เมื่อช่วงกลางปีที่แล้วผมมีโอกาสได้คุยกับผู้หญิงคนหนึ่งใน pantip
ผมได้คุยกับเธอก็เริ่มจากกระทู้ด้านดีๆของผมและตามด้วยกระทู้ด้านแย่ๆของผม
หลังจากที่ได้คุยกันซักพัก เธอพูดกับผมเชิงขำๆว่า เธอถูกผู้ชายหลอกมาเยอะ ผมอย่าไปหลอกอะไรเธอเลย
ผมก็ตอบขำๆว่าได้ ผมสัญญา เพราะผมก็ไม่รู้จะไปหลอกอะไรเหมือนกัน
เราก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ผมก็เล่าเรื่องงานของผมหลายอย่าง เธอก็ชอบหยอดมุกตลกๆให้ผมฟัง
ถึงมันจะแป๊กบ้าง แต่ผมก็ขำตรงที่มันแป๊กนะ
เธอถามผมว่า อยากหายเหนื่อยมั้ย มีวิธีง่ายๆก็คือ ยิ้ม ยิ้มๆๆๆๆ
ตอนนั้นผมแอบหัวเราะในใจนะ เพราะไม่เคยเจอใครแบบนี้ แต่นั่นก็ทำให้ผมอยากยิ้มจริงๆ
และเธอก็จำวันเกิดของผมได้ และพูดแฮปปี้เบิร์ดเดย์ล่วงหน้าผมทุกๆเดือน
ซึ่งก็ทำให้ผมยิ้มได้อีกนะ เพราะไม่เคยเจอใครแบบนี้จริงๆ
ต่อมาผมก็ได้รู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับความรักของเธอ ผมยอมรับว่าผมนับถือใจเธอมาก
ผมคิดว่าผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งกว่าผมอีกนะเธอโดนมาค่อนข้างหนักกว่าผมมาก
อย่างน้อย เธอกล้าที่จะเชื่อและกล้าที่จะเสียใจ และสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะยิ้ม
ซึ่งต่างจากผมมาก อาจจะเป็นด้วยสังคมและสิ่งแวดล้อมของผม
ทำให้ผมเชื่อว่า แค่รับนิสัยทั้งด้านดีและด้านไม่ดีของผมได้ทั้งหมด และ ถ้าคบกันก็ต้องเลิกกันซักครั้ง
ถ้าต่อติดก็ต่อติด ถ้าไม่ติดก็ไม่ติด
ถ้าไม่เลิกกันซักครั้ง จะรู้ได้ยังไงว่าถ้าทะเลาะกันหนักๆ จะกลับมาคืนดีกันได้
ผมก็คิดนะว่าผมต้องการมากเกินไป อาจจะไม่มีผู้หญิงแบบนี้บนดาวที่มีแรงโน้มถ่วง g= 9.81 ก็ได้
ก็มีทางให้ผมเลือกได้ 3 ทาง คือ 1. ย้ายดาว 2.อยู่คนเดียว 3.คิดใหม่และอย่าหวังอะไรที่มันมากเกินไป
ถึงตอนจบมันจะไม่สวยจะเสียใจบ้าง ผมคิดว่านั่นก็คือสิ่งผมเลือกเองและดีที่สุดสำหรับผม
ผมได้คุยกับเธออะไรหลายๆอย่าง แม้แต่ในข้อเสียของผม และเธอก็ได้แนะนำอะไรหลายๆอย่างให้ผม
เธอบอกว่า ท่าทางผมเองก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร อาจจะมีเหตุผลของตัวเอง ขอให้ผมเป็นตัวผมเองนั่นก็คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
ตอนนั้นผมประทับใจเธอมาก ผมก็เล่าให้เพื่อนผมฟัง เพื่อนผมก็แซวว่า มันผิดวิสัยผมนะที่ผมชมเธอแบบนี้
ผมคิดเสมอว่าถ้าผมจะคบใครซักคน ผมจะให้เธอเลือกว่าเธอจะทำงานบ้านอะไรก็ได้หรือไม่ทำอะไรก็ได้
แต่ผมขอเป็นคนทำกับข้าวและเป็นคนล้างจานให้เธอเอง และเธอทำให้ผมรู้สึกว่าตะหลิวมันน่าจับขึ้นนะ
พอมาวันหนึ่งเธอบอกผมในสิ่งที่ผมไม่เคนคิดมาก่อน
