สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกท่าน!
วันนี้ผมมีเรื่องอยากจะมาเล่าให้ฟังครับ เรื่องที่บางคนอาจจะคิดว่า "ไอ้นี่มันเพี้ยนรึเปล่า?" แต่เชื่อเถอะว่ามันคือเรื่องจริงที่เปลี่ยนมุมมองการเลี้ยงสัตว์ของผมไปเลย นั่นก็คือ... การเลี้ยง "จิ้งจก" เป็นสัตว์เลี้ยงครับ!
ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิด! ไอ้เจ้าสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็กๆ ที่ชอบวิ่งปรู๊ดปร๊าดตามฝาผนัง แถมยังส่งเสียง "จิ๊กๆๆ" ยามค่ำคืนนั่นแหละครับ ตอนแรกผมก็เป็นเหมือนคุณแหละที่คิดว่า "บ้าแล้ว! ใครจะไปเลี้ยงจิ้งจก" แต่ชีวิตมันก็มีอะไรเซอร์ไพรส์เสมอแหละครับ
จุดเริ่มต้นมันมาจากความบังเอิญและ... ความขี้เกียจส่วนตัวนิดหน่อยครับ (ฮา) ผมเป็นคนรักสัตว์นะ แต่ไลฟ์สไตล์มันค่อนข้างยุ่ง การจะเลี้ยงหมาแมวที่ต้องพาไปเดินเล่น พาไปหาหมอ เล่นด้วยตลอดเวลา บางทีมันก็เกินกำลัง ผมอยากได้สัตว์เลี้ยงที่อยู่ด้วยกันได้ ไม่ต้องเรียกร้องความสนใจมาก แต่ก็ยังมีความผูกพันกันอยู่
แล้ววันหนึ่ง ผมบังเอิญไปเจอคลิปฝรั่งที่เขาเลี้ยงจิ้งจกสายพันธุ์แปลกๆ ในตู้สวยๆ ผมก็เลยคิดว่า "เอ๊ะ... แล้วจิ้งจกบ้านเราล่ะ?" จากวันนั้นแหละครับ ผมก็เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง จนได้มาเป็นคุณพ่อบุญธรรมของ "เจ้าเกะ" จิ้งจกน้อยประจำบ้านครับ
สิ่งแรกที่ผมอยากบอกคือ "จิ้งจก" ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่น่ารังเกียจอย่างที่คุณคิดเลยครับ พวกมันเป็นสัตว์ที่น่าทึ่งมากๆ มีความสงบ เคลื่อนไหวอย่างมีศิลปะ และที่สำคัญคือ "เงียบ" ครับ ไม่ร้อง ไม่เห่า ไม่ส่งเสียงรบกวน เหมาะมากสำหรับคนเมืองที่อยู่คอนโด หรือคนที่ต้องการความสงบในบ้าน
การเลี้ยงจิ้งจกก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอย่างที่คิดครับ สิ่งสำคัญคือ "บ้าน" ของมัน เราต้องจัดตู้ Terrarium ให้เหมือนกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติของมัน มีกิ่งไม้ให้ปีนป่าย มีมุมหลบซ่อน มีชามน้ำเล็กๆ วางไว้ ผมใช้ตู้ขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่เทอะทะ จัดให้สวยงามหน่อย ก็กลายเป็นของตกแต่งบ้านไปในตัวเลยครับ
ส่วนเรื่องอาหารก็ง่ายมากครับ จิ้งจกจะกินแมลงเล็กๆ เป็นหลัก เช่น จิ้งหรีดตัวเล็กๆ หรือหนอนนก ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสัตว์เลื้อยคลานทั่วไป ผมจะป้อนวันเว้นวัน หรือสองสามวันครั้ง แล้วแต่ขนาดและความหิวของเจ้าเกะ การได้เห็นมันพุ่งตัวจับเหยื่ออย่างว่องไว ก็เป็นความบันเทิงเล็กๆ ที่ทำให้ผมยิ้มได้เสมอครับ
