เช้าวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ฤกษ์งามยามดี เราเตรียมตัวออกเดินทางไปสนามบินก่อนเวลาสัก 3 ชั่วโมง เพื่อเวลาไว้ทำโน้นนี่นั้น ดีกว่าไม่ทัน ไปถึงสนามบินปุ๊บเห็นเขาต่อแถวโหลดกระเป๋า เราเลยโหลดมั้ง (เออ...ดีแหะมาก่อนเวลา) ต่อคิวรับตั๋ว ปรากฏว่าคุณแอร์ say " Hello. Good Morning" เราเลยยื่นใบจองที่ปริ้นมาจากเน็ตให้ดู บอกว่าไปเชียงใหม่ค่า คุณแอร์บอกว่า อ้าวไปเชียงใหม่เหรอค่ะ นึกว่าไป Jakarta (แป๋วๆๆๆ ผิดไฟลท์อะ เกือบได้บินไปจาร์กาต้าแล้วไหมละ) คุณแอร์บอก ไฟลท์เชียงใหม่เปิดเช็คอิน 9.20 น. ค่า ก้มดูเวลาเหลืออีกชั่วโมงครึ่งทำไรดีวะตรู หอบเป้แสนหนัก 2 ใบ กระเป๋าอีก 1 ใบ ใส่รถเข็นไปหาไรทานก่อนดีกว่า คุณแฟนเริ่มหน้าหงิก บ่นแล้วว่ามาก็ผิดเลย (เออ..คือว่าไม่ช่วยทำเชี่ยไร แล้วยังมาบ่นตรูอีก)
พาไปหาไรยัดปากก่อนดีกว่าจะได้เลิกบ่น 5555 Smiley ขี้เกียจไปไกลเคาเตอร์เช็คอิน มาลงตัวที่บูธ Black Canyon Coffee ละกัน เห็นมีซื้อกาแฟใช้สิทธิ์ส่วนลด AIS ได้ในราคาแก้วละ 69 บาท 555 (ยังจะเอา ขอให้ได้ลดก็เอา)
อากาศก็หนาว มีแต่คนสั่งกาแฟร้อน อีสองคนนี่มาแนวมาก สั่งเย็นมาเลย เราก็งัดขนมปังปอนด์ที่ซื้อตุนไว้ออกมากินคู่กับช็อคโกแลต แฟรปเป้เย็น คุณแฟนกินมาม่าคัพกับคาปูชิโนเย็น นั่งรอเวลาไปแบบชิวๆ พอได้เวลา 9.10 น. ก็รีบไปยืนรอหน้าเคาเตอร์ (กลัวคนแย่งที่นั่ง 5555)
ศึกษาข้อมูลแผนผังที่นั่งตามที่ "คุณยุ่งชะมัดสัตว์แพทย์" รีวิวไว้เป๊ะ
(ขอขอบคุณภาพประกอบจาก "คุณยุ่งชะมัดสัตว์แพทย์" )


สอบถามคุณแอร์ว่าเลือกที่นั่งได้ไหม พอบอกว่าได้ ก็เสร็จโจรสิงานนี่
เราเลือกหน้าสุดเลยค่ะ แถวที่ 2E กับ 2F
เสร็จเรื่องตั๋วกับที่นั่ง ก็รอเวลาเรียกเข้า Gate 31 ค่า หันหลังไปอีกทีคนต่อคิวเช็คอินเยอะมาก ดีนะมาก่อนเวลา เราจะบินด้วยลำนี่ละ Flight SL 8500 ลำใหญ่จุงเบยดูจากแผนผังคราวๆ น่าจะจุคนได้ประมาณ 240 กว่าคน (รวมพนักงาน) เริ่มออกเดินทางเวลา 11.20 น. ถึงเชียงใหม่เวลา 12.35 น. ตามใบที่จองไว้
พอได้เวลาขึ้นเครื่องพนักงานจะเรียกแถวที่ 1-10 ก่อนค่ะ ใครได้นั่งแถวหลังๆ
ก็รอก่อนเน้อ ขึ้นไปก็มองหาที่นั่งเราเลย (ตามรูป) 2F ติดหน้าต่างเห็นวิว เราให้คุณแฟนนั่ง เพราะเป็นการขึ้นเครื่องครั้งแรกในชีวิตของเขา
เรานั่ง 2E ตรงกลางแทน ส่วน 2D ที่นั่งริมทางเดินก็โอเคนะค่ะ ลุกหยิบของที่เก็บไว้เหนือหัวง่าย
ไปห้องน้ำก็ง่าย
นี่เลยภาพที่นั่งของเรา แถว 2DEF มีพื้นที่กว้าง ยืดขาได้สะดวก วางของก็ได้อีก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก "คุณยุ่งชะมัดสัตว์แพทย์" )