เธอบอกว่า เธอคงต้องคุยกับผมน้อยลงเพราะเธอมีคนคุยด้วยแล้ว เธอไม่อยากให้คนที่เธอคุยด้วยรู้สึกแย่
และตอนนั้นนิสัยเสียของผมก็ทำงานทันที ก็คือ พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดและหันหลังกลับออกมาทันที
หลังจากวันนั้นคือเงียบจบไปเลย ไม่คุยอะไรอีกเลย ทั้งๆที่วันนั้นเธอก็คุยกับผมด้วยอัธยาศัยที่ดี
แต่คนที่เลือกจะไม่ดีก็คือผมเอง
ตอนแรก ผมคิดว่าผมจะไม่เสียใจ และพยายามหาเหตุผลมาอธิบายกับตัวเอง หลายอย่าง
เช่น นี่เป็นบันไดชีวิตผมตอนนี้ผมต้องการแค่นี้ แต่ยังไม่ถึงขั้นจะตื๊อไว้
เมื่อเวลาผ่านไป ผมอาจต้องการมากกว่านี้ก็ได้ และอื่นๆอีกมากมาย
ผมย้อนกลับไปอ่านข้อความเก่าๆที่ผมกับเธอ ผมมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้น
ผมคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ผมเคยได้รับจากใครซักคนหนึ่ง
สิ่งที่ผมตอบตัวผมเองได้ก็คือ ผมเสียใจนะที่ผมทำแบบนั้น ยิ่งนับวันเข้าผมยิ่งรู้สึกเสียใจมากขึ้นเรื่อยๆ
และนี่อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตผมก็ได้
การที่ผมแสดงกิริยาแบบนั้นไป ผมก็ไม่ต่างอะไรกับที่เธอเคยเจอ
หลังจากทิ้งระยะได้พักใหญ่ จนปีใหม่ผมลองส่ง line ไปหาเธอ
ผมก็ไม่คาดหวังอะไรมาก แต่เธอก็ตอบกลับมาด้วยอัธยาศัยที่ดี
ตอนนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมควรเริ่มคุยจากตรงไหนดี
ผมควรจะพูด ขอโทษ หรือ ขอบคุณ หรือ ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หรือ มันเลยจุดนั้นมาแล้ว ผมไม่ควรจะไปทักเธอแต่แรก คือ ผมไม่รู้จริงๆ
วันนั้นก็ผ่านไปโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอมาอีกวันหนึ่งผมส่งข้อความ line ไปอีก เธอ อ่าน ขึ้น read แต่เธอไม่ตอบอะไรกลับมา
ผมก้ไม่รู้เหมือนกันว่าผมควรทำยังไง
และในวันเกิดของผมในเดือนมกราคม ที่เป็นวันเกิดของผมจริงๆ ที่เธอเคยเคยแฮปปี้เบิร์ดเดย์ล่วงหน้าทุกเดือน
ผมคิดว่าเธอน่าจะจำได้ และคิดว่าผมทักเธอไป ถึงเธอไม่ตอบกลับ แต่ผมคงต้องพูดอะไรซักอย่างนึง
ผมส่ง line ไปหาเธอ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่คำว่า read
ผมนั่งเปิดดูอยู่หลายรอบแต่ก็เหมือนเดิม
ผมรู้สึกเสียใจนะ เสียใจมาก ไม่คิดว่าตัวผมเองจะรู้สึกเสียใจได้ขนาดนี้
ผมคิดว่านี่คงเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดสำหรับผม
อย่างน้อยก็ทำให้เห็นข้อบกพร่องของผมที่ควรเข้าใจคนที่เป็นคนอื่น ที่ไม่ใช่ตัวเราเองให้มากกว่านี้
หลังจากวันเกิดผมจนถึงวันนี้ที่ผมได้คิดอะไรหลายๆอย่างและวันนี้เป็นวันที่ผมได้ลองทำอะไรใหม่ที่ผมไม่เคยทำ
