ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ของจริงๆ เห็นชัดๆ ว่าปริมาณมวลมหาประชาชนที่ชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ขับไล่รัฐบาลมาก มายมหาศาลทำลายสถิติประเทศไทย
แม้จะแยกมวลชนไปปิดถนน 7 จุด 8 เวที แต่ปริมาณผู้ชุมนุมทุกเวทีก็แน่นเต็มพื้นที่ไม่น้อยหน้ากว่ากัน
หลายคนมองว่าการที่มวลมหาประชานกหวีดแห่กันมาชุมนุม “ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ” อย่างมโหฬาร เพราะเกมนี้คนในพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่หัวแถวยันหางแถวเปิดหน้าออกมาเล่นเต็มตัว
ข้อสำคัญ กรุงเทพฯ เป็นฐานใหญ่ที่พรรคประชาธิปัตย์ครอบครอง แถมมีการระดมพี่น้องประชาชนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ขึ้นมาปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯอีกหลายหมื่นคน
แต่ “แม่ลูกจันทร์” มองว่าการที่ม็อบจุดติดต้องมีจุดขายที่โดนใจ ทำให้คนจำนวนมากคล้อยตาม
แน่นอน ใครที่วางแผนเคลื่อนไหวมวลชนระดับนี้ต้องไม่ธรรมดา
ข้อสำคัญ คนที่เป็นผู้นำม็อบต้อง “ใช่” ด้วยนะโยม
“แม่ลูกจันทร์” ยอมรับว่า “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เป็นคนที่ “ใช่” จริงๆ!!
เพราะ “สุเทพ” มีคอนเน็กชั่นรอบด้าน ผ่านการบริหารงานใหญ่มาช่ำชอง ผ่านยุทธจักรการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นมาอย่างโชกโชน
จุดแข็งของ “สุเทพ” คือมีความเป็นบู๊และบุ๋นอยู่ในตัวเอง
“สุเทพ” เป็นคนมีจิตวิทยาสูง รู้เทคนิคผูกใจคน รู้จักเลือกประเด็นปราศรัยข่มขู่คู่ต่อสู้ และเพิ่มขวัญกำลังใจให้พวกเดียวกัน
ถือว่า “สุเทพ เทือกสุบรรณ” มีคุณสมบัติ “ผู้นำม็อบ” ครบเครื่องตามมาตรฐานไอเอสโอ
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการกระโดดมาเป็นผู้นำมวลมหาประชาชน โค่นล้มรัฐบาลของ “กำนันสุเทพ” ไม่ใช่อุบัติเหตุ ไม่ใช่สถานการณ์พาไป ไม่ใช่ตกกระไดพลอยโจน
แต่เป็นการวางแผนล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี
เตรียมการวางแผนมาแล้ว 2 ปีด้วยซ้ำไป
“แม่ลูกจันทร์” อ่านเว็บข่าวกรุงเทพธุรกิจ ที่สัมภาษณ์พิเศษ “กำนันสุเทพ” เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา
“สุเทพ” เปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังว่าได้คิดเรื่องนี้มาแล้ว 2–3 ปี เริ่มจากรวบรวมสมัครพรรคพวกเตรียมสู้กับระบอบทักษิณด้วยการเปิดช่องทีวี ดาวเทียมบลูสกาย
พร้อมทั้งเดินสายเปิดเวทีผ่าความจริงทั่วประเทศเพื่อบอกเล่าให้ประชาชนทราบว่าระบอบทักษิณมีพฤติกรรม
อย่างไร ทำให้บ้านเมืองเสียหายอย่างไร เป็นการปูพื้นล่วงหน้าเพื่อสะสมพลังมวลชน
“กำนันสุเทพ” เปิดใจต่อไปว่า ตอนแรกคิดว่าการต่อสู้กับระบอบทักษิณต้องใช้เวลานานกว่าสถานการณ์จะสุกงอม
โดยมุ่งไปที่โครงการจำนำข้าว ซึ่ง “สุเทพ” เชื่อว่ามีการทุจริตทุกขั้นตอน
แต่ปรากฏว่าโครงการจำนำข้าวยังไม่ทันระเบิด ก็มีวิกฤติแก้รัฐธรรมนูญ และการออก พ.ร.บ.นิรโทษเหมาเข่ง ระเบิดขึ้นมา 2 เด้งพร้อมกัน
สถานการณ์เข้าง่ามตามที่วางแผนไว้ทุกประการ
สรุปว่าโอกาสของ “สุเทพ” มาเร็วกว่าที่คาดไว้ครึ่งปี
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าสงครามชิงอำนาจจะจบอย่างไรยังต้องติดตามต่อไปช็อตต่อช็อต นาทีต่อนาที
แต่ที่ชัดเจนแล้วคือวิกฤติครั้งนี้
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะมีการเตรียมวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลยิ่งลักษณ์มัวแต่มุ่งถอดชนวนไม่ให้กองทัพปฏิวัติรัฐบาล
หารู้ไม่ว่าคู่แข่งทางการเมืองก็แอบวางแผนเผด็จศึกตัวเองมาแล้ว 2 ปีเหมือนกัน
เพราะสู้ในระบบเลือกตั้งก็แพ้ทักษิณทุกที จึงต้องใช้วิธีนอกระบบกำจัดศัตรูการเมืองให้พ้นเส้นทาง
สงครามครั้งนี้ไม่ว่าใครจะชนะใครจะแพ้ แต่ที่แน่ๆ ประเทศไทยแพ้ยับเยิน.
"แม่ลูกจันทร์"
http://www.thairath.co.th/column/pol/greenhead/395946
ปชป. หลอกคนไทย ???
