนะ ขอเริ่มนับตั้งแต่ปี 2535 ไม่อยากย้อนไปไกล เพราะตัวผมเองคิดว่าเป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู้ระบอบประชาธิปไตยมากที่สุด กว่ายุคก่อนๆ และเป็นช่วงที่กำลังพัฒนาประเทศทางเศรษกิจ และเกิดวิกฤตการณ์ต่างๆมากมาย จะเห็นได้ว่า การเมืองของไทยนั้นไม่เคยนิ่งเลย
ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีคนที่ 19 พลเอก สุจินดา คราประยูร เกิดพฤษภาทมิฬ นายอานันท์ ปันยารชุน10 มิถุนายน พ.ศ. 2535(ได้รับการเสนอชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ โดยอาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร) รักษาการแทนจนถึงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2535
ได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ชื่อนายชวน หลีกภัย ก็อยู่ได้ 2 ปีกว่าๆ ถ้าจำไม่ผิด ยุบหนีเรื่อง สปก. 4-01 เรื่องหลักเรื่องรองจำไม่ได้ แต่ต้องยุบสภาไป และรักษาการแทนจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538
ในวัน 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538และแล้วเราก็ได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 เป็นคนสุพรรณ ท่านคือนายบรรหาร ศิลปอาชา แต่ก็อยู่ได้ปีกว่าๆ เพราะพรรคฝ่ายค้านโจมตีว่า ท่านไม่ใช่คนไทย พรรคฝ่ายค้านในตอนนั้นคือ พรรคประชาธิปัตย์ (ถ้าผมจำไม่ผิดรู้สึกจะใช้หลักฐานแต่กระดาษแผ่นเดียว แต่ก็มีเรื่องเศษฐกิจด้วย)หลังจากยุบสภาได้รักษาการแทนจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อยู่ได้หนึ่งปีพอดี พิษเศษฐกิจรุมหนักเกิน แถมกู้ IMF มาด้วย แต่ก็ยังรักษาการแทนจนมีนายกรัฐมนตรีใหม่
จนวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 นายชวน หลีกภัย ได้กลับมานั่งตำแหน่งนายกรับมนตรี รอบ 2 รอบนี้ ขนทรัพย์สินประเภทสินเชื่อของ 56 สถาบันการเงิน ของคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน หรือ ปรส. ขายจากราคาประมูลขาย 190,000 บาท ทั้งที่มูลค่าสินเชื่อสูงถึง 851,000 ล้านบาท เรื่องเงียบกริบ จนหมดอายุความไปแล้วมั้ง แต่ก็อยู่เกือบครบวาระ แต่ยุบสภาหนีซะก่อนและรักษาการแทนมาถึง 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544
นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ใช้หนี้ IMF สนามบินเสร็จ เลยอยู่ครบ 4 ปี ถ้านับจากปี 35 นี้คนแรกในรอบ 10 ปีเลยนะ หลังจากครบวาระได้รักษาการแทนจนถึง 11 มีนาคม พ.ศ. 2548 และได้รับเลือกจากเสียงส่วนมากอย่างท่วมท้นล้นเกิน ได้ไป 300 กว่าที่นั่ง ถ้าจำผิดโปรดอภัย แต่ตั้งแต่สมัยทักษิณ 1 เหตุการณ์บ้านเมืองก็ไม่ค่อยสงบมาตลอด จนถูกรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549
เราได้นายกคนที่ 24 ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 คือท่านพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ)
จนวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2551 นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 อายุประมาณ เกือบๆ 9 เดือน พ้นตำแหน่งเนื่องจาก ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง (เปิดพจนาณุกรมตัดสิน เรื่องคำว่าลูกจ้าง ถ้าผมจำไม่ผิดนะ) จากการยื่นฟ้องจอง พรรคประชาธิปัตย์
18 กันยายน พ.ศ. 2551 มีการลงมติสภาผู้แทนราษฎรใหม่ จึงได้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกคนที่ 26 อยู่ได้ 2 เดือนกว่าๆ พรรคพลังประชาชนยถูกยุบพรรค (เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี)