ผมทำงานในด้านก่อสร้าง และขยับมาทางการเป็น consult ให้กับทั้งบริษัทผู้ว่าจ้าง
และ เป็น project outsource ให้กับบริษัทผู้รับจ้าง ขึ้นอยู่กับว่าใครจะจ้างผมทำอะไร
ในสายนี้ค่อนข้างเคี่ยว และผมเองก็เป็นคนค่อนข้างเคี่ยว
ตั้งแต่สมัยทำงานบริษัท ถ้าเพื่อนผมรู้ว่าในโครงการที่ผมคุมมีใครซักคนหรือทั้งทีมโดนให้ย้ายโครงการ หรือ ให้ออกจากงาน ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก
ในส่วนของ consult ถ้างานช้าและงานผิดเยอะ และผมไม่อยากร่วมงานกับคนคุมงาน สิ่งที่ผมทำง่ายๆก็คือ
แจ้งว่าเข้าไปตรวจหน้างานอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ถ้างานผิดก็แก้ไข อีก 1 อาทิตย์จะเข้าไปใหม่ ซึ่งมันหนักกับผู้รับเหมามาก
ถ้าผู้รับเหมาไม่ชอบที่ผมทำ ก็แค่เปลี่ยนคนให้ผม และผมจะเริ่มใหม่กับคนใหม่
ในส่วนของ project outsource คนที่ทำงานกับผมไม่ไหว ผมก็พูดง่ายๆว่า
ให้ไปเขียนใบลาออกรอไว้ได้เลย ผมอยากพูดแต่เนิ่นๆ เพราะวันที่ผมให้ไปจริงๆ จะได้ไม่เสียน้ำใจกัน
การทำงานและขอบเขตต่างๆ ผมดึงข้อมูลมาจากแบบก่อสร้างหรือเอกสารสัญญาต่างๆที่เป็นของเดิมแต่แรก
ดังนั้นผมจะถือว่าผมไม่ใช่คนเก่ง แต่ผมเตรียมพร้อมมาดีกว่า
วันนี้ผมมาประชุมกับผู้รับเหมาในฐานะ consult ให้ตัวแทนผู้ว่าจ้าง
สถานการณ์ก็คล้ายๆลักษณะนี้และค่อนข้างหนักและบริษัทรับเหมาก็พร้อมจะเอาคนของเขาออกถ้าทำให้ผมพอใจได้
และสิ่งเดียวที่ทางบริษัทผู้รับเหมาต้องการก็คืออย่างน้อยๆก็หันหน้ามามองกันบ้าง
ผมค่อนข้างนิ่งๆเงียบๆเพราะมีอะไรหลายอย่างให้คิด โดยเฉพาะเรื่องที่ผมทำผิดพลาด
ผมเริ่มเปิดประชุมและสิ่งแรกที่ผมพูดก็คือ "ผมขอโทษ"
และตามด้วยคำที่ว่า "บางทีผมอาจจะเรื่องมากไปบ้าง และสิ่งที่ผมพอช่วยได้ ตัวผมเองก็ยังไม่ได้ช่วยให้เต็มที่
ผมจะพยายามปรับปรุงตัวให้ดีกว่านี้ ถ้ามีอะไรพอแนะนำผมได้ ก็ค่อยๆแนะนำผมแล้วกันครับ"
ผมก็ไม่รู้นะว่าสเกลคำว่าขอโทษ ต้องรู้สึกผิดแค่ไหน
แต่ผมกลับคิดว่า ต่อให้เปลี่ยนคนคุมหน้างาน ก็ไม่มีอะไรบอกว่าคนใหม่จะดีกว่าเดิม
ถ้าภาพรวมมันยังไม่เลวร้ายจนเกินไป และมีบางอย่างที่ผมยังทำไม่เต็มที่ และสามารถกู้สถานการณ์ขึ้นมาได้
ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำคือทางออกที่ดีแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็ในเวลานี้
คนเก่าที่รู้จักหน้างานดีก็ยังอยู่ บริษัทก็ไม่ต้องหาคนใหม่ หน้างานก็ไม่ต้องรอคนใหม่
และผมเองต้องทำหน้าที่ผมให้ดีกว่านี้
ผมออกมาจากห้องประชุม ผมรู้สึกสบายใจนะที่ผมเลือกที่จะทำแบบ นี้และผมเองก็ยิ้มกับคนอื่นๆได้ง่ายขึ้น