ของจริงๆ เห็นชัดๆ ว่าปริมาณมวลมหาประชาชนที่ชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ขับไล่รัฐบาลมาก มายมหาศาลทำลายสถิติประเทศไทย
แม้จะแยกมวลชนไปปิดถนน 7 จุด 8 เวที แต่ปริมาณผู้ชุมนุมทุกเวทีก็แน่นเต็มพื้นที่ไม่น้อยหน้ากว่ากัน
หลายคนมองว่าการที่มวลมหาประชานกหวีดแห่กันมาชุมนุม “ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ” อย่างมโหฬาร เพราะเกมนี้คนในพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่หัวแถวยันหางแถวเปิดหน้าออกมาเล่นเต็มตัว
ข้อสำคัญ กรุงเทพฯ เป็นฐานใหญ่ที่พรรคประชาธิปัตย์ครอบครอง แถมมีการระดมพี่น้องประชาชนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ขึ้นมาปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯอีกหลายหมื่นคน
แต่ “แม่ลูกจันทร์” มองว่าการที่ม็อบจุดติดต้องมีจุดขายที่โดนใจ ทำให้คนจำนวนมากคล้อยตาม
แน่นอน ใครที่วางแผนเคลื่อนไหวมวลชนระดับนี้ต้องไม่ธรรมดา
ข้อสำคัญ คนที่เป็นผู้นำม็อบต้อง “ใช่” ด้วยนะโยม
“แม่ลูกจันทร์” ยอมรับว่า “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เป็นคนที่ “ใช่” จริงๆ!!
เพราะ “สุเทพ” มีคอนเน็กชั่นรอบด้าน ผ่านการบริหารงานใหญ่มาช่ำชอง ผ่านยุทธจักรการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นมาอย่างโชกโชน
จุดแข็งของ “สุเทพ” คือมีความเป็นบู๊และบุ๋นอยู่ในตัวเอง
“สุเทพ” เป็นคนมีจิตวิทยาสูง รู้เทคนิคผูกใจคน รู้จักเลือกประเด็นปราศรัยข่มขู่คู่ต่อสู้ และเพิ่มขวัญกำลังใจให้พวกเดียวกัน
ถือว่า “สุเทพ เทือกสุบรรณ” มีคุณสมบัติ “ผู้นำม็อบ” ครบเครื่องตามมาตรฐานไอเอสโอ
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการกระโดดมาเป็นผู้นำมวลมหาประชาชน โค่นล้มรัฐบาลของ “กำนันสุเทพ” ไม่ใช่อุบัติเหตุ ไม่ใช่สถานการณ์พาไป ไม่ใช่ตกกระไดพลอยโจน
แต่เป็นการวางแผนล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี
เตรียมการวางแผนมาแล้ว 2 ปีด้วยซ้ำไป
“แม่ลูกจันทร์” อ่านเว็บข่าวกรุงเทพธุรกิจ ที่สัมภาษณ์พิเศษ “กำนันสุเทพ” เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา
“สุเทพ” เปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังว่าได้คิดเรื่องนี้มาแล้ว 2–3 ปี เริ่มจากรวบรวมสมัครพรรคพวกเตรียมสู้กับระบอบทักษิณด้วยการเปิดช่องทีวี ดาวเทียมบลูสกาย
พร้อมทั้งเดินสายเปิดเวทีผ่าความจริงทั่วประเทศเพื่อบอกเล่าให้ประชาชนทราบว่าระบอบทักษิณมีพฤติกรรม
อย่างไร ทำให้บ้านเมืองเสียหายอย่างไร เป็นการปูพื้นล่วงหน้าเพื่อสะสมพลังมวลชน
“กำนันสุเทพ” เปิดใจต่อไปว่า ตอนแรกคิดว่าการต่อสู้กับระบอบทักษิณต้องใช้เวลานานกว่าสถานการณ์จะสุกงอม
โดยมุ่งไปที่โครงการจำนำข้าว ซึ่ง “สุเทพ” เชื่อว่ามีการทุจริตทุกขั้นตอน
แต่ปรากฏว่าโครงการจำนำข้าวยังไม่ทันระเบิด ก็มีวิกฤติแก้รัฐธรรมนูญ และการออก พ.ร.บ.นิรโทษเหมาเข่ง ระเบิดขึ้นมา 2 เด้งพร้อมกัน
สถานการณ์เข้าง่ามตามที่วางแผนไว้ทุกประการ
สรุปว่าโอกาสของ “สุเทพ” มาเร็วกว่าที่คาดไว้ครึ่งปี
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าสงครามชิงอำนาจจะจบอย่างไรยังต้องติดตามต่อไปช็อตต่อช็อต นาทีต่อนาที
แต่ที่ชัดเจนแล้วคือวิกฤติครั้งนี้
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะมีการเตรียมวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลยิ่งลักษณ์มัวแต่มุ่งถอดชนวนไม่ให้กองทัพปฏิวัติรัฐบาล
หารู้ไม่ว่าคู่แข่งทางการเมืองก็แอบวางแผนเผด็จศึกตัวเองมาแล้ว 2 ปีเหมือนกัน
เพราะสู้ในระบบเลือกตั้งก็แพ้ทักษิณทุกที จึงต้องใช้วิธีนอกระบบกำจัดศัตรูการเมืองให้พ้นเส้นทาง
สงครามครั้งนี้ไม่ว่าใครจะชนะใครจะแพ้ แต่ที่แน่ๆ ประเทศไทยแพ้ยับเยิน.
"แม่ลูกจันทร์"
http://www.thairath.co.th/column/pol/greenhead/395946