เราเลว แต่ตอนนี้อยากมีใครช่วยให้คำแนะนำมาก ๆ ค่ะ เชิญหน่อยค่ะ

ฝากบอกจากเจ้าของ log-in**เจ้าของเรื่องไม่ใช่เจ้าของ log-in นี้นะคะ เพื่อนมาปรึกษาถึงบ้านด้วยความร้อนใจแต่เรามืดแปดด้านยังให้คำแนะนำที่ดีไม่ได้นอกจากรับฟังและพยายามจะไม่โกรธเพื่อน**คืนนี้เพื่อนจะค้างกับเราที่นี่ก็เลยให้ยืม log-in พันทิปตั้งกระทู้แล้วจะรออ่านด้วยกันค่ะ**อาจตอบช้าบ้างนะคะ**

สวัสดีค่ะ ฉันขอปรึกษาปัญหาที่เกิดจากความไม่ดีของตัวเองจากชาวพันทิป
หลังจากที่ถามเพื่อนสนิทแล้วแต่ยังไม่กระจ่างเท่าไหร่ว่าควรไปทางไหน

ฉันแต่งงานแล้วสี่ปีครึ่ง ไม่มีลูก สามีไม่ทำงาน ( ซึ่งนี่เป็นต้นเหตุของปัญหา )
สามีมาจากบ้านเกิดพร้อมเงินก้อนใหญ่ให้ฉันถือไว้ทั้งหมดค่ะ
แต่ตอนแรกเช่าบ้านอยู่และฉันยังหางานไม่ได้เงินจึงร่อยหรอ
ในที่สุดฉันจึงเริ่มกิจการเล็ก ๆ ทำที่บ้านเช่า โดยให้สามีช่วยเหลือบ้าง
แต่พูดตามตรงคือถึงไ่ม่มีสามีช่วยฉันก็ทำเองไหว
แค่ไม่อยากให้เขารู้สึกแย่ที่เกาะเมียกิน ความดีของเขาอยู่ที่ไม่ทำงานก็ไม่ใช้เงินค่ะ
หมายถึงไม่ออกเที่ยว ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่มีรายจ่ายเกิดขึ้นจากเขาด้วยเหมือนกัน
สามีติดเกมมากก็ต้องจ่ายเงินไปกับเกม จนเก็บเงินไม่ได้สักทีฉันจึงพาเขากลับบ้านเกิดของฉัน
อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียค่าเช่า และก็ย้ายงานที่ทำมาลองทำต่อที่บ้านเกิด ก็ได้แค่พอมีพอกิน

พอฉันคิดว่าไม่ไหวแล้วจริง ๆ อยู่บ้านเกิดตัวเองไม่เสียค่าเช่าแต่เสียหน้า
คือสามีไม่ทำงานอะไรก็เป็นขี้ปากกระทั่งญาติในบ้าน เอาเรื่องไปปรึกษาสามีก็ทะเลาะกัน
ในที่สุดก็เริ่มทนไม่ได้แล้วค่ะ ( ฉัน ) ตอนที่หวั่นไหวนิสัยเลวของตัวเองก็ออกลาย
ฉันกลับไปติดต่อกับแฟนเก่า บอกตรงว่ายังไม่มีอะไรเกินเลยนอกจากคุยกัน เจอกันแค่กินข้าว
เหตุที่หาทางกลับไปได้เพราะแฟนเก่ามักจะส่งอีเมล์มาหาเสมออย่างน้อยเดือนละครั้งตั้งแต่เลิกกัน
ไม่หวานแหววค่ะ แค่เล่าสั้น ๆ ว่าเป็นยังไงบ้าง ทางเขาไม่มีใครเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา
แต่ฉันไม่เคยตอบไปมากกว่าแค่ขอบคุณ เพราะเกรงใจสามี และไม่ได้ตอบทุกครั้งที่แฟนเก่าส่งมาค่ะ

