บทที่ 14 สู่...ชีวิตใหม่
นายแพทย์พัชร เก็บอุปกรณ์ในการรักษา ลงในกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ อย่างเป็นแบบแผน
โดยวิทยายืนอยู่ด้านหลัง ความยินดีที่วิทยาได้ลูกสาวคืนกลับ เขาไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้
นายแพทย์ถึงหันหลังแต่ก็รู้ว่ามีคนยืนอยู่ด้านหลังคือใคร พัชรยิ้มก่อนจะกล่าวออกมา
"พี่วิทย์...มีอะไรหรือเปล่า ลมหายใจของพี่ เหมือนจะบอกว่า
พี่ยังมีอะไรให้ผมช่วย...ใช่ไหมครับ"
"แกนี่!..สมเป็นจิตแพทย์ที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกจริงๆ
ใช่!..พี่อยากให้แก อยู่รักษายัยวรรณ จนหายจริงๆ แกพอจะช่วยพี่อีกสักครั้ง พี่ขอร้อง"
พัชรถอนลมหายใจ ก่อนหันมายิ้มอย่างจริงใจ ก่อนจะเอ่ยออกมา
"ได้สิครับ...ผมกลับมาที่นี่ ก็ตั้งใจจะมาอยู่ถาวร ความจริงผมกำลังจะกลับมาที่ประเทศไทย
พอพี่โทรมาหาผม ผมก็ทำเรื่องลาออกจากโรงพยาบาลที่นั่น เพียงแต่ผมต้อง
ไปเคลียร์งานที่ยังค้างให้เรียบร้อยก่อน น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน ตอนนี้ผมยังเหลือเวลาพักอีก
5 วัน ผมจะใช้วันที่เหลือ ช่วยฟื้นฟูจิตใจให้น้องเข้มแข็งขึ้น แต่พี่วิทย์
ต้องให้เข้าคอร์สตามที่ผมระบุ หลังจากที่ผมกลับไป..."
"แน่นอน!!...พี่จะทำตามขั้นตอนการบำบัด ที่แกเขียนไว้อย่างเคร่งครัด...ขอบใจแกมาก
ขอบใจแกจริงๆ..."
วิทยาอดหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้ มันเป็นน้ำตาจากความปลื้มปิติ ที่เขากำลังจะได้ลูกสาวคืนกลับมา
พัชรอมยิ้ม ก่อนจะเดินออกจากห้อง เพื่อไปดูอาการของไอยวรรณอีกครั้ง
ตลอด 4 วันก่อนเดินทางกลับไปเคลียร์งาน พัชรดูแลรักษาเป็นอย่างดี มันเหมือนมีสายใยบางๆ ที่เชื่อม
เขากับหญิงสาว ดวงตาที่ไอยวรรณลืมขึ้นมามองนั้นเป็นแววตาที่แฝงด้วยความซาบซึ้ง ในขณะที่เขา
อ่านหนังสือบทกวีให้เธอได้ฟัง โดยมากจะเป็นเรื่องความสวยงามของการใช้ชีวิต ถึงวันที่พัชรจะกลับ
ไปอังกฤษ เขาบอกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเหมือนเธอเป็นเด็กหญิง
"อีกสามเดือน อาหมอ จะกลับมาดูว่า หนูกลับมาเป็นไอยวรรณ
หญิงสาวที่เข้มแข็ง สวยงาม ร่าเริง มองโลกในแง่ดี อย่างที่อาหมออยากให้หนูเป็น
หนูสัญญากับอาหมอได้ไหมคะ.."
