นิทานณัศญา กองทัพมดกับสัตว์ปริศนากับอีกกองทัพมด!?

นิทานณัศญา กองทัพมดกับสัตว์ปริศนากับอีกกองทัพมด!?
    
              กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... ขอเริ่มแบบนี้เหมือนทุกครั้งก็แล้วกัน แต่ก็นานแล้วจริงๆ นานจนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับอะไรหรือใครทั้งนั้น.. นะ.. เวลาฟังก็ห้ามคิดเอาไปเปรียบเทียบกับอะไรล่ะ เอาล่ะ ๆ เริ่มกันดีกว่า เรื่องก็มีอยู่ว่า...

              ในสถานที่แห่งหนึ่งที่เคยเป็นป่าที่เขียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์อยู่ใกล้ริมหน้าผาสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิ่งก็เปลี่ยนแปลง ไม่มีใครรู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ความอุดมสมบูรณ์ค่อยๆแอบหนีหายไปจากสถานที่แห่งนี้ หลังจากนั้นเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ต่างก็พากันหนีหายไปด้วย จนแทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆเหลืออยู่ ยกเว้นแต่มด... และไม่ใช่เพียงหนึ่งหรือสองตัว แต่เยอะขนาดเรียกได้ว่ากองทัพเชียวล่ะ กองทัพมดเหล่านี้อาศัยอยู่ที่นี่มาช้านาน นานจนไม่คิดจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น ถึงที่นี่ไม่ได้มีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์อะไร แต่ว่ามดน่ะนะ.. ต่อให้อยู่กันเป็นกองทัพจะกินอะไรกันสักเท่าไรเชียว แล้วนานๆครั้งก็ยังมีสัตว์บางตัวหลงมาหมดแรงขาดอาหารสิ้นลมเอาที่นี่ ก็ทำให้เหล่ามดๆทั้งหลายก็อิ่มท้องกันไปนาน

              แต่เมื่ออยู่กันเยอะ ปัญหาก็เลยแยะ ครั้งหนึ่งได้เกิดปัญหาใหญ่โตขึ้นในสังคมของมด... ที่จริงก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะว่าปัญหาที่ว่าใหญ่โตของพวกมดตัวเล็กๆเนี่ยมันใหญ่ได้สักแค่ไหน แต่มันก็เกิดขึ้นมานานจนมดรุ่นหลังๆไม่รู้สาเหตุอีกต่อไป รู้แต่เพียงว่าปัญหานั้นได้ทำให้เกิดความขัดแย้งจนเหล่ามดๆทั้งหลายแตกเป็นสองกลุ่มและสู้รบกันเองจนไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อีกต่อไปได้ เพราะถ้ายังอยู่ร่วมกันวันหนึ่งก็คงไม่เหลือมดสักตัวในดินแดนนี้เป็นแน่ ดังนั้นเพื่อความสงบสุข กองทัพมดที่เคยเป็นหนึ่งจึงต้องแยกออกเป็นสองคือมดฝั่งดินแดนตะวันตกและมดฝั่งดินแดนตะวันออก โดยได้ลากเส้นแบ่งเขตแดนเอาไว้ตรงกลางและทำข้อตกลงว่าจะไม่ไปล่วงล้ำเขตแดนของกันและกัน ความสงบสุขจึงกลับมาอีกครั้ง...

              อยู่มาวันหนึ่ง ก็มีสัตว์ตัวหนึ่งหลงเขามาในดินแดนแห่งนี้มันอาจจะบาดเจ็บ อาจจะหิวโซ หรืออาจจะแค่ง่วงเฉยๆก็ไม่มีใครรู้ได้ มันได้เดินโซซัดโซเซมามานอนแหมะอยู่บนเส้นแบ่งเขตแดนของมดทั้งสองฝ่ายอย่างพอดิบพอดี ด้วยท่านอนของสัตว์สี่เท้าส่วนใหญ่โดยหันท้องและเท้าเท้าทั้งสี่ไปทางทิศตะวันออกและด้านหลังหันไปทางทิศตะวันตก

