วันนี้ได้มีโอกาสรับชมเทปรายการเจาะข่าวเด่นทางช่อง 3 ที่เชิญ อ.เอกชัย ไชยนุวัติ Ekachai chainuvati และ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ปณิธาน วัฒนายากร ที่มาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย และการเลือกตั้ง
ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่าผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการดำเนินการของกลุ่ม กปปส. Suthep Thaugsuban อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู แต่เมื่อรับชมรายการรวมทั้งแนวคิดต่างๆแล้ว ทำให้มองเห็นแนวคิดของ กปปส. เพิ่มมากขึ้นในทางที่เป็นประโยชน์ เช่น
1. การเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชีพต่างๆที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากการบริหารได้เข้ามามีส่วนร่วม เพราะผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจะเข้าใจระบบในแต่ละสาขามากกว่าผู้อื่น
2. การพัฒนาการเมืองให้เข้าถึงประชาชนในกลุ่มต่างๆมากขี้น
และยังมีอีกหลายๆประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็เห็นด้วยกับการปฏิรูป แต่ก็ยังมีประเด็นขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิรูปก่อนหรือหลังเลือกตั้ง
ฝ่ายหนึ่ง มองว่าการเลือกตั้งจะไม่ต่างไปจากระบบการเมืองเดิมที่เคยเป็นมา จึงต้องการให้เกิดการปฎิรูปก่อนที่จะให้มีการเลือกตั้ง
อีกฝ่ายหนึ่ง มองว่าการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เป็นเรื่องของนามธรรม ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน จึงไม่ควรเลื่อนการเลือกตั้ง
จะเห็นได้ว่าประเด็นขัดแย้งที่ทั้งสองฝ่ายมีนั้น ต่างมีมุมมองในทางของตนเอง แน่นอนว่าการที่จะนำมารวมกันนั้นทำได้ยาก
เพราะต่างก็มองที่การปรับระบบโดยรวม ซึ่งเป็นระบบใหญ่ ทำให้โอกาสที่จะทำให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างนั้นทำได้ยาก แล้วยิ่งมีเงื่อนไขของระยะเวลาเลือกตั้ง ก็ยิ่งทำให้เข้าไปสู่จุดอับมากเข้าไปทุกที
แต่ถ้าเราลองมองย้อนดูให้ดี ให้ชัดเจนมากขึ้น ระบบ ระเบียบ และกติกาที่เป็นหลักสำคัญแม้ว่าจะแก้ไขยาก แต่เราสามารถจะที่ปรับปรุงตัวเองใหม่ได้โดยที่เรายังคงใช้กติกาหลักแบบเดิมได้
ทำไมถึงไม่ลองปฏิรูปพรรคการเมืองเพื่อให้เกิดระบบใหม่ภายใต้กติกาเดิม !!!
พรรคการเมืองสามารถกำหนดตัวเองได้มากกว่าระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น ถ้าเราต้องการให้แต่ละสาขาอาชีพมีส่วนร่วม พรรคการเมืองแต่ละพรรคควรจะดึงเอาแต่ละสาขาอาชีพนั้นเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค หรือแม้แต่การกำหนดผู้ที่จะได้เป็นรัฐมนตรีเพื่อใช้ในการหาเสียง เพื่อให้ประชาชนในสาขาอาชีพต่างๆได้เป็นผู้ตัดสินใจเลือก
เมื่อแต่ละพรรคปฏิรูปโครงสร้างพรรคของตัวเอง การแข่งขันก็จะกระจายไปตามนโยบายที่รัฐมนตรีที่ถูกวางตัวเอาไว้ ถ้าประชาชนหรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆเห็นด้วยกับนโยบายนั้น ก็จะมอบคะแนนเสียงให้
ซึ่งการปฏิรูปตัวพรรคการเมืองเองสามารถกระทำได้ในระยะเวลาที่สั้นมากกว่าการมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขระบบทั้งระบบ
ทั้งนี้ การดำเนินการจะได้ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกติกาที่ใช้กับประชาชนทั้งประเทศ การเลือกตั้งจะต้องมีอยู่ พรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งต้องลงสัตยาบรรณถึงระยะเวลาในการบริหารประเทศชั่วคราวในระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆได้มีเวลาในการปฏิรูปตนเอง และมีเวลาพอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและรัฐมนตรี เช่น การกำหนดคุณบัติผู้บริหารพรรคการเมือง และคุณบัติของรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ
เพราะถ้าหากไม่เลือกตั้งตามกติกา จะทำให้การละเมิดกติกาเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้โดยเป็นเรื่องปกติ
อยู่ที่ว่า แต่ละฝ่ายจะยินยอมหรือไม่
รัฐบาลจะจริงใจในการปฎิรูปหรือไม่ในการลงสัตยาบรรณ Yingluck Shinawatra
กปปส. จะจริงใจในการปฏิรูปหรือไม่ในการยอมรับกติกาของส่วนรวม
เพราะถ้าเรามัวแต่มองรูปแบบใหญ่ๆ ปัญหาก็จะไม่สามารถแก้ได้ แต่ถ้าเรามองจุดเริ่มตันที่ตัวเอาเองปัญหาก็จะคลี่คลาย