สายตาที่ไอยวรรณนั้นปรากฎแววเศร้าสร้อยวูบหนึ่ง ก่อนจะแย้มยิ้ม และพยักหน้า เป็นเชิงรับคำมั่นที่
จะให้กับนายแพทย์ ว่าเธอจะรอเขากลับมารักษาอีกครั้ง เขาลูบศีรษะของหญิงสาวที่มีผ้าไหมพรมปิด
บังศีรษะไว้ หลังจากที่พัชรกลับไปอังกฤษ เพื่อทำตามจุดประสงค์ ที่จะทำตามเจตนารมณ์ เขาอด
คิดถึงคนไข้ของเขาไม่ได้ เขาใช้โปรแกรมสไกป์ คุยกับไอยวรรณทุกวัน การพัฒนาทางกายภาพ
ของเธอเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไอยวรรณสามารถเปล่งเสียงออกมาได้ ลุกขึ้นนั่ง เดินด้วยเครื่องช่วยเดิน
ใบหน้าของเธอสดใสขึ้น พัชรไม่สามารถเก็บความยินดีไว้ในสายตา ผ่านโน๊ตบุ๊ตที่แสดงให้ไอยวรรณ
ได้เห็น ใบหน้าเธอแดงดั่งมีชายหนุ่มมาเกี้ยวพาราสี เวลาผ่านไปดั่งติดปีก แล้วพัชรก็กลับมาเยี่ยม
หญิงสาวที่บ้าน เพราะไอยวรรณอาการดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
พัชรเข้ามาเป็นศัลยแพทย์ที่โรงพยาบาลชื่อดัง รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทผลิตยา เพียงแค่เขา
ลาออกจากโรงพยาบาลที่อังกฤษ แล้วแสดงเจตน์จำนงค์ที่จะกลับมาประเทศไทย ต่างมีโรงพยาบาล
เอกชนมากมายยื่นข้อเสนอที่จะให้เขา เข้ามาทำงาน แล้วเขาก็เลือกโรงพยาบาลที่รักษาไอยวรรณ
เป็นที่ทำงาน เมื่อทั้งสองพบกันหลังจากพูดคุยผ่านคอมพิวเตอร์ พัชรมองหญิงสาวที่ใช้ไม้เท้าช่วยเดิน
เดินมาหาอย่างคล่องแคล่วเธอหมุนตัวให้เขาได้ดู วิทยากับ อุษณีย์ผู้เป็นบิดาและมารดาของไอยวรรณ
ต่างรู้สึกเป็นสุขที่ ไอยวรรณกลับมาร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด อุษณีย์กระซิบให้วิทยาสังเกต วิทยาทำหน้า
แปลกใจ แต่ก็ยิ้มออกมา หญิงสาวหยุดอยู่ต่อหน้าพัชร ที่ยืนยิ้มอย่างชื่นชม เธอห่างจากเขาประมาณ
3-4 ก้าว แล้วเธอก็ถอดไม้เท้าที่ล๊อคแขนเธอออก พัชรถึงกับตกใจเมื่อหญิงสาวปล่อยไม้เท้าทั้งสอง
ตกลงบนพื้น แล้วเธอก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปหาเขา ที่เกือบจะเดินเข้าไปประครองไม่ให้ล้ม ไอยวรรณ
ค่อยๆ ก้าวเดินไปทีละก้าว ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แล้วเธอก็เดินมาถึงพัชร มือที่
อ่อนนุ่มของหญิงสาวสัมผัสถูกมือ ที่รักษาคนไข้มาแล้ว นับร้อยนับพัน สายตาที่หญิงสาวมองขึ้นมานั้น
ทำให้จิตใจที่เข้มแข็งดุจหินผาต้องอ่อนนิ่มลง เพราะอดคิดถึงคนรักเก่าของเขาไม่ได้ เพราะใบหน้าของ
เธอนั้นใกล้เคียงจะแตกต่างที่เส้นผม ที่ผมของไอยวรรณเป็นหยักโสก แต่เส้นผมของดุจเดือนจะเป็น
เส้นตรงยาวถึงกลางหลัง และผิวพรรณของไอยวรรณก็ขาวกว่าอย่างชัดเจน เวลาผ่านไปนาน จนวิทยา
อดกระแอมออกมาเพื่อให้ทั้งสองรู้สึกตัว ทั้งคู่ต่างยิ้มเขินอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เวลาผ่านไป ไอยวรรณกลับมาเป็นปกติ เธอเรียนต่อ MBA (ป.โท) ในคณะการจัดการ โดยเธอขอให้
ช่วยแนะนำในการเรียน โดยความเห็นชอบของครอบครัวทั้งสอง ไอยวรรณได้ตกลงแต่งงานกับพัชร
เมื่อเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ซึ่งวิทยากับอุษณีย์ก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะเมื่อก่อน ไอยวรรณ
จะเรียนไม่อ่อน แต่ก็ไม่แข็งคือแค่เรียนจบเท่านั้น แต่หลังจากอุบัติเหตุ เธอเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
แต่วิทยาให้ความเห็นว่า
"ยัยวรรณได้คนติวเป็นถึง ศัลยแพทย์ จิตแพทย์อันดับหนึ่งของประเทศ
จะให้เป็นเหมือนเมื่อก่อนได้ยังไง..."