ความรักที่มาพร้อมกับความนิ่งเฉยนี่แหละครับคือเสน่ห์ของมัน จิ้งจกจะไม่วิ่งมาคลอเคลีย ไม่กระโดดโลดเต้น แต่ความผูกพันมันเกิดขึ้นผ่าน "การสังเกต" ครับ ผมจะสังเกตพฤติกรรมของมันในแต่ละวัน สังเกตว่ามันชอบเกาะตรงไหน ชอบหลบอยู่มุมไหน ชอบกินอะไร การได้เห็นมันนอนหลับอย่างสงบ หรือกระพริบตาช้าๆ มองโลกภายนอกผ่านกระจก ก็ทำให้ผมรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาในอีกรูปแบบหนึ่งครับ มันเป็นความรักที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ และมั่นคง
ถามว่ามีข้อเสียไหม? อืม... ถ้าคุณคาดหวังสัตว์เลี้ยงที่ตอบสนองตลอดเวลา จิ้งจกอาจจะไม่ใช่คำตอบครับ เพราะพวกมันมีโลกส่วนตัวสูง แต่สำหรับคนที่ชอบความสงบ ชอบสังเกตธรรมชาติ และอยากมีเพื่อนร่วมชายคาที่ไม่ต้องดูแลเยอะแยะวุ่นวาย ผมบอกเลยว่า "จิ้งจก" คือคำตอบที่น่าสนใจมากๆ ครับ
สรุปแล้ว การเลี้ยงจิ้งจกเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้ผมได้เห็นว่า ความสุขและความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียวเสมอไปครับ บางครั้งความรักที่เงียบสงบ ไม่ต้องมีเสียงดัง ไม่ต้องมีท่าทีออดอ้อน ก็สามารถเติมเต็มหัวใจเราได้อย่างน่าประหลาดใจ ใครที่กำลังมองหาสัตว์เลี้ยงที่แตกต่าง ลองเปิดใจให้เจ้าจิ้งจกตัวน้อยๆ ดูสักครั้งนะครับ คุณอาจจะตกหลุมรักมันเหมือนผมก็ได้ครับ
แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้านะครับ!
รักนะทุกคน! (และรักเจ้าเกะด้วย!)
ครับ
ใครจะไปคิด? รีวิวเลี้ยงจิ้งจก: จากเพื่อนร่วมชายคา สู่ความรักเงียบๆ ที่เติมเต็มชีวิต
วันนี้ผมมีเรื่องอยากจะมาเล่าให้ฟังครับ เรื่องที่บางคนอาจจะคิดว่า "ไอ้นี่มันเพี้ยนรึเปล่า?" แต่เชื่อเถอะว่ามันคือเรื่องจริงที่เปลี่ยนมุมมองการเลี้ยงสัตว์ของผมไปเลย นั่นก็คือ... การเลี้ยง "จิ้งจก" เป็นสัตว์เลี้ยงครับ!
ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิด! ไอ้เจ้าสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็กๆ ที่ชอบวิ่งปรู๊ดปร๊าดตามฝาผนัง แถมยังส่งเสียง "จิ๊กๆๆ" ยามค่ำคืนนั่นแหละครับ ตอนแรกผมก็เป็นเหมือนคุณแหละที่คิดว่า "บ้าแล้ว! ใครจะไปเลี้ยงจิ้งจก" แต่ชีวิตมันก็มีอะไรเซอร์ไพรส์เสมอแหละครับ
จุดเริ่มต้นมันมาจากความบังเอิญและ... ความขี้เกียจส่วนตัวนิดหน่อยครับ (ฮา) ผมเป็นคนรักสัตว์นะ แต่ไลฟ์สไตล์มันค่อนข้างยุ่ง การจะเลี้ยงหมาแมวที่ต้องพาไปเดินเล่น พาไปหาหมอ เล่นด้วยตลอดเวลา บางทีมันก็เกินกำลัง ผมอยากได้สัตว์เลี้ยงที่อยู่ด้วยกันได้ ไม่ต้องเรียกร้องความสนใจมาก แต่ก็ยังมีความผูกพันกันอยู่
แล้ววันหนึ่ง ผมบังเอิญไปเจอคลิปฝรั่งที่เขาเลี้ยงจิ้งจกสายพันธุ์แปลกๆ ในตู้สวยๆ ผมก็เลยคิดว่า "เอ๊ะ... แล้วจิ้งจกบ้านเราล่ะ?" จากวันนั้นแหละครับ ผมก็เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง จนได้มาเป็นคุณพ่อบุญธรรมของ "เจ้าเกะ" จิ้งจกน้อยประจำบ้านครับ