และคนที่ทำให้ผมคิดได้แบบนี้ก็คือคนที่บอกผมว่า ผมเป็นตัวของผมเองนั่นแหละ ดีที่สุดแล้ว
เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าคนที่เสียใจและลืมใครไม่ลง เป็นคนที่ตกลงไปในหลุมและกลัวที่จะขึ้นมา
แต่ตอนนี้ผมกลับคิดว่า ตัวผมเองนี่แหละ ที่ขุดหลุมเอง กระโดดลงไปเอง และคิดว่าแค่นี้แหละ พอสำหรับผมแล้ว
และวันหนึ่งก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง กระโดดลงมาในหลุมของผม
เล่าเรื่องสนุกๆมากมายบนโลกที่อยู่นอกหลุมถึงมันจะร้ายบ้าง แย่บ้าง แต่ก็เล่าให้ฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอยู่เสมอ
ตอนนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปคุยกับเธอยังไงดี แล้วอะไรๆมันจะแย่ไปกว่านี้มั้ย
ทุกอย่างมันคงเลยจุดนั้นไปแล้วจริงๆ ถ้าตอนนั้นผมมีความคิดมากกว่านี้ อย่างน้อยตอนนี้เราคงยังเป็นเพื่อนกันได้
ผมเลยอยากขอพื้นที่ตรงนี้ฝากบอกผู้หญิงคนนั้น ว่า ขอบคุณมากที่ก้าวเข้ามาในชีวิตผม
ทำให้คนมองโลกในแง่ร้ายอย่างผม ได้รู้สึกว่าโลกนี้มันก็ไม่ได้เลวร้ายมากมายอย่างที่ผมคิด
ทำให้ผมมองเห็นมุมสวยๆของโลกนี้บ้าง ได้มีทัศนคติที่ดีอย่างคนอื่นเค้าบ้าง
แม้จะไม่ได้ดีมาก แต่ผมก็ดีใจที่มันเกิดขึ้นได้
ถึงเป็นเวลาสั้นๆ ผมก็ดีใจมากๆครับที่เราได้เจอกัน
ขอบคุณมากนะครับ ^^/
ขออนุญาตฝากขอบคุณผู้หญิงคนนึงครับ
ผมได้คุยกับเธอก็เริ่มจากกระทู้ด้านดีๆของผมและตามด้วยกระทู้ด้านแย่ๆของผม
หลังจากที่ได้คุยกันซักพัก เธอพูดกับผมเชิงขำๆว่า เธอถูกผู้ชายหลอกมาเยอะ ผมอย่าไปหลอกอะไรเธอเลย
ผมก็ตอบขำๆว่าได้ ผมสัญญา เพราะผมก็ไม่รู้จะไปหลอกอะไรเหมือนกัน
เราก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ผมก็เล่าเรื่องงานของผมหลายอย่าง เธอก็ชอบหยอดมุกตลกๆให้ผมฟัง
ถึงมันจะแป๊กบ้าง แต่ผมก็ขำตรงที่มันแป๊กนะ
เธอถามผมว่า อยากหายเหนื่อยมั้ย มีวิธีง่ายๆก็คือ ยิ้ม ยิ้มๆๆๆๆ
ตอนนั้นผมแอบหัวเราะในใจนะ เพราะไม่เคยเจอใครแบบนี้ แต่นั่นก็ทำให้ผมอยากยิ้มจริงๆ
และเธอก็จำวันเกิดของผมได้ และพูดแฮปปี้เบิร์ดเดย์ล่วงหน้าผมทุกๆเดือน
ซึ่งก็ทำให้ผมยิ้มได้อีกนะ เพราะไม่เคยเจอใครแบบนี้จริงๆ
ต่อมาผมก็ได้รู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับความรักของเธอ ผมยอมรับว่าผมนับถือใจเธอมาก
ผมคิดว่าผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งกว่าผมอีกนะเธอโดนมาค่อนข้างหนักกว่าผมมาก
อย่างน้อย เธอกล้าที่จะเชื่อและกล้าที่จะเสียใจ และสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะยิ้ม
ซึ่งต่างจากผมมาก อาจจะเป็นด้วยสังคมและสิ่งแวดล้อมของผม