ทั้งสองอดหัวเราะให้กันไม่ได้ ถึงพัชรจะอายุ 51 ปีแล้ว ส่วนไอยวรรณเพิ่งอายุ 24 ปี แต่ความรักมิได้
กำหนดเพียงอายุ แต่เป็นความปรารถนาของทั้งสองที่ต้องการ ใช้ชีวิตร่วมกัน งานแต่งงานจัดที่ภูเก็ต
เพื่อนสนิททั้งคนไทย และต่างประเทศ ของพัชร มาแสดงความยินดี กันมากมาย ส่วนเพื่อนสมัยเรียน
ของไอยวรรณก็มา รวมทั้งเพื่อนที่เรียนโทด้วยกันมากันเกือบทั้งห้อง พัชรจองห้องพักรับรองให้เพื่อนๆ
ของเขาและว่าที่ภรรยาทั้งหมด เขาให้สัญญาต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติในงานมงคลสมรส ตอนที่พิธีกร
ถามเขาว่าต้องการบอกอะไรกับเจ้าสาว
"ผมรักษาคนมามากจนไม่อาจนับได้ และผมก็ไม่เคยคิดจะให้ใครมารักษาให้ผม
แต่ผมก็ต้องเปลี่ยนความคิด....เมื่อมาพบคุณไอยวรรณ.........
ผมขอมอบชีวิตที่เหลืออยู่...ไม่ว่าจะนานแค่ไหน...ให้คุณไอยวรรณ
ดูแลรักษา...เพราะ...ผมรักคุณเหลือเกิน..."
เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ทำให้วิทยา อุษณีย์ รวมทั้ง ไอยวรรณถึงกับหลั่งน้ำตา แห่งความปลื้มปิติ พิธีกร
จึงถามคำถามเดียวกันกับพัชร ไอยวรรณนิ่งไปครู่ก่อนจะเอ่ยออกมา น้ำเสียงสั่นไหว
"ดิฉันได้พบพี่หมอตอนที่ลืมตาขึ้นมา พี่หมอเป็นสิ่งแรกที่สายตาของดิฉันจับภาพได้
แล้วดิฉันก็คิดว่า สิ่งที่ดิฉันรอคอย ได้สิ้นสุดแล้ว
ไม่ว่าจะมีอะไรในอนาคต ดิฉันก็จะรัก เคารพพี่หมอ แล้วจะเป็นภรรยาที่ดี
ของพี่หมอตลอดจนเราต้องจากกัน..."
เสียงดังโห่ร้องด้วยความยินดีดังขึ้นไม่แพ้กับของคำสัญญาของพัชร หญิงสาวน้ำตาไหลหลั่งเมื่อ
เจ้าบ่าวก้มลงจุมพิตต่อหน้าสักขีพยาน ท่ามกลางความสุขที่อบอวลด้วยความหวานแห่งความรัก
ที่ทั้งสองมอบให้กัน
หลังจากที่ส่งตัวเข้าห้องหอ แสงจันทร์เต็มดวงสะท้อนกับน้ำทะเลระยิบตา พัชรเปิดประตูกระจก
เพื่อรับลมจากทะเล วันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขที่สุด เขามองหญิงสาวที่นอนบนเตียงเธอจ้องมอง
ด้านหลังของเขาอยู่ก่อนแล้ว เธอลุกขึ้นใส่เสื้อคลุม แล้วเดินไปกอดเอวพัชรที่เปลือยท่อนบน ถึงเขา
จะอายุ 51 ปีแล้ว แต่เพราะพัชรดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายจนร่างกายเหมือนชายหนุ่ม เต็มไปด้วย
กล้ามเนื้อ เขารอบเอวหญิงสาวมานั่งตัก เพราะร่างกายของเธอบอบบาง พัชรกระซิบข้างใบหู
"คุณรู้ตัวไหม ว่าวันนี้คุณสวยมาก ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะได้แต่งงานกับผู้หญิงคนไหน
จนผมได้พบคุณ...ผมก็อยาก...จะใช้ชีวิตกับใครสักคน
แล้วถ้าใครสักคนนั้นเป็นคุณ...ผมจะดีใจมาก ดีใจที่สุดในชีวิตทีเดียว"
หญิงสาวยิ้มอย่างอ่อนหวานก่อนจะซุกตัวเข้ากับหน้าอกอันอบอุ่น เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"พี่หมอคงไม่รู้ ว่าวรรณเฝ้ารอวันที่เราจะได้อยู่ร่วมกันนานแค่ไหนแล้ว
ตอนที่พี่หมอเข้าไปหา ดึงเอาวรรณออกมา วรรณคิดไว้แล้วว่า ในชีวิตที่เหลือ วรรณจะให้พี่หมอ
เพียงคนเดียว วรรณรักพี่คะ รักมาตลอด...รักจนไปไหนไม่ได้..."
