ล่อกันเละเลย ใน Office ผม

เข้าสัปดาห์ที่สองแล้วนะครับ

สำหรับการ shut down กรุงเทพ หรือยุทธการเอามีดจี้คอ คนกรุงเทพ เป็นตัวประกัน...เรียกร้องให้ ส่งอำนาจรัฐ มาให้ กำนัน เสียดี ๆ

ยอมรับว่า เครียด ว่าจะเอายังงัยกับชีวิต มองมาทีตัวเองและครอบครัว ไม่เดือดร้อนอะไร เท่าไหร่นัก เพราะ มีบ้านอยู่ชานเมือง โรงเรียนของลูก ของหลาน ก็อยู่ใกล้บ้าน เด็ก ๆ ยังใช้วิถีชีวิตได้ตามปกติ แม่ ก็ ไปหาหมอได้สะดวก เพราะโรงพยาบาล ก็ใกล้บ้านอีก และไม่ต้องฝ่า การจราจรใด ๆ เข้ากรุง

แต่ สำนักงานผมหนะ มันอยู่กลางเมือง ผู้บังคับบัญชา ก็บอกให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฏหมาย ในเมื่อมีหน้าที่ รับใช้ประชาชน ก็ต้องทำหน้าที่ตามที่เราสมัครใจเข้ามาทำงาน หากจะไปร่วม ก็ให้ทำเป็นกิจลักษณะ คือ ไปหลังเลิกงาน หรือ ลาไปตามระเบียบให้มันเป็นกิจลักษณะ

ผมขอสรุป ผลกระทบให้ฟังคร่าว ๆ ดังนี้นะครับ

๑. ช่วยเศรษฐกิจ เพราะลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ ในระดับกระเป๋าแบน จะมีนกหวีด เป็นสัญลักษณ์ ค่อนข้างพอควร จาก ๑ ตอนนี้ทราบว่า เป็น ๓ หรือ ๔ คนแล้ว พวกเขาประหยัดขึ้นครับ ตกเย็นก็สวมนกหวีด เดินทางไปร่วมรับประทานอาหาร ทีแรกก็ไปเดี่ยว ตอนหลังพาลูกเมียไปด้วย มีนกหวีดติดตัวไป ทานเสร็จก็กลับบ้าน เพราะอิ่มแล้ว ไม่รู้จะอยู่ทำไม ที่สำคัญเขายืนยันว่า อาหารอร่อย แต่ไม่รู้ว่าจะมาสารภาพกับผมทำไม ว่าเขาไม่ได้นิยม หนักไปทาง ผมจะ(หลอก)กินยิ้มให้เข็ดเสียด้วย....

๒. ทำลายเศรษฐกิจ อันนี้ขัดกับข้อ ๑ เพราะ ไอ้นักติดต่อ ผู้ติดต่อ ผู้ประสานงาน หรืออะไรก็แล้วแต่ ทั้งชายและหญิง เริ่มออกอาการ กลัวตกงาน โทรมาขอเลื่อน โทรมาตามเรื่อง โทรมา ถามว่า พี่ยังทำงานกันอยู่ไหม อันนี้บ่อยมาก บางทีผมก็สงสารเด็กเหล่านี้นะ บางคนเพื่งทำงาน ก็โทรมาบ่นว่า หนูไปไหนมาไหนลำบาก ค่ารถก็เพิ่ม บริษัทก็แย่ หนูกลัวเขาจะเอาออก     .....

๓.  ผมชอบบางเรื่อง (ส่วนตัว ห้ามด่า)  อันนี้อย่าด่าผมนะ ผมรู้สึกว่า ผมใช้ความเร็วรถได้ในระดับ 100 บวก/ลบ ตลอด ในตอนเช้ามาทำงาน ตอนเย็น(กลับ) ปล่อยได้ยาว ๆ ตลอด เพราะรถจากสาธร ไม่มาจอยกันตรงตัววาย ของ สถานีรถไฟฟ้า ตลาดพลู หากเป็นตอนปกติ มันติดมาก ถ้าเป็นอย่างนี้ตลอดก็ดี และอาจทำให้ประชาชน ......เปลี่ยนพฤติกรรม ถาวร ก็ได้