ทำให้ผมเชื่อว่า แค่รับนิสัยทั้งด้านดีและด้านไม่ดีของผมได้ทั้งหมด และ ถ้าคบกันก็ต้องเลิกกันซักครั้ง
ถ้าต่อติดก็ต่อติด ถ้าไม่ติดก็ไม่ติด
ถ้าไม่เลิกกันซักครั้ง จะรู้ได้ยังไงว่าถ้าทะเลาะกันหนักๆ จะกลับมาคืนดีกันได้
ผมก็คิดนะว่าผมต้องการมากเกินไป อาจจะไม่มีผู้หญิงแบบนี้บนดาวที่มีแรงโน้มถ่วง g= 9.81 ก็ได้
ก็มีทางให้ผมเลือกได้ 3 ทาง คือ 1. ย้ายดาว 2.อยู่คนเดียว 3.คิดใหม่และอย่าหวังอะไรที่มันมากเกินไป
ถึงตอนจบมันจะไม่สวยจะเสียใจบ้าง ผมคิดว่านั่นก็คือสิ่งผมเลือกเองและดีที่สุดสำหรับผม
ผมได้คุยกับเธออะไรหลายๆอย่าง แม้แต่ในข้อเสียของผม และเธอก็ได้แนะนำอะไรหลายๆอย่างให้ผม
เธอบอกว่า ท่าทางผมเองก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร อาจจะมีเหตุผลของตัวเอง ขอให้ผมเป็นตัวผมเองนั่นก็คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
ตอนนั้นผมประทับใจเธอมาก ผมก็เล่าให้เพื่อนผมฟัง เพื่อนผมก็แซวว่า มันผิดวิสัยผมนะที่ผมชมเธอแบบนี้
ผมคิดเสมอว่าถ้าผมจะคบใครซักคน ผมจะให้เธอเลือกว่าเธอจะทำงานบ้านอะไรก็ได้หรือไม่ทำอะไรก็ได้
แต่ผมขอเป็นคนทำกับข้าวและเป็นคนล้างจานให้เธอเอง และเธอทำให้ผมรู้สึกว่าตะหลิวมันน่าจับขึ้นนะ
พอมาวันหนึ่งเธอบอกผมในสิ่งที่ผมไม่เคนคิดมาก่อน
เธอบอกว่า เธอคงต้องคุยกับผมน้อยลงเพราะเธอมีคนคุยด้วยแล้ว เธอไม่อยากให้คนที่เธอคุยด้วยรู้สึกแย่
และตอนนั้นนิสัยเสียของผมก็ทำงานทันที ก็คือ พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดและหันหลังกลับออกมาทันที
หลังจากวันนั้นคือเงียบจบไปเลย ไม่คุยอะไรอีกเลย ทั้งๆที่วันนั้นเธอก็คุยกับผมด้วยอัธยาศัยที่ดี
แต่คนที่เลือกจะไม่ดีก็คือผมเอง
ตอนแรก ผมคิดว่าผมจะไม่เสียใจ และพยายามหาเหตุผลมาอธิบายกับตัวเอง หลายอย่าง
เช่น นี่เป็นบันไดชีวิตผมตอนนี้ผมต้องการแค่นี้ แต่ยังไม่ถึงขั้นจะตื๊อไว้
เมื่อเวลาผ่านไป ผมอาจต้องการมากกว่านี้ก็ได้ และอื่นๆอีกมากมาย
ผมย้อนกลับไปอ่านข้อความเก่าๆที่ผมกับเธอ ผมมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้น
ผมคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ผมเคยได้รับจากใครซักคนหนึ่ง
สิ่งที่ผมตอบตัวผมเองได้ก็คือ ผมเสียใจนะที่ผมทำแบบนั้น ยิ่งนับวันเข้าผมยิ่งรู้สึกเสียใจมากขึ้นเรื่อยๆ
และนี่อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตผมก็ได้
การที่ผมแสดงกิริยาแบบนั้นไป ผมก็ไม่ต่างอะไรกับที่เธอเคยเจอ
หลังจากทิ้งระยะได้พักใหญ่ จนปีใหม่ผมลองส่ง line ไปหาเธอ
ผมก็ไม่คาดหวังอะไรมาก แต่เธอก็ตอบกลับมาด้วยอัธยาศัยที่ดี
ตอนนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมควรเริ่มคุยจากตรงไหนดี
ผมควรจะพูด ขอโทษ หรือ ขอบคุณ หรือ ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หรือ มันเลยจุดนั้นมาแล้ว ผมไม่ควรจะไปทักเธอแต่แรก คือ ผมไม่รู้จริงๆ
วันนั้นก็ผ่านไปโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอมาอีกวันหนึ่งผมส่งข้อความ line ไปอีก เธอ อ่าน ขึ้น read แต่เธอไม่ตอบอะไรกลับมา
ผมก้ไม่รู้เหมือนกันว่าผมควรทำยังไง
และในวันเกิดของผมในเดือนมกราคม ที่เป็นวันเกิดของผมจริงๆ ที่เธอเคยเคยแฮปปี้เบิร์ดเดย์ล่วงหน้าทุกเดือน
ผมคิดว่าเธอน่าจะจำได้ และคิดว่าผมทักเธอไป ถึงเธอไม่ตอบกลับ แต่ผมคงต้องพูดอะไรซักอย่างนึง
ผมส่ง line ไปหาเธอ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่คำว่า read
ผมนั่งเปิดดูอยู่หลายรอบแต่ก็เหมือนเดิม
ผมรู้สึกเสียใจนะ เสียใจมาก ไม่คิดว่าตัวผมเองจะรู้สึกเสียใจได้ขนาดนี้
ผมคิดว่านี่คงเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดสำหรับผม
อย่างน้อยก็ทำให้เห็นข้อบกพร่องของผมที่ควรเข้าใจคนที่เป็นคนอื่น ที่ไม่ใช่ตัวเราเองให้มากกว่านี้
หลังจากวันเกิดผมจนถึงวันนี้ที่ผมได้คิดอะไรหลายๆอย่างและวันนี้เป็นวันที่ผมได้ลองทำอะไรใหม่ที่ผมไม่เคยทำ
ผมทำงานในด้านก่อสร้าง และขยับมาทางการเป็น consult ให้กับทั้งบริษัทผู้ว่าจ้าง
และ เป็น project outsource ให้กับบริษัทผู้รับจ้าง ขึ้นอยู่กับว่าใครจะจ้างผมทำอะไร
ในสายนี้ค่อนข้างเคี่ยว และผมเองก็เป็นคนค่อนข้างเคี่ยว
ตั้งแต่สมัยทำงานบริษัท ถ้าเพื่อนผมรู้ว่าในโครงการที่ผมคุมมีใครซักคนหรือทั้งทีมโดนให้ย้ายโครงการ หรือ ให้ออกจากงาน ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก
ในส่วนของ consult ถ้างานช้าและงานผิดเยอะ และผมไม่อยากร่วมงานกับคนคุมงาน สิ่งที่ผมทำง่ายๆก็คือ
แจ้งว่าเข้าไปตรวจหน้างานอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ถ้างานผิดก็แก้ไข อีก 1 อาทิตย์จะเข้าไปใหม่ ซึ่งมันหนักกับผู้รับเหมามาก
ถ้าผู้รับเหมาไม่ชอบที่ผมทำ ก็แค่เปลี่ยนคนให้ผม และผมจะเริ่มใหม่กับคนใหม่
ในส่วนของ project outsource คนที่ทำงานกับผมไม่ไหว ผมก็พูดง่ายๆว่า
ให้ไปเขียนใบลาออกรอไว้ได้เลย ผมอยากพูดแต่เนิ่นๆ เพราะวันที่ผมให้ไปจริงๆ จะได้ไม่เสียน้ำใจกัน
การทำงานและขอบเขตต่างๆ ผมดึงข้อมูลมาจากแบบก่อสร้างหรือเอกสารสัญญาต่างๆที่เป็นของเดิมแต่แรก
ดังนั้นผมจะถือว่าผมไม่ใช่คนเก่ง แต่ผมเตรียมพร้อมมาดีกว่า
วันนี้ผมมาประชุมกับผู้รับเหมาในฐานะ consult ให้ตัวแทนผู้ว่าจ้าง