พัชรก้มลงจุมพิต ที่ริมฝีปากของหญิงสาว เลื่อนซุกใบหน้า ไปที่ซอกคอ ที่มีกลิ่นหอมกรุ่น จากกายสาว
ไอยวรรณหลับตาพริ้มอย่างเป็นสุข แล้วหญิงสาว ก็ดึงร่างสูงใหญ่ของเขา ไปที่เตียงนอน เวลาผ่านไป
จนถึงประมาณตีสี่ ในขณะที่พัชรนอนหลับอย่างอ่อนเพลีย หญิงสาวลืมตาขึ้นมองไปยังระเบียงชมวิว
เธอลุกขึ้นสวมชุดคลุมสีขาว เดินออกไปที่หน้าระเบียง เพราะไอยวรรณ เห็นเงาที่หลังผ้าม่าน เธอค่อยๆ
เดินไปยังระเบียงชมวิว ที่กว้างครึ่งหนึ่งของห้อง เธอมาหยุดที่ราวกั้น สัญชาตญาณบอกเธอว่า มีบางสิ่ง
อยู่ด้านหลัง ไอยวรรณค่อยๆ หันหลังกลับ แล้วที่เห็น เป็นหญิงสาวผมยาว 3 คน ผมสั้นเหมือนผู้ชาย
1 คน ทั้ง 4 มีเลือดโทรมกาย ผู้หญิงผมสั้นเอ่ยออกมา
ศาสตรา...มหาเวทย์ ตอยที่ 14 (อวสาน)
นายแพทย์พัชร เก็บอุปกรณ์ในการรักษา ลงในกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ อย่างเป็นแบบแผน
โดยวิทยายืนอยู่ด้านหลัง ความยินดีที่วิทยาได้ลูกสาวคืนกลับ เขาไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้
นายแพทย์ถึงหันหลังแต่ก็รู้ว่ามีคนยืนอยู่ด้านหลังคือใคร พัชรยิ้มก่อนจะกล่าวออกมา
"พี่วิทย์...มีอะไรหรือเปล่า ลมหายใจของพี่ เหมือนจะบอกว่า
พี่ยังมีอะไรให้ผมช่วย...ใช่ไหมครับ"
"แกนี่!..สมเป็นจิตแพทย์ที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกจริงๆ
ใช่!..พี่อยากให้แก อยู่รักษายัยวรรณ จนหายจริงๆ แกพอจะช่วยพี่อีกสักครั้ง พี่ขอร้อง"
พัชรถอนลมหายใจ ก่อนหันมายิ้มอย่างจริงใจ ก่อนจะเอ่ยออกมา
"ได้สิครับ...ผมกลับมาที่นี่ ก็ตั้งใจจะมาอยู่ถาวร ความจริงผมกำลังจะกลับมาที่ประเทศไทย
พอพี่โทรมาหาผม ผมก็ทำเรื่องลาออกจากโรงพยาบาลที่นั่น เพียงแต่ผมต้อง
ไปเคลียร์งานที่ยังค้างให้เรียบร้อยก่อน น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน ตอนนี้ผมยังเหลือเวลาพักอีก
5 วัน ผมจะใช้วันที่เหลือ ช่วยฟื้นฟูจิตใจให้น้องเข้มแข็งขึ้น แต่พี่วิทย์
ต้องให้เข้าคอร์สตามที่ผมระบุ หลังจากที่ผมกลับไป..."
"แน่นอน!!...พี่จะทำตามขั้นตอนการบำบัด ที่แกเขียนไว้อย่างเคร่งครัด...ขอบใจแกมาก
ขอบใจแกจริงๆ..."
วิทยาอดหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้ มันเป็นน้ำตาจากความปลื้มปิติ ที่เขากำลังจะได้ลูกสาวคืนกลับมา
พัชรอมยิ้ม ก่อนจะเดินออกจากห้อง เพื่อไปดูอาการของไอยวรรณอีกครั้ง
ตลอด 4 วันก่อนเดินทางกลับไปเคลียร์งาน พัชรดูแลรักษาเป็นอย่างดี มันเหมือนมีสายใยบางๆ ที่เชื่อม
เขากับหญิงสาว ดวงตาที่ไอยวรรณลืมขึ้นมามองนั้นเป็นแววตาที่แฝงด้วยความซาบซึ้ง ในขณะที่เขา
อ่านหนังสือบทกวีให้เธอได้ฟัง โดยมากจะเป็นเรื่องความสวยงามของการใช้ชีวิต ถึงวันที่พัชรจะกลับ
ไปอังกฤษ เขาบอกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเหมือนเธอเป็นเด็กหญิง
"อีกสามเดือน อาหมอ จะกลับมาดูว่า หนูกลับมาเป็นไอยวรรณ
หญิงสาวที่เข้มแข็ง สวยงาม ร่าเริง มองโลกในแง่ดี อย่างที่อาหมออยากให้หนูเป็น
หนูสัญญากับอาหมอได้ไหมคะ.."
สายตาที่ไอยวรรณนั้นปรากฎแววเศร้าสร้อยวูบหนึ่ง ก่อนจะแย้มยิ้ม และพยักหน้า เป็นเชิงรับคำมั่นที่
จะให้กับนายแพทย์ ว่าเธอจะรอเขากลับมารักษาอีกครั้ง เขาลูบศีรษะของหญิงสาวที่มีผ้าไหมพรมปิด
บังศีรษะไว้ หลังจากที่พัชรกลับไปอังกฤษ เพื่อทำตามจุดประสงค์ ที่จะทำตามเจตนารมณ์ เขาอด
คิดถึงคนไข้ของเขาไม่ได้ เขาใช้โปรแกรมสไกป์ คุยกับไอยวรรณทุกวัน การพัฒนาทางกายภาพ
ของเธอเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไอยวรรณสามารถเปล่งเสียงออกมาได้ ลุกขึ้นนั่ง เดินด้วยเครื่องช่วยเดิน
ใบหน้าของเธอสดใสขึ้น พัชรไม่สามารถเก็บความยินดีไว้ในสายตา ผ่านโน๊ตบุ๊ตที่แสดงให้ไอยวรรณ
ได้เห็น ใบหน้าเธอแดงดั่งมีชายหนุ่มมาเกี้ยวพาราสี เวลาผ่านไปดั่งติดปีก แล้วพัชรก็กลับมาเยี่ยม
หญิงสาวที่บ้าน เพราะไอยวรรณอาการดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
พัชรเข้ามาเป็นศัลยแพทย์ที่โรงพยาบาลชื่อดัง รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทผลิตยา เพียงแค่เขา
ลาออกจากโรงพยาบาลที่อังกฤษ แล้วแสดงเจตน์จำนงค์ที่จะกลับมาประเทศไทย ต่างมีโรงพยาบาล
เอกชนมากมายยื่นข้อเสนอที่จะให้เขา เข้ามาทำงาน แล้วเขาก็เลือกโรงพยาบาลที่รักษาไอยวรรณ
เป็นที่ทำงาน เมื่อทั้งสองพบกันหลังจากพูดคุยผ่านคอมพิวเตอร์ พัชรมองหญิงสาวที่ใช้ไม้เท้าช่วยเดิน
เดินมาหาอย่างคล่องแคล่วเธอหมุนตัวให้เขาได้ดู วิทยากับ อุษณีย์ผู้เป็นบิดาและมารดาของไอยวรรณ
ต่างรู้สึกเป็นสุขที่ ไอยวรรณกลับมาร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด อุษณีย์กระซิบให้วิทยาสังเกต วิทยาทำหน้า
แปลกใจ แต่ก็ยิ้มออกมา หญิงสาวหยุดอยู่ต่อหน้าพัชร ที่ยืนยิ้มอย่างชื่นชม เธอห่างจากเขาประมาณ