พูดถึงแฟนเก่าฉันคบกับแฟนคนนี้มาเก้าปีก่อนเจอสามี และเลิกกับเขาเพราะเขาทำงานหนักไม่มีเวลาให้
เล่าให้เขาฟัง ( แฟนเก่า ) เขาบอกว่าน่าจะเป็นเพราะฉันเจอคนบ้างานจึงหนีเขาไปแต่งกับคนว่างงาน
เพราะต้องการเวลาอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ แต่ตอนนี้โลกแห่งความจริงมันตามมาดึงฉันกลับแล้ว
ทำให้น่าจะตาสว่างแล้วว่าคนบ้างานคบได้นานกว่าคนไม่ทำอะไรเลย ( เจ็บจี๊ด )

แต่สรุปสั้น ๆ คือแฟนเก่าให้อภัยค่ะและพร้อมจะกลับมาคบกัน ขอให้ฉันเลิกกับสามีให้เรียบร้อย
ที่เหมือนฉันหลงเชื่อเขาง่ายน่าจะเพราะเยื่อใยที่คบกันมานานไม่มีปัญหาอะไรเลยนอกจากเรื่องเวลาน้อย
และคบนานแต่ไม่ได้แต่งกันซะทีก็เลยจืดจาง ครั้งนี้แฟนเก่าก็แสดงใจจริงตามนิสัยเขาด้วย ว่า
เพราะฉันไม่มีลูกจึงกลับมาคบกันใหม่ได้เสมอ เขาอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ฉันจะได้ไม่ต้องกลัวที่บ้านเขาว่า
ทางบ้านเขาก็เคยสนิทกับฉันค่ะ หลังจากกลับมาคุยกันรอบนี้เขาก็พาไปสวัสดีพ่อแม่และพี่ ๆ
ฝ่ายพ่อแม่ของแฟนเก่าบอกว่าถ้าจะกลับไปคบกันก็โอเค เพราะรู้จักกันดีอยู่แล้ว
และทางบ้านเขาเห็นแล้วว่าลูกชายเขาอายุก็เยอะขึ้นแต่ไม่มีใครสักที
แต่ขอให้แน่ใจจริง ๆ ว่าฉันไม่มีลูก เพราะพวกท่านไม่ใจกว้างขนาดนั้น ( ฉันเข้าใจนะคะ )
และเราสองคนไม่ได้สัมพันธ์ลึกซึ้งนะคะขอยืนยัน เพิ่งกลับไปพบกันไม่กี่ครั้งและส่วนใหญ่ไปที่บ้านเขา

พอฉันเริ่มไปเจอแฟนเก่า เริ่มงุบงิบคุยโทร.ส่งไลน์ไม่คุยเจ๊าะแจ๊ะเหมือนเก่าสามีก็สงสัย ชวนทะเลาะ
ฉันจึงได้โอกาสขอเลิก ให้เขากลับบ้านเขาไป หรือจะยังไงก็เรื่องของเขา ฉันไม่ทนล่ะ อ้างเรื่องไม่ทำงาน
แต่สามีเงียบไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ( อยู่ในบ้านเหมือนเดิมค่ะ แต่เงียบ ไม่พูดไม่จากับฉัน )
ฉันก็นึกว่าเขาคงโอเค แค่เตรียมตัวเตรียมใจแยกทาง แต่กลายเป็นว่าเขามาขอโอกาส
บอกว่าจากนี้จะช่วยงานฉันมากขึ้น เกมคงเลิกไม่ได้แต่จะเล่นเกมเป็นเวลา มีงานก็งาน ไม่ปล่อยให้ฉันทำคนเดียว
แล้วพอเก็บเงินได้ ( ซึ่งฉันไม่รู้เมื่อไหร่ เพราะงานมันก็เดิม ๆ ได้เท่านี้ ) พอเก็บได้
เขาจะพากลับไปตั้งตัวที่บ้านเกิดของเขาด้วยกัน จะให้ฉันสบาย