๔. ตีกันเละ ..ช่วงหลัง ๆ เจ้าหน้าที่ จะแบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน ไอ้ที่เลือกข้าง ก็ด่ากันทาง FB ไอ้ที่ จะประท้วง ก็ปั่นหัวเพื่อนให้ไปร่วมกู้ชาติ ไอ้ที่ ..อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ รณรงค์ respect my vote ไอ้ที่กลาง ๆ บอกกูเบื่อ แต่ผมขำ มาก ๆ เมื่อวันศุกร์ สลิ่มศรีระดับตัวแม่ คงลืม มาถามน้อง ธุรการว่า เดี๋ยวเราเอาน้ำ ขวด ไปต้อนรับ คปท. กันดีกว่า เขาว่าจะมาหน่วยเราวันนี้ หน้าบานเชียวตอนนั้น ไอ้ธุรการก็พาซื่อ บอกได้คร่า ๆ ๆ เดี๋ยว จะขนไปให้หมด หนูจะไปร้อง กรี๊ดดดดดดดดด   ๆ  ๆ พอมันเผลอ พวกหนูจะตระโกนว่า ไอ้เฮี่ยยยยยยยยยยยย  ๆ ๆ ๆ ๆ (ด่ามัน)

สลิ่มศรี หุบยิ้ม (แทบไม่ทัน) หน้าเจื่อน จ๋อย ชนิด เปลี่ยน ฟิวส์แทบไม่ทัน ผมเหลือบไปมองแวบนึง ได้แต่ขำในใจ ....

ยิ่งเมื่อเช้านี้ หนักหน่อย เถียงกันที่ สโมสรเลย ผมเดินไปสั่งข้าว  น้อง ต. แต่งเครื่องแบบมา กำลังเถียงกับน้อง อ. กปปส. จับใจความได้ว่า "ทำไมครับพี่ ผมแต่งมาทำงาน แล้วจะทำไม ขรก. ต้องมีศักดิ์ศรี ต้องเคารพตัวเอง ผมไม่กลัว ใครจะมาเป่านกหวีดใส่ผม" ฝั่งนั้นเงียบ เมื่อเห็นผมเดินเข้าไป เพราะผมก็ดันแต่งเครื่องแบบมาทำงานเหมือนกัน ไอ้ ต.ล่อมาอีกชุดสุดท้าย รับใช้ระบบทักษิณอะไรครับ ผมทำงานมาตั้งหลายปี ผมรับใช้ประชาชน ผมไม่เห็นทักษิณยิ้มมาติดต่อขอใบอนุญาตXXXXXXX ห่าอะไรเลย มีแต่ประชาชน เจ้าของประเทศ ที่เขามาขอ ถ้าพี่ไม่อยากรับใช้ระบอบทักษิณ พี่ก็ลาออกไปเลยดีกว่าครับ

ผมฟังแล้วก็เฮ้อ......นัง อ. โดนน้อง ต. มันถอนหงอกซะแล้ว...ความจริงมันก็ใช่นะ ถ้ามันขมขื่นนัก ลาออกไปเหอะ อย่ามานั่ง มโนปริวิต อยู่ สามเวลาหลังอาหาร แต่ตัวเองก็ดันมาทำงาน...(ฮา) อาจเป็นเพราะ จะโดนล่อวินัย เรื่องทิ้งงาน ขาดงาน (ได้ข่าวว่า ผอ.เขา ซึ่งเป็นเพื่อนกับผม บ่นว่า หายไปเฉย ๆ ติดต่อไม่ได้ ตอนกำนันเขานัด) ....

ที่ทำงานท่านเป็นอย่างไรกันบ้าง ช่วยเล่าให้ฟังกันหน่อยครับ

ปล. จะไปทำงานต่างประเทศซัก 4-5 วัน  (ช่วงใกล้วันที่ 2 กพ.พอดี) ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะสร้างความวุ่นวายปิดสนามบินกันหรือเปล่า ได้แต่หวังว่า คนไทยน่าจะมีสติกันมากกว่านี้ ไม่งั้นผมคงต้องบินไปลง อู่ตะเภา แหง ๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่