3-4 ก้าว แล้วเธอก็ถอดไม้เท้าที่ล๊อคแขนเธอออก พัชรถึงกับตกใจเมื่อหญิงสาวปล่อยไม้เท้าทั้งสอง
ตกลงบนพื้น แล้วเธอก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปหาเขา ที่เกือบจะเดินเข้าไปประครองไม่ให้ล้ม ไอยวรรณ
ค่อยๆ ก้าวเดินไปทีละก้าว ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แล้วเธอก็เดินมาถึงพัชร มือที่
อ่อนนุ่มของหญิงสาวสัมผัสถูกมือ ที่รักษาคนไข้มาแล้ว นับร้อยนับพัน สายตาที่หญิงสาวมองขึ้นมานั้น
ทำให้จิตใจที่เข้มแข็งดุจหินผาต้องอ่อนนิ่มลง เพราะอดคิดถึงคนรักเก่าของเขาไม่ได้ เพราะใบหน้าของ
เธอนั้นใกล้เคียงจะแตกต่างที่เส้นผม ที่ผมของไอยวรรณเป็นหยักโสก แต่เส้นผมของดุจเดือนจะเป็น
เส้นตรงยาวถึงกลางหลัง และผิวพรรณของไอยวรรณก็ขาวกว่าอย่างชัดเจน เวลาผ่านไปนาน จนวิทยา
อดกระแอมออกมาเพื่อให้ทั้งสองรู้สึกตัว ทั้งคู่ต่างยิ้มเขินอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เวลาผ่านไป ไอยวรรณกลับมาเป็นปกติ เธอเรียนต่อ MBA (ป.โท) ในคณะการจัดการ โดยเธอขอให้
ช่วยแนะนำในการเรียน โดยความเห็นชอบของครอบครัวทั้งสอง ไอยวรรณได้ตกลงแต่งงานกับพัชร
เมื่อเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ซึ่งวิทยากับอุษณีย์ก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะเมื่อก่อน ไอยวรรณ
จะเรียนไม่อ่อน แต่ก็ไม่แข็งคือแค่เรียนจบเท่านั้น แต่หลังจากอุบัติเหตุ เธอเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
แต่วิทยาให้ความเห็นว่า
"ยัยวรรณได้คนติวเป็นถึง ศัลยแพทย์ จิตแพทย์อันดับหนึ่งของประเทศ
จะให้เป็นเหมือนเมื่อก่อนได้ยังไง..."
ทั้งสองอดหัวเราะให้กันไม่ได้ ถึงพัชรจะอายุ 51 ปีแล้ว ส่วนไอยวรรณเพิ่งอายุ 24 ปี แต่ความรักมิได้
กำหนดเพียงอายุ แต่เป็นความปรารถนาของทั้งสองที่ต้องการ ใช้ชีวิตร่วมกัน งานแต่งงานจัดที่ภูเก็ต
เพื่อนสนิททั้งคนไทย และต่างประเทศ ของพัชร มาแสดงความยินดี กันมากมาย ส่วนเพื่อนสมัยเรียน
ของไอยวรรณก็มา รวมทั้งเพื่อนที่เรียนโทด้วยกันมากันเกือบทั้งห้อง พัชรจองห้องพักรับรองให้เพื่อนๆ
ของเขาและว่าที่ภรรยาทั้งหมด เขาให้สัญญาต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติในงานมงคลสมรส ตอนที่พิธีกร
ถามเขาว่าต้องการบอกอะไรกับเจ้าสาว
"ผมรักษาคนมามากจนไม่อาจนับได้ และผมก็ไม่เคยคิดจะให้ใครมารักษาให้ผม
แต่ผมก็ต้องเปลี่ยนความคิด....เมื่อมาพบคุณไอยวรรณ.........
ผมขอมอบชีวิตที่เหลืออยู่...ไม่ว่าจะนานแค่ไหน...ให้คุณไอยวรรณ
ดูแลรักษา...เพราะ...ผมรักคุณเหลือเกิน..."
เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ทำให้วิทยา อุษณีย์ รวมทั้ง ไอยวรรณถึงกับหลั่งน้ำตา แห่งความปลื้มปิติ พิธีกร
จึงถามคำถามเดียวกันกับพัชร ไอยวรรณนิ่งไปครู่ก่อนจะเอ่ยออกมา น้ำเสียงสั่นไหว
"ดิฉันได้พบพี่หมอตอนที่ลืมตาขึ้นมา พี่หมอเป็นสิ่งแรกที่สายตาของดิฉันจับภาพได้
แล้วดิฉันก็คิดว่า สิ่งที่ดิฉันรอคอย ได้สิ้นสุดแล้ว
ไม่ว่าจะมีอะไรในอนาคต ดิฉันก็จะรัก เคารพพี่หมอ แล้วจะเป็นภรรยาที่ดี
ของพี่หมอตลอดจนเราต้องจากกัน..."
เสียงดังโห่ร้องด้วยความยินดีดังขึ้นไม่แพ้กับของคำสัญญาของพัชร หญิงสาวน้ำตาไหลหลั่งเมื่อ
เจ้าบ่าวก้มลงจุมพิตต่อหน้าสักขีพยาน ท่ามกลางความสุขที่อบอวลด้วยความหวานแห่งความรัก
ที่ทั้งสองมอบให้กัน
หลังจากที่ส่งตัวเข้าห้องหอ แสงจันทร์เต็มดวงสะท้อนกับน้ำทะเลระยิบตา พัชรเปิดประตูกระจก
เพื่อรับลมจากทะเล วันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขที่สุด เขามองหญิงสาวที่นอนบนเตียงเธอจ้องมอง
ด้านหลังของเขาอยู่ก่อนแล้ว เธอลุกขึ้นใส่เสื้อคลุม แล้วเดินไปกอดเอวพัชรที่เปลือยท่อนบน ถึงเขา
จะอายุ 51 ปีแล้ว แต่เพราะพัชรดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายจนร่างกายเหมือนชายหนุ่ม เต็มไปด้วย
กล้ามเนื้อ เขารอบเอวหญิงสาวมานั่งตัก เพราะร่างกายของเธอบอบบาง พัชรกระซิบข้างใบหู
"คุณรู้ตัวไหม ว่าวันนี้คุณสวยมาก ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะได้แต่งงานกับผู้หญิงคนไหน
จนผมได้พบคุณ...ผมก็อยาก...จะใช้ชีวิตกับใครสักคน
แล้วถ้าใครสักคนนั้นเป็นคุณ...ผมจะดีใจมาก ดีใจที่สุดในชีวิตทีเดียว"
หญิงสาวยิ้มอย่างอ่อนหวานก่อนจะซุกตัวเข้ากับหน้าอกอันอบอุ่น เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"พี่หมอคงไม่รู้ ว่าวรรณเฝ้ารอวันที่เราจะได้อยู่ร่วมกันนานแค่ไหนแล้ว
ตอนที่พี่หมอเข้าไปหา ดึงเอาวรรณออกมา วรรณคิดไว้แล้วว่า ในชีวิตที่เหลือ วรรณจะให้พี่หมอ
เพียงคนเดียว วรรณรักพี่คะ รักมาตลอด...รักจนไปไหนไม่ได้..."
พัชรก้มลงจุมพิต ที่ริมฝีปากของหญิงสาว เลื่อนซุกใบหน้า ไปที่ซอกคอ ที่มีกลิ่นหอมกรุ่น จากกายสาว
ไอยวรรณหลับตาพริ้มอย่างเป็นสุข แล้วหญิงสาว ก็ดึงร่างสูงใหญ่ของเขา ไปที่เตียงนอน เวลาผ่านไป
จนถึงประมาณตีสี่ ในขณะที่พัชรนอนหลับอย่างอ่อนเพลีย หญิงสาวลืมตาขึ้นมองไปยังระเบียงชมวิว
เธอลุกขึ้นสวมชุดคลุมสีขาว เดินออกไปที่หน้าระเบียง เพราะไอยวรรณ เห็นเงาที่หลังผ้าม่าน เธอค่อยๆ
เดินไปยังระเบียงชมวิว ที่กว้างครึ่งหนึ่งของห้อง เธอมาหยุดที่ราวกั้น สัญชาตญาณบอกเธอว่า มีบางสิ่ง
อยู่ด้านหลัง ไอยวรรณค่อยๆ หันหลังกลับ แล้วที่เห็น เป็นหญิงสาวผมยาว 3 คน ผมสั้นเหมือนผู้ชาย
1 คน ทั้ง 4 มีเลือดโทรมกาย ผู้หญิงผมสั้นเอ่ยออกมา