การซื้อเสียงไม่ได้เป็นตัวกำหนดผลการเลือกตั้ง

ก่อนจะตั้งคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อเสนอและหลักฐาน กรุณา อ่านข้อความทั้งหมดด้านล่างก่อนครับ

"...ข้อเสนอหลักของดิฉัน ... คือ การซื้อเสียงไม่ได้เป็นตัวกำหนดผลการเลือกตั้ง ดิฉันไม่ได้ปฏิเสธว่านักการเมืองยื่นเงินให้ชาวบ้าน ดิฉันไม่ได้ยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ถูก ดิฉันกำลังบอกว่าการซื้อเสียงไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง..."

ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร (แปลเป็นภาษาไทยโดย ชล บุนนาค)


***************************************

ขออนุญาตแปลข้อความที่อ.ผาสุกตอบโต้กับภาพตัดต่อแปะ quote ข้างล่าง เป็นภาษาไทยครับ ผมว่ามันจะทำให้เราเข้าใจอย่างเป็นวิชาการมากขึ้นแยะ เกี่ยวกับการซื้อเสียงจากมุมมองของนักวิชาการที่ศึกษาชนบทไทยมานาน โดยไม่เกี่ยวกับการสำรวจอะไรของอ.ปริญญา หรืองานอื่นๆที่เพิ่งทำเมื่อเร็วๆนี้เลยครับ

ความผิดพลาดทั้งปวงในการแปลผมขอรับไว้เองครับ อ่าน post ภาษาอังกฤษได้ที่ post ก่อนหน้านี้ครับ

"จากรูปที่ได้มาจาก social media สิ่งที่ดิฉันพูดถูกเสริมแต่งไปสักหน่อย (ดิฉันจำไม่ได้ว่าได้พูดอะไรเกี่ยวกับประตูเงินประตูทอง) และนำออกมาจากบริบทแวดล้อม แต่ใช่ ดิฉันพูดในส่วนต้นและส่วนท้ายจริง และไม่เห็นว่าจะมีอะไรผิดเพี้ยนไป ข้อเสนอหลักของดิฉัน ซึ่งหายไปจากข้อความ คือ การซื้อเสียงไม่ได้เป็นตัวกำหนดผลการเลือกตั้ง ดิฉันไม่ได้ปฏิเสธว่านักการเมืองยื่นเงินให้ชาวบ้าน ดิฉันไม่ได้ยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ถูก ดิฉันกำลังบอกว่าการซื้อเสียงไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง

ทำไมดิฉันถึงนำพูดเรื่องนี้ต่อสาธารณะ? เพราะว่าประเด็นต่างๆที่พูดกันอยู่เกี่ยวกับการซื้อเสียงเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาด บางคนดูเหมือนจะคิดว่าถ้าเรามีกติกาที่ดีขึ้นเพื่อหยุดการซื้อเสียง ผลการเลือกตั้งจะเปลี่ยนแปลงไป ดิฉันไม่คิดว่านั่นจะเป็นจริง มันเป็นความหวังที่ผิดพลาด ยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาด และจะจบลงด้วยความผิดหวัง

ดิฉันพูดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว บทความแรกที่แนบมาด้วยถูกตีพิมพ์ใน The Nation ในปี 2008 บทความที่สองตีพิมพ์ใน the Post เมื่อธันวาคมที่แล้ว บทความใน The Asian Survey ออกมาเมื่อปีที่แล้ว (บทความทั้งหมดที่กล่าวถึงไม่ได้อยู่ในเนื้อความนี้-ผู้แปล) และดิฉันก็พูดเรื่องนี้เป็นภาษาไทยต่อสาธารณะในหลายโอกาส