คนมาจอคิวขึ้นเครื่องเลยถ่ายรูปไม่ทัน
ระหว่างรอคนขึ้นเครื่อง หาที่นั่งก็หยิบเมนูมาดูดีกว่าว่าสายการบินนี่เขามีไรมานำเสนอบ้าง
มีอาหารขายด้วยค่า บอกทั้งราคาไทย และราคาอินโดนีเซีย
ขนม น้ำมีพร้อม
ของที่ระลึกก็มีนะจ๊ะ
มาดูคำแนะนำในกรณีฉุกเฉินมั้งดีกว่า
ทางออกฉุกเฉินทั้งทางบกและทางน้ำ (ของเก็บไว้เป็นข้อมูลหน่อย เพื่อจะช่วยไรได้บ้าง)
ซูมชัดๆ
ทางออกฉุกเฉินที่มีทั้งหมดบนเครื่อง
การใช้อุปกรณ์ต่างๆ บนเครื่องในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ถึงแม้ว่าจะมีพนักงานสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์และให้คำแนะนำต่างๆ
ทุกครั้งเวลาเราขึ้นเครื่อง แต่เราก้มักจะฟังกันแบบขอไปที (เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา) จำมั้ง ลืมมั้ง แต่เราเชื่อว่าในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ
พนักงานต้องสวมใส่อุปกรณ์ให้ตนเองก่อนเสมอ (และในเวลาอันรวดเร็วด้วย เพราะเขาทำทุกวัน ถูกฝึกมาจนชิน และผู้โดยสารทุกคนมักจะตื่นตระหนก จนทำอะไรไม่เป็น)

เครื่องออกตรงเวลา วิวกรุงเทพฯ มองแบบนี้ก็สวยไปอีกแบบนะ
แต่แบบนี่ไม่ไหว ตึกรามบ้านช่องเยอะมาก แออัดน่าเวียนหัว
นั่งมาถึงไหนแล้วไม่ทราบ แต่เห็นวิวแบบนี้แล้วชื่นใจจัง อากาศปลอดโปร่ง แจ่มใส
สวยที่สุด อิจฉาพวกนกจังที่ได้เห็นมุมมองแบบนี้ทุกวัน ทัศนวิสัยในการบินชัดเจนที่สุด ไม่มีตกหลุมอากาศเลย
นั่งมาประมาณ 55 นาที ก็ถึงจังหวัดเชียงใหม่แล้วค่า เร็วกว่าที่กำหนดไว้ 5-10 นาที
ติดตามต่อในตอนที่ 3. การเดินทางสู่ นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง นะจ๊ะ
[CR] Review : ตอนที่ 2 เตรียมตัวเดินทางกับสายการบินน้องใหม่ Thai Lion Air โปรแกรมทริปเชียงใหม่ (วันที่ 26 – 29 ธันวาคม 2556)
พาไปหาไรยัดปากก่อนดีกว่าจะได้เลิกบ่น 5555 Smiley ขี้เกียจไปไกลเคาเตอร์เช็คอิน มาลงตัวที่บูธ Black Canyon Coffee ละกัน เห็นมีซื้อกาแฟใช้สิทธิ์ส่วนลด AIS ได้ในราคาแก้วละ 69 บาท 555 (ยังจะเอา ขอให้ได้ลดก็เอา)
(ขอขอบคุณภาพประกอบจาก "คุณยุ่งชะมัดสัตว์แพทย์" )
เราเลือกหน้าสุดเลยค่ะ แถวที่ 2E กับ 2F
ก็รอก่อนเน้อ ขึ้นไปก็มองหาที่นั่งเราเลย (ตามรูป) 2F ติดหน้าต่างเห็นวิว เราให้คุณแฟนนั่ง เพราะเป็นการขึ้นเครื่องครั้งแรกในชีวิตของเขา
เรานั่ง 2E ตรงกลางแทน ส่วน 2D ที่นั่งริมทางเดินก็โอเคนะค่ะ ลุกหยิบของที่เก็บไว้เหนือหัวง่าย
ไปห้องน้ำก็ง่าย
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก "คุณยุ่งชะมัดสัตว์แพทย์" )
ทุกครั้งเวลาเราขึ้นเครื่อง แต่เราก้มักจะฟังกันแบบขอไปที (เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา) จำมั้ง ลืมมั้ง แต่เราเชื่อว่าในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ
พนักงานต้องสวมใส่อุปกรณ์ให้ตนเองก่อนเสมอ (และในเวลาอันรวดเร็วด้วย เพราะเขาทำทุกวัน ถูกฝึกมาจนชิน และผู้โดยสารทุกคนมักจะตื่นตระหนก จนทำอะไรไม่เป็น)