              เมื่อมีผู้มาเยือนที่อาจเป็นได้ทั้งผู้รุกรานที่น่ากลัวหรือเหยื่อที่น่าอร่อยมาถึงยังเขตแดนของตน มดทั้งสองฝ่ายจึงส่งตัวแทนของฝ่ายตนไปดูว่าเจ้าตัวที่มาน่ะมันคือตัวอะไรกันแน่ ซึ่งมดของแต่ละฝ่ายที่มาดูก็จดจำลักษณะที่เห็นและกลับไปเล่าให้พวกของตนที่รังฟัง

              ฝ่ายตะวันออกที่ได้เห็นลักษณะของท้อง เท้าและปากของสัตว์ตัวนี้ ก็ได้นำข้อมูลมาปรึกษากันโดยบรรดามดอาวุโสต่างลงความเห็นว่าถึงไม่แน่ใจนักแต่เจ้าตัวนี้อาจจะเป็นตัวกินมดที่เคยได้ยินมดรุ่นเก่าๆเล่าต่อๆกันมาก็เป็นได้ ซึ่งนั่นจะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อกองทัพมดทั้งหมด กองทัพมดฝั่งตะวันออกจึงตัดสินใจที่จะกำจัดเจ้าตัวที่อาจจะเป็นตัวกินมดนี้โดยการระดมทั้งกองทัพไปช่วยผลักให้ตกหน้าผาใกล้ๆนั้น

              ฝ่ายตะวันตกที่ได้เห็นด้านหลังที่ดูไม่มีพิษไม่มีภัยของเจ้าสัตว์ตัวนี้ก็ลงความเห็นว่านี่ก็เป็นแค่เหยื่อตัวหนึ่งที่หลงมาเท่านั้นเอง รอเพียงให้เจ้าสัตว์ตัวนั้นหมดลมหายใจทั้งกองทัพก็จะได้มีเนื้อกินอิ่มท้องกันอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้เจ้าเหยื่อตัวนี้อยู่บนเส้นแบ่งเขตแดนพอดีคงจะต้องแบ่งกันทั้งสองฝ่าย แต่ด้วยความที่ไม่เคยไว้วางใจกันอยู่แล้วและเพื่อเป็นการไม่ประมาทมดฝั่งตะวันตกจึงต้องยกทัพไปทั้งหมดเพื่อรักษาสิทธิไม่ให้อีกฝ่ายเอาเหยื่อไปกินกันจนหมดเสียก่อน

              ต่อมาไม่นานเมื่อกองทัพมดฝ่ายตะวันตกเดินทางไปถึงยังที่ๆเจ้าสัตว์ปริศนาล้มตัวอยู่ก็ได้เห็นว่ากองทัพมดของฝ่ายตะวันออกกำลังทำอะไรบางอย่างกับเหยื่อที่ควรจะเป็นของทั้งสองฝ่ายอยู่ ที่จริงแล้วฝ่ายตะวันออกกำลังช่วยกันออกแรงผลัก... แต่ก็นะ... เจ้าสัตว์ปริศนาตัวนั้นไม่ได้เขยื้อนเลยสักนิด มองจากทางฝ่ายตะวันตกจึงดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะส่งผลดีต่อฝ่ายตนเพราะไม่เคยมองกันในแง่ดีอยู่แล้ว เข้าใจว่านี่อาจจะเป็นลูกเล่นอะไรสักอย่างที่จะเอาเหยื่อไปกินกันเฉพาะฝ่ายตัวเองก็เป็นได้ มดฝ่ายตะวันตกจึงโกรธมากและพากันวิ่งกรูตรงเข้าไปยังทัพฝ่ายตรงข้ามอย่างมุ่งร้าย

              กองทัพมดฝ่ายตะวันออกซึ่งกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วเพราะงานไม่คืบหน้าเลยแม้แต่น้อย ออกแรงดันกันเท่าไรเจ้าตัวที่นอนนิ่งนี่ก็ไม่ขยับเลยสักนิด เมื่อหันไปเห็นกองทัพฝ่ายตรงข้ามกำลังพุ่งตรงเข้ามาหาด้วยท่าทีหาเรื่องทั้งๆที่พวกตนยังไม่ได้ไปยุ่งอะไรด้วยก็พากันโมโห ทิ้งงานตรงหน้าหันมาตั้งทัพประจันหน้ากับมดฝ่ายตะวันออกในทันที

