จากคนเพิ่งรู้ว่ารัก ขอโทษนะครับน้องยิ่ง

สวัสดีครับเพื่อนพี่น้องชาวพันทิป
ผมมีประสบการณ์ที่อยากเล่า เรื่องค้างคาใจที่อยากบอก และความช่วยเหลือที่อยากให้เพื่อนพี่น้องชาวพันทิปช่วยครับ ถ้ากระทู้นี้ในจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ผมได้พบน้องเค้า ได้คุยกับน้องเค้า และได้ขอโทษน้องเค้า (ความหวังอันเลือนลาง) ขอเข้าเรื่องกันเลยนะครับ
       ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน ตอนนั้นผมเรียนป.ตรีในมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในย่านสยาม(ไม่รู้เลยเนอะ) พูดได้เลยว่าผมนั้นเป็นนักกิจกรรมตัวยงจนเป็นที่รู้จักของคนในมหาลัย ผมชอบทำค่ายมาก โดยเฉพาะค่ายติวหรือสอนหนังสือให้กับเด็กม.ปลาย ซึ่งน้องๆม.ปลายเชื่อว่าถ้าอยากเข้ามหาวิทยาลัยของผมก็ต้องมาติวกับพี่ๆที่เรียนที่นี่ ในตอนนั้นผมเรียนอยู่ปี3 และผมได้มีโอกาสเป็นประธานจัดค่ายติวหนังสือเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยในโครงการทุนช่วงปิดซัมเมอร์ ซึ่งก็ได้รู้จักน้องคนนึงโดยบังเอิญจากเพื่อนผม ซึ่งเหตุการณ์มันเกิดขึ้นตอนที่ผมกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหารคนเดียว เพื่อนผม(ผู้หญิง)โครงการทุนเดียวกันแต่คนละคณะ ก็เดินมาขอนั่งด้วย แต่เพื่อนผมไม่ได้มาคนเดียว เธอมากับน้องอีก2-3คน ผมจำไม่ได้แน่นอน แต่หนึ่งในนั้นมีน้องผู้ชายคนเดียว และน้องเค้าก็นั่งอยู่ตรงหน้าผม ส่วนเพื่อนของผมนั่งข้างผม ส่วนน้องคนอื่น(ผู้หญิง)ก็นั่งถัดออกไป เริ่มตอนแรกเราก็แนะนำตัวกันบอกถามไถ่เรื่องราวต่าง จนรู้ว่า น้องๆที่มากับเพื่อนผมนั้นก็คึอน้องจากค่ายคณะของเพื่อนผมเพิ่งจะจบและปิดค่ายไปในวันนั้น ผมก็ชวนเพื่อนผมบอกว่า "มาช่วยกูทำค่ายทุนด้วยนะ" เพื่อผมก็ตอบว่า"เออได้" แล้วน้องผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าผม ก็ถามขึ้นว่าค่ายอะไรหรอครับพี่ "ผมขอมาเข้าค่ายนี้ด้วยได้ไหมครับ พอดีผมยังไม่อยากกลับบ้าน ยังอยู่หอพักคนถึงเกิดเทอม" ไอ้ผมนั้นก็ดันปากไปรีบตอบไปอย่างไม่ทันคิด "ได้ครับ" ซึ่งผมก็ได้ถามชื่อเค้าใหม่อีกครั้ง ซึ่งตอนแรกที่น้องเค้าบอกและแนะนำตัวผมไม่ได้จนใส่น้องเค้าเลย และน้องก็บอกชื่อผมมาอีกครั้ง "ยิ่งครับ ผมชื่อยิ่ง" และก็รุ้ว่าน้องเค้ามาจากจังหวัดตรัง (ตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดอะไรกับน้องเค้าเลยครับ) แล้วเราก็ช่วยคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งกินอิ่มแล้วพวกเราก็แยกย้าย