สถานการณ์ก็คล้ายๆลักษณะนี้และค่อนข้างหนักและบริษัทรับเหมาก็พร้อมจะเอาคนของเขาออกถ้าทำให้ผมพอใจได้
และสิ่งเดียวที่ทางบริษัทผู้รับเหมาต้องการก็คืออย่างน้อยๆก็หันหน้ามามองกันบ้าง
ผมค่อนข้างนิ่งๆเงียบๆเพราะมีอะไรหลายอย่างให้คิด โดยเฉพาะเรื่องที่ผมทำผิดพลาด
ผมเริ่มเปิดประชุมและสิ่งแรกที่ผมพูดก็คือ "ผมขอโทษ"
และตามด้วยคำที่ว่า "บางทีผมอาจจะเรื่องมากไปบ้าง และสิ่งที่ผมพอช่วยได้ ตัวผมเองก็ยังไม่ได้ช่วยให้เต็มที่
ผมจะพยายามปรับปรุงตัวให้ดีกว่านี้ ถ้ามีอะไรพอแนะนำผมได้ ก็ค่อยๆแนะนำผมแล้วกันครับ"
ผมก็ไม่รู้นะว่าสเกลคำว่าขอโทษ ต้องรู้สึกผิดแค่ไหน
แต่ผมกลับคิดว่า ต่อให้เปลี่ยนคนคุมหน้างาน ก็ไม่มีอะไรบอกว่าคนใหม่จะดีกว่าเดิม
ถ้าภาพรวมมันยังไม่เลวร้ายจนเกินไป และมีบางอย่างที่ผมยังทำไม่เต็มที่ และสามารถกู้สถานการณ์ขึ้นมาได้
ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำคือทางออกที่ดีแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็ในเวลานี้
คนเก่าที่รู้จักหน้างานดีก็ยังอยู่ บริษัทก็ไม่ต้องหาคนใหม่ หน้างานก็ไม่ต้องรอคนใหม่
และผมเองต้องทำหน้าที่ผมให้ดีกว่านี้
ผมออกมาจากห้องประชุม ผมรู้สึกสบายใจนะที่ผมเลือกที่จะทำแบบ นี้และผมเองก็ยิ้มกับคนอื่นๆได้ง่ายขึ้น
และคนที่ทำให้ผมคิดได้แบบนี้ก็คือคนที่บอกผมว่า ผมเป็นตัวของผมเองนั่นแหละ ดีที่สุดแล้ว
เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าคนที่เสียใจและลืมใครไม่ลง เป็นคนที่ตกลงไปในหลุมและกลัวที่จะขึ้นมา
แต่ตอนนี้ผมกลับคิดว่า ตัวผมเองนี่แหละ ที่ขุดหลุมเอง กระโดดลงไปเอง และคิดว่าแค่นี้แหละ พอสำหรับผมแล้ว
และวันหนึ่งก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง กระโดดลงมาในหลุมของผม
เล่าเรื่องสนุกๆมากมายบนโลกที่อยู่นอกหลุมถึงมันจะร้ายบ้าง แย่บ้าง แต่ก็เล่าให้ฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอยู่เสมอ
ตอนนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปคุยกับเธอยังไงดี แล้วอะไรๆมันจะแย่ไปกว่านี้มั้ย
ทุกอย่างมันคงเลยจุดนั้นไปแล้วจริงๆ ถ้าตอนนั้นผมมีความคิดมากกว่านี้ อย่างน้อยตอนนี้เราคงยังเป็นเพื่อนกันได้
ผมเลยอยากขอพื้นที่ตรงนี้ฝากบอกผู้หญิงคนนั้น ว่า ขอบคุณมากที่ก้าวเข้ามาในชีวิตผม
ทำให้คนมองโลกในแง่ร้ายอย่างผม ได้รู้สึกว่าโลกนี้มันก็ไม่ได้เลวร้ายมากมายอย่างที่ผมคิด
ทำให้ผมมองเห็นมุมสวยๆของโลกนี้บ้าง ได้มีทัศนคติที่ดีอย่างคนอื่นเค้าบ้าง
แม้จะไม่ได้ดีมาก แต่ผมก็ดีใจที่มันเกิดขึ้นได้
ถึงเป็นเวลาสั้นๆ ผมก็ดีใจมากๆครับที่เราได้เจอกัน
ขอบคุณมากนะครับ ^^/