              ก็อย่างที่รู้ๆกันว่ามดก็คือมด ไม่สามารถที่จะพูดเขียนหนังสือหรือเจรจาท้าวความกันด้วยเสียงได้ การตะโกนบอกอะไรกันก่อนที่จะลุยกันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมด ถ้าจะคุยกันตัวหนึ่งจะต้องยื่นหนวดยาวๆสองข้างบนหัวไปให้อีกตัวหนึ่งก่อน แล้วอีกตัวก็ยื่นหนวดยาวๆสองข้างบนหัวของตัวเองไปหาด้วยเช่นกันการสื่อสารและการสนทนาจึงจะเกิดขึ้นได้ ทว่าเขี้ยวที่เป็นอาวุธของมดก็อยู่ใกล้ๆกันนั้นเช่นกันหากฝ่ายหนึ่งยื่นหนวดมาให้แล้วอีกฝ่ายเอาเขี้ยวไปงับก็ย่อมเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันขึ้น ดังนั้นการที่มดแต่ละตัวจะสื่อสารกันได้ก็ต้องเริ่มที่ความไว้วางใจกันก่อน ความไว้วางใจที่... เอ่อ... ดูเหมือนทั้งสองฝ่ายจะไม่รู้จักคำๆนี้กันมานานแล้ว ผลน่ะหรือ... ไม่ทันแล้วล่ะ ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าต่อสู้กันด้วยความเกลียดชังและมุ่งร้ายกันถึงชีวิต...

              ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าสัตว์ปริศนาตัวนั้นคืออะไร ฝ่ายตะวันออกอาจจะเป็นฝ่ายถูก เจ้าตั้วนี้อาจจะเป็นตัวกินมดที่แสนอันตรายที่มานอนพักเอาแรงรอเวลาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เช่นกันฝ่ายตะวันตกก็อาจจะเป็นฝ่ายถูก เจ้าตัวนี้อาจจะเป็นหมูป่า หมา หรือหมีที่หมดแรงหลงทางมานอนรอเวลาหมดลมหายใจและจะกลายเป็นเสบียงอาหารขนาดใหญ่ให้ทั้งสองฝ่ายกินกันจนพุงกางไปอีกนาน

              แต่สุดท้ายแล้ว ปริศนาก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป เพราะหลังจากการรบที่ต่างระเบิดอารมณ์ใส่กันครั้งนั้น ก็ไม่มีมดสักตัวที่เหลือรอดชีวิต ความเข้าใจถูกหรือผิดไม่ได้มีความสำคัญกับดินแดนนั้นอีกแล้ว ดินแดนนั้นไม่มีมดอีกแล้ว....

              นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า... นั่นสินะ.. จะสอนอะไรได้ล่ะ ก็นั่นมันมดนี่นา มันพูดกันด้วยเสียงไม่ได้ การยื่นหน้าเข้าไปหากันคือการยื่นทั้งอาวุธและเครื่องมือสื่อสารไปพร้อมๆกันอยู่ที่ว่าอีกฝ่ายจะตอบรับอย่างไร ยังดีที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆสามารถพูดคุยอธิบายเหตุและผลด้วยเสียงในระยะห่างได้ สิ่งมีชีวิตบางประเภทไม่ได้มีเขี้ยวเล็บหรืออาวุธตามธรรมชาติที่จะใช้ทำร้ายกันเลยด้วยซ้ำ จึงอาศัยแค่การพูดในเหตุผลของตนเองและฟังในเหตุผลของผู้อื่น
          งั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน งั้นนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การสื่อสารที่ดีจะต้องมีทั้งผู้รับและผู้ส่งแล้วยังต้องผลัดกันเป็นผู้รับและผู้ส่งกันอีกทีด้วย มันถึงจะเข้าใจกันและกัน ไม่งั้นเดี๋ยวจะเป็นเหมือนกองทัพมดนะเออ... ง่ายๆอย่างนี้ล่ะ...
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่