       ผ่านไปสองวันผมก็ไม่ได้เจอน้องเค้าเลย จนถึงวันค่ายติวหนังสือเริ่มขึ้น ผมก็ได้เห็นหน้าน้องเค้ามารายงานตัว และผมก็จำหน้าน้องเค้าได้และน้องเค้าก็จำผมได้ จนตลอดเวลาอยู่ในค่ายเราเริ่มสนิทกันแบบพี่น้องมากขึ้นกว่าน้องคนอื่นๆที่มาค่าย (อาจจะเป็นเพราะเรารู้จักกันมาก่อนที่เข้าค่ายก็ได้ครับ )ผมกับน้องยิ่งเราพูดคุยหยอกล้อเล่นกันมากขึ้น ซึ่งน้องยิ่งเป็นน้องที่มีความสุภาพมาก เรียบร้อย พูดน้อย ซึ่งต่างจากผมโดยสิ้นเชิง (จนมาถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้คิดอะไรกับน้องเค้าเลยครับ แต่น้องยิ่งไม่รู้เหมือนกันครับ) พอถึงวันสุดท้ายของค่าย เราก็ทำอำลาจากกัน ซึ่งผมก็ได้ส่งน้องคนอื่นๆกับบ้านหมดแล้ว แต่เหมือนเดิมน้องยิ่งก็ยังไม่กลับบ้าน น้องยิ่งบอกผมว่า จะไปอยู่กับเพื่อน แถวรามแล้วจะกลับรถไฟพร้อมเพื่อน  เย็นวันนั้นผมก็ได้ไปส่งน้องเค้าขึ้นรถแท็กซี่เพื่อไปรามคำแหง ซึ่งมีผมคนเดียวไปส่งยิ่ง (เนื่องจากเพื่อนผมหมดสภาพเพราะทำค่ายต้องนอนดึกตื่นเช้าทำให้เหนื่อยมาก)  ระหว่างทางที่ผมเดินไปส่งน้องเค้า น้องเค้าก็พูดขึ้นว่า "จากกันแล้วพี่จะลืมผมไหมครับ" ผมก็ตอบกลับไปว่า "จะลืมได้ไงน้องทั้งคนนะ" ระหว่างทางที่เดินไปถึงหน้าหอเราก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก จนก่อนจะขึ้นรถ น้องยิ่งก็เข้ามากอดผมอีกอย่างแน่นมาก แล้วบอกผมว่า "แล้วไว้เจอกันนะครับพี่" (ตอนนั้นผมแปลกใจมาก แต่ผมก็ยังไม่ได้คิดอะไรนะครับ คิดแต่เพียงว่าน้องเค้าคงสนิทกับเราและอาจเป็นเพราะความผูกพันมากกว่าในช่วงหลายวัน แต่เพราะจริงๆมันมีกฎค่ายด้วยว่าเป็นพี่ห้ามคิดอะไรกับน้องค่าย ผมจึงไม่ได้คิดอะไร)  
               หลังจากนั้น ความสัมพันธ์แบบพี่น้องเราก็สนิทกันเกินมากกว่าพี่น้อง ซึ่งอาจจะเป็นน้องยิ่งคิดฝ่ายเดียวหรือป่าวไม่รู้นะครับ ผมก็แบบว่าดูดี เพลย์บอย เลือกได้ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย น้องยิ่งเค้าโทรหาผมบ่อย ตลอดเลย แต่ผมนานๆทีจะโทรหาน้องเค้า เวลาน้องเค้ามากรุงเทพก็จะซื้อของมาฝากผมเต็มเลย ผมสิไม่เคยจะให้หรือซื้ออะไรให้น้องเค้าเลย จนถึงช่วงซัมเมอร์ตอนนั้นน้องเค้าอยู่ม.6 ก็ขึ้นมาเรียนพิเศษที่กทม.