17 ธันวาคม พ.ศ. 2551 จึงมีมติสภาผู้แทนราษฎรครั้งใหม่ และเกิดการเปลี่ยนขั้วทางเมือง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 หลังจากจัดการกับผู้ชุมนุม ไป 90 กว่าศพที่นับได้ ก็ยุบสภา อายุรัฐบาล 2 ปีกว่าๆ และได้รักษาการแทนจนถึงวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554
นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่ง ณ ตอนนี้ เป็นรักษาการแทน อายุรัฐบาล 2 ปี กว่าๆ ยุบสภาไปแล้ว
ตั้งแต่ พ.ศ. 2535-2557 20 กว่าปี มีนายกรัฐมนตรีที่อยู่ครบวาระได้เพียงคนเดียว ถ้าเรานึกย้อนถึงอดีตที่ผ่านมา เราจะรู้จักพรรคการเมืองมากขึ้น สำหรับผม พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงให้ผมเห็นถึงการต่อสู้ทุกรูปแบบเพื่อให้พรรคของตนเองเป็นรัฐบาล การทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ ในการตัดสินคดีต่างตั้งแต่นายกสมัคร เป็นต้นมาก ทำให้ผมได้เข้าใจลึกซึ่งเลยที่เดียว อีกทั้งองค์กรอิสระต่างๆนา ที่ผุดขึ้นมามากมาย จนถึงสถาณการณ์ในตอนนี้ ที่เรียกได้ว่า แทบจะเปิดหน้าไพ่เล่นกันหมดทุกคนแล้ว แม้กระทั่งตัวละครลับก็ยังตั้งใจถ่ายคลิปออกมาเพื่อแสดงตัว ไม่รู้ว่าจงใจแสดงตัวให้ใครเรียกใช้งานหรือป่าว...เราไม่เคยมีฝ่ายค้านที่ตั้งใจตรวจสอบรัฐบาลโดยแท้จริง มีแต่จ้องจะล้มรัฐบาลซะมากกว่า ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนไหนคิดจะทำเพื่อประชาชนจริงๆ กันมั้งหรอ มีแต่จ้องจะล้มกันอย่างเดียว เพื่อไทยได้เสียงส่วนใหญ่จากนโยบาย ประชาธิปัตย์ได้กลุ่มอำนาจ สู้กันแบบนี้ต่อไปเมื่อไหรจะจบสิ้นละ รอสภาประชาชนพี่เทพไหมละ คงได้เจริญแน่ แต่ดูแล้วจากเหตุการณ์ทั้งหมดตอนนี้แล้ว เราคงจะได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ในอีกไม่นานแน่ๆ แต่คงจะไม่ได้มาจากพรรคการเมืองใดแน่นอน วนเวียนอยู่กับเรื่องซ้ำๆซากๆ แย่งอำนาจกันโกยเงินกัน ไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์วิเศษมาจากไหนคดีใดๆไม่เคยทำอะไรได้ยกฟ้องบ้างหมดอายุความบ้าง แต่คดีพรรคอื่นนี้ยุบพรรคเลย ไม่แน่พรรคนี้อาจจะแข็งแกร่งกว่า ท่าน ชัชชาติ อีกนะ
ละอ่อนมองการเมือง
ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีคนที่ 19 พลเอก สุจินดา คราประยูร เกิดพฤษภาทมิฬ นายอานันท์ ปันยารชุน10 มิถุนายน พ.ศ. 2535(ได้รับการเสนอชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ โดยอาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร) รักษาการแทนจนถึงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2535
ได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ชื่อนายชวน หลีกภัย ก็อยู่ได้ 2 ปีกว่าๆ ถ้าจำไม่ผิด ยุบหนีเรื่อง สปก. 4-01 เรื่องหลักเรื่องรองจำไม่ได้ แต่ต้องยุบสภาไป และรักษาการแทนจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538
ในวัน 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538และแล้วเราก็ได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 เป็นคนสุพรรณ ท่านคือนายบรรหาร ศิลปอาชา แต่ก็อยู่ได้ปีกว่าๆ เพราะพรรคฝ่ายค้านโจมตีว่า ท่านไม่ใช่คนไทย พรรคฝ่ายค้านในตอนนั้นคือ พรรคประชาธิปัตย์ (ถ้าผมจำไม่ผิดรู้สึกจะใช้หลักฐานแต่กระดาษแผ่นเดียว แต่ก็มีเรื่องเศษฐกิจด้วย)หลังจากยุบสภาได้รักษาการแทนจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อยู่ได้หนึ่งปีพอดี พิษเศษฐกิจรุมหนักเกิน แถมกู้ IMF มาด้วย แต่ก็ยังรักษาการแทนจนมีนายกรัฐมนตรีใหม่
จนวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 นายชวน หลีกภัย ได้กลับมานั่งตำแหน่งนายกรับมนตรี รอบ 2 รอบนี้ ขนทรัพย์สินประเภทสินเชื่อของ 56 สถาบันการเงิน ของคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน หรือ ปรส. ขายจากราคาประมูลขาย 190,000 บาท ทั้งที่มูลค่าสินเชื่อสูงถึง 851,000 ล้านบาท เรื่องเงียบกริบ จนหมดอายุความไปแล้วมั้ง แต่ก็อยู่เกือบครบวาระ แต่ยุบสภาหนีซะก่อนและรักษาการแทนมาถึง 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544
นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ใช้หนี้ IMF สนามบินเสร็จ เลยอยู่ครบ 4 ปี ถ้านับจากปี 35 นี้คนแรกในรอบ 10 ปีเลยนะ หลังจากครบวาระได้รักษาการแทนจนถึง 11 มีนาคม พ.ศ. 2548 และได้รับเลือกจากเสียงส่วนมากอย่างท่วมท้นล้นเกิน ได้ไป 300 กว่าที่นั่ง ถ้าจำผิดโปรดอภัย แต่ตั้งแต่สมัยทักษิณ 1 เหตุการณ์บ้านเมืองก็ไม่ค่อยสงบมาตลอด จนถูกรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549
เราได้นายกคนที่ 24 ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 คือท่านพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ)
จนวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2551 นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 อายุประมาณ เกือบๆ 9 เดือน พ้นตำแหน่งเนื่องจาก ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง (เปิดพจนาณุกรมตัดสิน เรื่องคำว่าลูกจ้าง ถ้าผมจำไม่ผิดนะ) จากการยื่นฟ้องจอง พรรคประชาธิปัตย์
18 กันยายน พ.ศ. 2551 มีการลงมติสภาผู้แทนราษฎรใหม่ จึงได้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกคนที่ 26 อยู่ได้ 2 เดือนกว่าๆ พรรคพลังประชาชนยถูกยุบพรรค (เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี)
17 ธันวาคม พ.ศ. 2551 จึงมีมติสภาผู้แทนราษฎรครั้งใหม่ และเกิดการเปลี่ยนขั้วทางเมือง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 หลังจากจัดการกับผู้ชุมนุม ไป 90 กว่าศพที่นับได้ ก็ยุบสภา อายุรัฐบาล 2 ปีกว่าๆ และได้รักษาการแทนจนถึงวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554
นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่ง ณ ตอนนี้ เป็นรักษาการแทน อายุรัฐบาล 2 ปี กว่าๆ ยุบสภาไปแล้ว
ตั้งแต่ พ.ศ. 2535-2557 20 กว่าปี มีนายกรัฐมนตรีที่อยู่ครบวาระได้เพียงคนเดียว ถ้าเรานึกย้อนถึงอดีตที่ผ่านมา เราจะรู้จักพรรคการเมืองมากขึ้น สำหรับผม พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงให้ผมเห็นถึงการต่อสู้ทุกรูปแบบเพื่อให้พรรคของตนเองเป็นรัฐบาล การทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ ในการตัดสินคดีต่างตั้งแต่นายกสมัคร เป็นต้นมาก ทำให้ผมได้เข้าใจลึกซึ่งเลยที่เดียว อีกทั้งองค์กรอิสระต่างๆนา ที่ผุดขึ้นมามากมาย จนถึงสถาณการณ์ในตอนนี้ ที่เรียกได้ว่า แทบจะเปิดหน้าไพ่เล่นกันหมดทุกคนแล้ว แม้กระทั่งตัวละครลับก็ยังตั้งใจถ่ายคลิปออกมาเพื่อแสดงตัว ไม่รู้ว่าจงใจแสดงตัวให้ใครเรียกใช้งานหรือป่าว...เราไม่เคยมีฝ่ายค้านที่ตั้งใจตรวจสอบรัฐบาลโดยแท้จริง มีแต่จ้องจะล้มรัฐบาลซะมากกว่า ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนไหนคิดจะทำเพื่อประชาชนจริงๆ กันมั้งหรอ มีแต่จ้องจะล้มกันอย่างเดียว เพื่อไทยได้เสียงส่วนใหญ่จากนโยบาย ประชาธิปัตย์ได้กลุ่มอำนาจ สู้กันแบบนี้ต่อไปเมื่อไหรจะจบสิ้นละ รอสภาประชาชนพี่เทพไหมละ คงได้เจริญแน่ แต่ดูแล้วจากเหตุการณ์ทั้งหมดตอนนี้แล้ว เราคงจะได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ในอีกไม่นานแน่ๆ แต่คงจะไม่ได้มาจากพรรคการเมืองใดแน่นอน วนเวียนอยู่กับเรื่องซ้ำๆซากๆ แย่งอำนาจกันโกยเงินกัน ไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์วิเศษมาจากไหนคดีใดๆไม่เคยทำอะไรได้ยกฟ้องบ้างหมดอายุความบ้าง แต่คดีพรรคอื่นนี้ยุบพรรคเลย ไม่แน่พรรคนี้อาจจะแข็งแกร่งกว่า ท่าน ชัชชาติ อีกนะ