แต่ฉันไม่ค่อยอยากเชื่อนะคะ เพราะถ้าจะกลับไปก็น่าจะไปนานแล้ว
ดูพฤติกรรมหลังจากเขามาขอโอกาสก็เห็นยังเล่นเกมและเล่นเน็ตอยู่
ดีขึ้นตรงที่พอฉันขอให้ช่วยอะไรก็รีบลุกมาช่วยทันที ( เมื่อก่อนจะโมโห หรือผัดผ่อน )
ตอนนี้ผ่านมาสัปดาห์นึงค่ะ ทางแฟนเก่าคุยกันในไลน์เหมือนเดิมแต่ไม่ได้บอกเรื่องสามีขอโอกาส
งานบอกตรงว่าเหมือนเดิม คือสามีมาช่วยก็ดีค่ะ เคลียร์ได้เร็วขึ้น
แต่ไม่ถึงกับสร้างรายได้เพิ่มเป็นกอบเป็นกำจนต่างจากทำเองคนเดียวนัก

แต่นี่จะถึงวาเลนไทน์แล้ว แฟนเก่าอยากนัดไปกินข้าวกับครอบครัวเขาและรอคำตอบอยู่เพื่อจะจองโต๊ะ
ถ้าฉันไป ความแตกแน่ว่าไปกับคนอื่นเพราะเป็นวันวาเลนไทน์ใคร ๆ ย่อมสงสัย
คิดว่าถ้าจะไปทางแฟนเก่าก็จะแยกทางกับสามีก่อนวันนัดให้ได้เลยค่ะ หักดิบ
แต่อีกใจก็เห็นใจ สามีอาจจะดีขึ้นได้จริง ฉันก็ไม่อยากได้สถานภาพหย่าร้างด้วย ที่แต่งก็เพราะรัก
ตอนนี้แน่ใจว่ายังมีความรักหลงเหลืออยู่บ้างแต่มันเจ็บปวดและเหนื่อยใจ

ฉันรู้ว่าตัวเองเลวเองเมื่อมีอุปสรรคก็หนีไปพึ่งแฟนเก่า และเขาก็ว่างอยู่พอดี
ฉันกลัวว่าตัวเองสารสามีหรือแม้แต่อายถ้าต้องเลิกรา หย่าร้างใจนึงจึงอยากจะอยู่ต่อไป
อีกใจก็อยากเลิกให้เด็ดขาด ทำไมฉันต้องมาทนหาเลี้ยงเขา ทนให้พ่อแม่ตัวเองเห็นว่าลูกต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว

ขอคำแนะนำด้วยเถอะค่ะ จะด่าก็ยอมรับฟังนะคะ ฉันควรจะเลือกไปทางใดดี

เพิ่มเติมว่า สามีไม่ใช่คนไทยค่ะ จึงไม่หางานในไทย หอบเงินก้อนมาพักที่นี่
สามีไม่เก่งภาษาไทย และภาษาบ้านเกิดก็ไม่ใช่ภาษาสากลที่จะมีงานสอนหรือรับจ็อบในไทย
ก่อนแต่งงานกันคบกันหนึ่งปีค่ะ รู้แก่ใจค่ะว่าสามีคงหางานทำที่ไทยไม่ได้ แต่เขามีกิจการของครอบครัวอยู่บ้านเกิด
เคยขอว่าแต่งงานแล้วจะไปช่วยกิจการบ้านเขา เขาพาไปแต่งที่บ้านเกิดด้วย แต่สุดท้ายเรื่องก็มาเป็นแบบนี้ไปก่อน
ตอนช็อตเงิน เคยให้เขารับผิดชอบที่ไม่ทำงานโดยการโทร.ขอเงินจากทางบ้านเขาค่ะ
ทะเลาะกันแต่เขาก็โทร. และได้รับมาตามที่ต้องการ แต่ฉันคิดว่ามันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เลยไม่เคยใช้วิธีนั้นอีก

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่