ในฐานะประชาชนตัวเล็กๆๆคนหนึ่งที่เคยเห็นเหตุรัฐประหารในไทยมามากมายหลายครั้งเช่นเดียวกับประชาชนคนอื่นๆๆ ขอให้ข้อสังเกตุว่าในสถานการณ์เช่นนี้ น่าจะหรืออาจจะมีการดำเนินไปสู่สิ่งที่เรียกกันว่ารัดประหานได้ในอีกไม่กี่วันหรือไม่กี่ชั่วโมง
หากไม่เกิดสิ่งต่อไปนี้ขึ้นมา…
1. เพื่อความเหมาะสม…รัฐบาลเองไม่สั่งพักราชการหรือสั่งให้ข้าราชการที่มีอำนาจในการสั่งใช้กำลัง(คนที่รัฐบาลเองก็เห็นได้ว่า อาจกระทำการล้มกฎหมายรัฐธรรมนูญ) ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และรัฐบาลไม่ตั้งคนที่ไว้วางใจมาสั่งราชการดังกล่าวแทนเป็นการชั่วคราว ซึ่ก็เข้าใจดี เพราะข้อนี้มักเป็นข้อที่ยากที่สุด ที่ในอดีตรัฐบาลที่ถูกรัฐประหารไม่กล้าทำ เพราะความกลัว แต่หากมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ออกมา ก็น่าคิดว่า จะทำให้การสั่งการฝ่ายก่อการเอง เกิดความปั่นป่วนได้หรือไม่
2. เพื่อความปลอดภัย…คนสำคัญในรัฐบาล ไม่ยอมไปให้พ้นและยังอยู่ในพื้นที่ที่สามารถจะถูกเข้าควบคุมตัวได้ง่ายจากฝ่ายที่คิดก่อการ โดยไม่มีมวลชนหรือกำลังฝ่ายที่รัฐบาลไว้วางใจได้แวดล้อมป้องกัน ในทางตรงข้ามหากตัวสำคัญในรัฐบาล ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ที่อีกฝ่ายไม่สามารถควบคุมตัวได้ และมีอิสสระในการติดต่อสื่อสารสั่งการ อีกฝ่ายย่อมเกรงและไม่กล้ากระทำการ
3. เพื่อการติดต่อสู่สาธารณ…รัฐบาลไม่ได้เตรียมการไว้ซึ่งระบบการติดต่อสู่สาธารณ ในกรณีที่มีการก่อการขึ้นมา เพราะสถานีโทรทัศน์หรือเคเบิลทีวีย่อมถูกเข้าควบคุม หากไม่มีการเตรียมสำรองการสื่อสารสู่สาธารณด้วยวิธีอื่นเช่น ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตหรือระบบที่ยากจะขัดขวางแล้ว อีกฝ่ายย่อมเกรงกลัวบ้าง
4. เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลทางอำนาจมวลชน….มวลชนที่สนับสนุนฝ่ายรัฐบาล ไม่มีการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ขึ้นมา เพราะเกรงจะมีการปะทะกับกปปส. แต่การไม่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ก็จะทำให้ฝ่ายก่อการได้เปรียบ เพราะหากมีการรัฐประหารแล้ว การรวมมวลชนเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่อาจถูกขัดขวางได้ง่ายแล้ว
ซึ่งทางเลี่ยงก็คือ มีการรวมพลให้เป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ในจุดที่กปปส.ไม่สามารถเข้าปะทะได้ หรือหากมีการปะทะก็เกิดความวุ่นวายน้อยกว่า เช่น ในจังหวัดปทุมธานี หากมีมวลชนฝ่ายสนับสุนรัฐบาลรวมตัวเป็นหมื่นหรือเป็นแสนคน เพียงเพื่อคอยเฝ้าระวังเหตุ โดยไม่ออกมาปะทะกับกปปส. ก็คาดว่า ฝ่ายก่อการไม่น่าจะกล้าทำรัฐประหาร เพราะมีคนเป็นหมื่นเป็นแสนมารวมตัวกันแล้ว
ก็เป็นเพียงแค่ข้อคิดในเวลาที่เขายังให้คิดเห็นแสดงออกได้โดยเสรีตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งคาดว่าเวลาแบบนี้อาจมีเหลืออยู่อีกไม่นานแล้วกระมัง เพราะข้อคิดข้างต้นที่อาจจะต้านหรือทำให้ฝ่ายจะก่อการเกิดยับยั้งชั่งใจ ยังไม่เห็นเกิดขึ้น ก็อาจได้เห็นรัดประหานอีกครั้งในคราวนี้กระมัง อาจจะคิดผิด และก็หวังให้ตัวเองคิดผิดเช่นกัน เพราะไม่อยากให้ประเทศถอยเข้าคลองไปอีกครั้ง และเกรงว่าอาจจะมีการนองเลือดด้วย....ก็เฝ้าดูเหตุการณ์ต่อไปกันละครับ