เลือกตั้งโดยมีข้อกำหนด แม้ว่าจะเสียเงินในการเลือกตั้งก็ต้องยอม ดีกว่าให้ประเทศเสียกติกา
ขอบคุณ
คุณเห็นทางออกจากรายการเจาะข่าวเด่นหรือไม่
ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่าผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการดำเนินการของกลุ่ม กปปส. Suthep Thaugsuban อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู แต่เมื่อรับชมรายการรวมทั้งแนวคิดต่างๆแล้ว ทำให้มองเห็นแนวคิดของ กปปส. เพิ่มมากขึ้นในทางที่เป็นประโยชน์ เช่น
1. การเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชีพต่างๆที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากการบริหารได้เข้ามามีส่วนร่วม เพราะผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจะเข้าใจระบบในแต่ละสาขามากกว่าผู้อื่น
2. การพัฒนาการเมืองให้เข้าถึงประชาชนในกลุ่มต่างๆมากขี้น
และยังมีอีกหลายๆประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็เห็นด้วยกับการปฏิรูป แต่ก็ยังมีประเด็นขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิรูปก่อนหรือหลังเลือกตั้ง
ฝ่ายหนึ่ง มองว่าการเลือกตั้งจะไม่ต่างไปจากระบบการเมืองเดิมที่เคยเป็นมา จึงต้องการให้เกิดการปฎิรูปก่อนที่จะให้มีการเลือกตั้ง
อีกฝ่ายหนึ่ง มองว่าการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เป็นเรื่องของนามธรรม ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน จึงไม่ควรเลื่อนการเลือกตั้ง
จะเห็นได้ว่าประเด็นขัดแย้งที่ทั้งสองฝ่ายมีนั้น ต่างมีมุมมองในทางของตนเอง แน่นอนว่าการที่จะนำมารวมกันนั้นทำได้ยาก
เพราะต่างก็มองที่การปรับระบบโดยรวม ซึ่งเป็นระบบใหญ่ ทำให้โอกาสที่จะทำให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างนั้นทำได้ยาก แล้วยิ่งมีเงื่อนไขของระยะเวลาเลือกตั้ง ก็ยิ่งทำให้เข้าไปสู่จุดอับมากเข้าไปทุกที
แต่ถ้าเราลองมองย้อนดูให้ดี ให้ชัดเจนมากขึ้น ระบบ ระเบียบ และกติกาที่เป็นหลักสำคัญแม้ว่าจะแก้ไขยาก แต่เราสามารถจะที่ปรับปรุงตัวเองใหม่ได้โดยที่เรายังคงใช้กติกาหลักแบบเดิมได้
ทำไมถึงไม่ลองปฏิรูปพรรคการเมืองเพื่อให้เกิดระบบใหม่ภายใต้กติกาเดิม !!!
พรรคการเมืองสามารถกำหนดตัวเองได้มากกว่าระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น ถ้าเราต้องการให้แต่ละสาขาอาชีพมีส่วนร่วม พรรคการเมืองแต่ละพรรคควรจะดึงเอาแต่ละสาขาอาชีพนั้นเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค หรือแม้แต่การกำหนดผู้ที่จะได้เป็นรัฐมนตรีเพื่อใช้ในการหาเสียง เพื่อให้ประชาชนในสาขาอาชีพต่างๆได้เป็นผู้ตัดสินใจเลือก
เมื่อแต่ละพรรคปฏิรูปโครงสร้างพรรคของตัวเอง การแข่งขันก็จะกระจายไปตามนโยบายที่รัฐมนตรีที่ถูกวางตัวเอาไว้ ถ้าประชาชนหรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆเห็นด้วยกับนโยบายนั้น ก็จะมอบคะแนนเสียงให้
ซึ่งการปฏิรูปตัวพรรคการเมืองเองสามารถกระทำได้ในระยะเวลาที่สั้นมากกว่าการมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขระบบทั้งระบบ
ทั้งนี้ การดำเนินการจะได้ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกติกาที่ใช้กับประชาชนทั้งประเทศ การเลือกตั้งจะต้องมีอยู่ พรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งต้องลงสัตยาบรรณถึงระยะเวลาในการบริหารประเทศชั่วคราวในระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆได้มีเวลาในการปฏิรูปตนเอง และมีเวลาพอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและรัฐมนตรี เช่น การกำหนดคุณบัติผู้บริหารพรรคการเมือง และคุณบัติของรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ
เพราะถ้าหากไม่เลือกตั้งตามกติกา จะทำให้การละเมิดกติกาเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้โดยเป็นเรื่องปกติ
อยู่ที่ว่า แต่ละฝ่ายจะยินยอมหรือไม่
รัฐบาลจะจริงใจในการปฎิรูปหรือไม่ในการลงสัตยาบรรณ Yingluck Shinawatra
กปปส. จะจริงใจในการปฏิรูปหรือไม่ในการยอมรับกติกาของส่วนรวม
เพราะถ้าเรามัวแต่มองรูปแบบใหญ่ๆ ปัญหาก็จะไม่สามารถแก้ได้ แต่ถ้าเรามองจุดเริ่มตันที่ตัวเอาเองปัญหาก็จะคลี่คลาย
เลือกตั้งโดยมีข้อกำหนด แม้ว่าจะเสียเงินในการเลือกตั้งก็ต้องยอม ดีกว่าให้ประเทศเสียกติกา
ขอบคุณ