ตอนที่การซื้อเสียงมีความสำคัญในอดีต ผลการเลือกตั้งจะมี pattern ในเขตเลือกตั้งที่ติดกัน พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งจะแตกต่างกัน คะแนนเสียงที่เป็นสว่นต่างก็มากน้อยหลากหลายมาก แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา pattern นี้หายไป ตอนนี้ตลอดทั่วทั้งภูมิภาค เขตเลือกตั้งแล้วเขตเลือกตั้งเล่าเลือกพรรคเดียว และส่วนต่างของคะแนนเสียงก็ห่างกันอย่างมาก สิ่งนี้เป็นเพราะความรู้สึกของมวลชน (mass sentiment) เป็นตัวขับเคลื่อนผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่การซื้อเสียง ไม่ใช่แม้แต่คุณภาพของผู้สมัคร

Pattern ลักษณะนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในภาคใต้ในช่วงปี 1980s โดยเฉพาะหลังจากที่นายชวน (หลีกภัย) ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ชาวใต้ตัดสินใจว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรค "ของพวกเขา" การเลือกพรรคประชาธิปัตย์กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของภาค Marc Askew วิเคราะห์เรื่องนี้ไว้ได้ดี ตั้งแต่นั้น Pattern ลักษณะเดียวกันก็ผุดขึ้นในภาคอีสานและภาคเหนือตอนบน

ในการเลือกตั้งปี 2011 เพื่อไทยชนะการเลือกตั้งโดยได้เสียง 50-80% จากคะแนนเสียงทั้งหมดเขตเลือกตั้งต่างๆในภาคอีสานและภาคเหนือตอนบน พรรคที่ได้ตำแหน่งที่สองได้คะแนนเสียงเพียง 10-20% เท่านั้น เป็นส่วนต่างที่ใหญ่มาก ถ้าเพื่อไทยซื้อเสียงทั้งหมดนี้ ทำไมเขาต้องซื้อเสียงมากกว่าที่จำเป็นด้วย? ทำไมเขาถึงทำพลาดเช่นนี้ในเขตแล้วเขตเล่า? ทำไมเขาถึงทำพลาดเช่นนี้ในการเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา?

บางคนอาจตอบว่า ก็ทักษิณมีเงินมหาศาล แต่ดิฉันพบว่าคนอย่างทักษิณเป็นคนที่รวยมหาศาลก็เพราะว่าเขา "รัก" เงินจริงๆ พวกเขาไม่จ่ายเงินโดยไม่จำเป็น บ่อยครั้งที่พวกเขาเป็นคนใจแคบมากกว่า พวกเขาต้องการมูลค่าจากเงินที่เขาใช้จ่าย ฉะนั้นทำไมเขาถึงยอมเสียเงินเป็นพันล้านไปโดยเปล่าประโยชน์ครั้งแล้วครั้งเล่า?

เรามีการเลือกตั้งอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอตั้งแต่ทศวรรษ 1970s ตอนนี้เราไม่ได้เลือกเฉพาะ ส.ส. เท่านั้นแต่รวมถึงสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายๆองค์กร ด้วยประสบการณ์เหล่านี้ ผู้เลือกตั้งได้เรียนรู้มานานแล้วว่าเขาสามารถรับเงินจากผู้สมัคร หนึ่ง สอง หรือหลายๆคนได้ แล้วเขาก็เลือกคนที่เขาชอบ

พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ดิฉันยังคงประหลาดใจมากที่บางคนยังคิดว่าการซื้อเสียงนั้นมีความสำคัญ (คือกำหนดผลการเลือกตั้ง) ดิฉันสงสัยจริงๆว่าเขามีหลักฐานอะไร

หากใครสามารถพิสูจน์ให้ดิฉันเห็นได้ว่า การซื้อเสียงเป็นตัวกำหนดผลการเลือกตั้ง ดิฉันจะยินดีมากที่จะแถลงต่อสาธารณะเพื่อถอนข้อเสนอนี้ของดิฉัน"

ที่มา : https://www.facebook.com/chol.bunnag/posts/10153772837940512

อย่าไปคิดว่าบ้านนอกคิดเองไม่เป็นนะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่