ยาคุมยี่ห้อยอดนิยม ทำให้เกิดความเสี่ยงถึงตายได้

พอดีเราไปอ่านข่าวเจอมาค่ะ เลยอยากมาเตือน แต่ไม่แน่ใจว่ามีคนโพสท์รึยังนะคะ

สรุปสั้นๆนะคะ ข่าวบอกว่า ยาคุมยี่ห้อดัง เช่น Yasmin, Femodene และ Marvelon สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน (blood clot แปลถูกรึป่าวคะ) ซึ่งทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

นักวิทยาศาสตร์บอกว่า "third-generation contraceptives" (คร่าวๆคือ ยาคุมที่ออกรุ่นหลังจากช่วงปี 1980 งงตรงนี้นิดหน่อย ว่ารุ่นเก่ากว่านั้นยังมีขายหรือไม่ ใครทราบรายละเอียดช่วยบอกด้วยนะคะ) ทำให้มีอัตราการตายที่ 14 คนต่อปี ในประเทศฝรั่งเศส และตอนนี้แพทย์ในสหราชอาณาจักรก็ได้รับคำสั่งให้เตือนคนไข้ถึงความเสี่ยงนี้

(ปล. ที่สหราชอาณาจักร ยาคุมกำเนิดต้องได้รับการสั่งจากแพทย์ ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปจากร้านขายยา ถ้าไม่มีใบสั่งแพทย์ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจประวัติ ความดัน และความเสี่ยงอื่นๆ ก่อนออกใบสั่งยาทุกครั้ง ไม่เหมือนของเมืองไทยที่เราซื้อหากันเอง โดยไม่ต้องตรวจหาความเสี่ยงใดๆ)

รายงานจาก European Medicines Agency พบว่า ฮอร์โมนสังเคราะห์ในยาคุมกำเนิด "third-generation" (จากนี้ไปจะเรียกว่า ยาคุมรุ่นที่ 3 นะคะ เพื่อความสะดวกในการพิมพ์) เพิ่มความเสี่ยงของโรค deep vein thromboses (DVT) หรือโรค "เลือดคั่งในหลอดเลือดดำส่วนลึก" (สามารถทำให้เกิด stroke) ซึ่งเป็นภัยคุกคามแก่ชีวิต มากกว่าเดิมที่เคยคิดไว้มาก

อ่านเพิ่มเติมที่ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ฮอร์โมนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นต้นเหตุให้ความเสี่ยงนี้สูงขึ้นได้แก่  gestodene, desogestrel, drospirenone, etonogestrel และ norelgestromin ซึ่งมีอยู่ในยี่ห้อดังเช่น Evra Patch, Femodene, Gedarel, Katya, Marvelon, Mercilon, Millinette, Sunya, Triadene, Yasmin และ Yaz


(ขอบคุณรูปจากลิงค์ต้นทางค่ะ)

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนรุ่นเก่าที่ปลอดภัยกว่า ได้แก่ levonorgestrel, norgestimate และ norethisterone

เค้าบอกอีกว่า การใช้ยาคุมรุ่นที่ 3 นี้ เพิ่มความเสี่ยงของลิ่มเลือดอุดตันถึง 6 เท่า เปรียบเทียบกับคนที่ไม่ใช้ยาคุมกำเนิดเลย

อัตราความเสี่ยงต่อปีของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่จะมีอาการลิ่มเลือดอุดตันร้ายแรง อยู่ที่ 1 ใน 5,000 ถ้าไม่ได้ใช้ยาคุมแบบฮอร์โมนรวม อัตราความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เป็น 1 ใน 1,700 ต่อปี หากใช้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมรุ่นก่อนๆ และอัตราความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นจากเมื่อกี๊อีก 2 เท่า เป็น 1 ใน 800 สำหรับคนที่ใช้ยาคุมกำเนิดรุ่นที่ 3

แต่ๆๆๆ อย่าเพิ่งแตกตื่นไป อย่างไรก็ดี เค้าบอกว่า ในผู้หญิงส่วนใหญ่นั้น ยังได้ประโยชน์จากยาคุมกำเนิดมากกว่าความเสี่ยงจากผลข้างเคียงร้ายแรง เพราะที่จริงแล้ว การตั้งครรภ์นั้น ก็เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรค DVT มากกว่ายาคุมกำเนิดชนิดใดๆ

ประเด็นอยู่ที่ว่า ผู้หญิงทุกคนที่ใช้ยาคุมกำเนิด ควรปรึกษาแพทย์เรื่องความเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นได้กับตนจากการใช้ยาคุมกำเนิด


คหสต. เราว่าไม่ควรซื้อยาเอง หรือใช้เพื่อรักษาสิว เพราะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นให้กับตัวเอง เราแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ และพบแพทย์ทุกๆ 6 เดือนเพื่อตรวจหาความเสี่ยง/หาความผิดปกติต่างๆจากการใช้ยา

ปล. เราแปลแบบไม่เรียงลำดับนะคะ และหยิบมาเฉพาะใจความที่เราคิดว่าสำคัญ แปลไม่เก่ง หากไม่ถูกต้อง ผิดพลาด ตกหล่น ขออภัยด้วยค่ะ หากใครมีข้อแนะนำ หรือคำแปลเพิ่มเติม เชิญได้ค่ะ

ปล.2 ขอแท็กเรื่องความงาม เพราะบางคนใช้ยาคุมรักษาสิวนะคะ

รายละเอียดของข่าวตามนี้นะคะ (ยาวมากค่ะ ใส่ในสปอยล์ให้นะคะ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่