::::: ---- น่าจะเกิดรัดประหานนะครับ หากว่า…..---- :::::
หากไม่เกิดสิ่งต่อไปนี้ขึ้นมา…
1. เพื่อความเหมาะสม…รัฐบาลเองไม่สั่งพักราชการหรือสั่งให้ข้าราชการที่มีอำนาจในการสั่งใช้กำลัง(คนที่รัฐบาลเองก็เห็นได้ว่า อาจกระทำการล้มกฎหมายรัฐธรรมนูญ) ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และรัฐบาลไม่ตั้งคนที่ไว้วางใจมาสั่งราชการดังกล่าวแทนเป็นการชั่วคราว ซึ่ก็เข้าใจดี เพราะข้อนี้มักเป็นข้อที่ยากที่สุด ที่ในอดีตรัฐบาลที่ถูกรัฐประหารไม่กล้าทำ เพราะความกลัว แต่หากมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ออกมา ก็น่าคิดว่า จะทำให้การสั่งการฝ่ายก่อการเอง เกิดความปั่นป่วนได้หรือไม่
2. เพื่อความปลอดภัย…คนสำคัญในรัฐบาล ไม่ยอมไปให้พ้นและยังอยู่ในพื้นที่ที่สามารถจะถูกเข้าควบคุมตัวได้ง่ายจากฝ่ายที่คิดก่อการ โดยไม่มีมวลชนหรือกำลังฝ่ายที่รัฐบาลไว้วางใจได้แวดล้อมป้องกัน ในทางตรงข้ามหากตัวสำคัญในรัฐบาล ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ที่อีกฝ่ายไม่สามารถควบคุมตัวได้ และมีอิสสระในการติดต่อสื่อสารสั่งการ อีกฝ่ายย่อมเกรงและไม่กล้ากระทำการ
3. เพื่อการติดต่อสู่สาธารณ…รัฐบาลไม่ได้เตรียมการไว้ซึ่งระบบการติดต่อสู่สาธารณ ในกรณีที่มีการก่อการขึ้นมา เพราะสถานีโทรทัศน์หรือเคเบิลทีวีย่อมถูกเข้าควบคุม หากไม่มีการเตรียมสำรองการสื่อสารสู่สาธารณด้วยวิธีอื่นเช่น ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตหรือระบบที่ยากจะขัดขวางแล้ว อีกฝ่ายย่อมเกรงกลัวบ้าง
4. เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลทางอำนาจมวลชน….มวลชนที่สนับสนุนฝ่ายรัฐบาล ไม่มีการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ขึ้นมา เพราะเกรงจะมีการปะทะกับกปปส. แต่การไม่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ก็จะทำให้ฝ่ายก่อการได้เปรียบ เพราะหากมีการรัฐประหารแล้ว การรวมมวลชนเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่อาจถูกขัดขวางได้ง่ายแล้ว
ซึ่งทางเลี่ยงก็คือ มีการรวมพลให้เป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ในจุดที่กปปส.ไม่สามารถเข้าปะทะได้ หรือหากมีการปะทะก็เกิดความวุ่นวายน้อยกว่า เช่น ในจังหวัดปทุมธานี หากมีมวลชนฝ่ายสนับสุนรัฐบาลรวมตัวเป็นหมื่นหรือเป็นแสนคน เพียงเพื่อคอยเฝ้าระวังเหตุ โดยไม่ออกมาปะทะกับกปปส. ก็คาดว่า ฝ่ายก่อการไม่น่าจะกล้าทำรัฐประหาร เพราะมีคนเป็นหมื่นเป็นแสนมารวมตัวกันแล้ว
ก็เป็นเพียงแค่ข้อคิดในเวลาที่เขายังให้คิดเห็นแสดงออกได้โดยเสรีตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งคาดว่าเวลาแบบนี้อาจมีเหลืออยู่อีกไม่นานแล้วกระมัง เพราะข้อคิดข้างต้นที่อาจจะต้านหรือทำให้ฝ่ายจะก่อการเกิดยับยั้งชั่งใจ ยังไม่เห็นเกิดขึ้น ก็อาจได้เห็นรัดประหานอีกครั้งในคราวนี้กระมัง อาจจะคิดผิด และก็หวังให้ตัวเองคิดผิดเช่นกัน เพราะไม่อยากให้ประเทศถอยเข้าคลองไปอีกครั้ง และเกรงว่าอาจจะมีการนองเลือดด้วย....ก็เฝ้าดูเหตุการณ์ต่อไปกันละครับ