สิ่งแรกที่ผมอยากบอกคือ "จิ้งจก" ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่น่ารังเกียจอย่างที่คุณคิดเลยครับ พวกมันเป็นสัตว์ที่น่าทึ่งมากๆ มีความสงบ เคลื่อนไหวอย่างมีศิลปะ และที่สำคัญคือ "เงียบ" ครับ ไม่ร้อง ไม่เห่า ไม่ส่งเสียงรบกวน เหมาะมากสำหรับคนเมืองที่อยู่คอนโด หรือคนที่ต้องการความสงบในบ้าน
การเลี้ยงจิ้งจกก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอย่างที่คิดครับ สิ่งสำคัญคือ "บ้าน" ของมัน เราต้องจัดตู้ Terrarium ให้เหมือนกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติของมัน มีกิ่งไม้ให้ปีนป่าย มีมุมหลบซ่อน มีชามน้ำเล็กๆ วางไว้ ผมใช้ตู้ขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่เทอะทะ จัดให้สวยงามหน่อย ก็กลายเป็นของตกแต่งบ้านไปในตัวเลยครับ
ส่วนเรื่องอาหารก็ง่ายมากครับ จิ้งจกจะกินแมลงเล็กๆ เป็นหลัก เช่น จิ้งหรีดตัวเล็กๆ หรือหนอนนก ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสัตว์เลื้อยคลานทั่วไป ผมจะป้อนวันเว้นวัน หรือสองสามวันครั้ง แล้วแต่ขนาดและความหิวของเจ้าเกะ การได้เห็นมันพุ่งตัวจับเหยื่ออย่างว่องไว ก็เป็นความบันเทิงเล็กๆ ที่ทำให้ผมยิ้มได้เสมอครับ
ความรักที่มาพร้อมกับความนิ่งเฉยนี่แหละครับคือเสน่ห์ของมัน จิ้งจกจะไม่วิ่งมาคลอเคลีย ไม่กระโดดโลดเต้น แต่ความผูกพันมันเกิดขึ้นผ่าน "การสังเกต" ครับ ผมจะสังเกตพฤติกรรมของมันในแต่ละวัน สังเกตว่ามันชอบเกาะตรงไหน ชอบหลบอยู่มุมไหน ชอบกินอะไร การได้เห็นมันนอนหลับอย่างสงบ หรือกระพริบตาช้าๆ มองโลกภายนอกผ่านกระจก ก็ทำให้ผมรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาในอีกรูปแบบหนึ่งครับ มันเป็นความรักที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ และมั่นคง
ถามว่ามีข้อเสียไหม? อืม... ถ้าคุณคาดหวังสัตว์เลี้ยงที่ตอบสนองตลอดเวลา จิ้งจกอาจจะไม่ใช่คำตอบครับ เพราะพวกมันมีโลกส่วนตัวสูง แต่สำหรับคนที่ชอบความสงบ ชอบสังเกตธรรมชาติ และอยากมีเพื่อนร่วมชายคาที่ไม่ต้องดูแลเยอะแยะวุ่นวาย ผมบอกเลยว่า "จิ้งจก" คือคำตอบที่น่าสนใจมากๆ ครับ
สรุปแล้ว การเลี้ยงจิ้งจกเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้ผมได้เห็นว่า ความสุขและความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียวเสมอไปครับ บางครั้งความรักที่เงียบสงบ ไม่ต้องมีเสียงดัง ไม่ต้องมีท่าทีออดอ้อน ก็สามารถเติมเต็มหัวใจเราได้อย่างน่าประหลาดใจ ใครที่กำลังมองหาสัตว์เลี้ยงที่แตกต่าง ลองเปิดใจให้เจ้าจิ้งจกตัวน้อยๆ ดูสักครั้งนะครับ คุณอาจจะตกหลุมรักมันเหมือนผมก็ได้ครับ
แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้านะครับ!
รักนะทุกคน! (และรักเจ้าเกะด้วย!)
ครับ