แล้วตรงกับช่วงสงกรานต์ น้องเค้าก็ไม่ได้กลับบ้าน ผมก็เลยชวนมาเล่นสงกรานต์บ้านผม น้องยิ่งดีใจมากที่ผมชวน แต่ตอนนั้นผมรู้สึกว่าน้องเค้าป่วยๆด้วยครับ พอถึงบ้านผมตรงกับสงกรานต์พอดี ซึ่งบ้านผมเค้าเล่นสงกรานต์กลางคืน(ไปหาดูได้นะครับว่าจังหวัดไหนเล่นกลางคืนทั้งหวัดเลย) ทั้งๆที่น้องยิ่งป่วยอยู่แต่อยากเล่นสงกรานต์ใกล้ๆผม อยากอยู่กับผมเลยยอมไปเล่นด้วย อย่างที่บอกแหละครับสงกรานต์ อากาศร้อน น้ำเย็น นั่งบนรถตากลม ทำให้อาการป่วยข้องน้องยิ่งเพิ่มมากขึ้น หลังจากเล่นเสร็จผมก็ให้ทานยา แล้วผมก็ดูแลข้างๆทั้งคืน ยิ่งได้แต่บอกว่า "ไปเถอะพี่เดี๋ยวติดหวัดยิ่ง ผมไม่เป็นไรอยู่แล้วครับ " ผมก็ไม่ได้ไปไหนนอนอยู่ข้างๆน้องเค้า ตกดึกๆผมรู้สึกว่าเหมือนมีคนเอามือร้อนๆมาจับมือผมไว้แล้วก็รู้ว่าเป็นน้องยิ่ง ในตอนนั้นผมรู้แล้วว่าน้องยิ่งรักผม แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรได้แต่นอนกุมมือน้องเค้าจนเช้าครับ เรื่องไปเที่ยวบ้านผมก็ไม่มีอะไรมาก มีแต่เพียงทำให้ผมรู้ว่าน้องยิ่งรักผมมาก
            เหตุการณ์เลวร้ายและเป็นตราบาปก็ยิ่งเพิ่มขึ้นซึ่งจะเล่าต่อไป น้องยิ่งก็มาจากตรังเพื่อมาหาผมบ่อยๆ  (ซึ่งช่วงนั้นผมแบบว่า ดูดีมาก มีคนต้องการเป็นแฟนเยอะ) ซึ่งผมก็ไปหาบ้างไม่ไปหาน้องเค้าบ้าง บางครั้งน้องยิ่งมาหาผมแล้วผมไม่ได้รับโทรศัพท์ น้องเค้าก็ไม่ยอมกลับ ก็รอผมอยู่ใต้หอ รอกินข้าวกับผม รอจนตัวเองไม่ยอมกินข้าวกินปลาแล้วเป็นกระเพราอักเสบ ต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาล ซึ่งผมไม่รู้เรื่องเลย รู้อีกทีคือน้องออกจากโรงพยาบาลแล้ว ซึ่ง น้องยิ่งโทรมาแล้วผมได้รบสาย ผมถามว่าหายไปไหนมาน้องจึงเล่าให้ฟัง พอผมได้ฟังครั้งแรกก็เริ่มรู้สึกตกใจมาก ก็ได้แต่พูด แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรน้องเค้ามากนัก เพราะผมไม่ได้รักน้องเค้าและก็ไม่อยากผูกพันอะไรมากมาย ทั้งๆที่ยิ่งดีกับผมมากครับ หลังจากนั้นน้องยิ่งก็ไม่เคยมาหาผมอีก แต่ก็ดีใจ ในตอนแรกผมก็รู้สึกโล่งดีใจ คิดว่าน้องเค้าเลิกรักผมแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่ น้องยิ่งจะโทรมาหาผมตลอดถึงแม้ไม่ได้มาหาผม ไม่ใช่เลิกรักนะครับอาจจะเป็นเพราะว่าเตรียมตัวสอบแอดเข้ามหาวิทยาลัยมากกว่า แต่ผมสิไม่เคยคิดจะโทรหาหรือคิดจะโทรพูดคุยหรือให้กำลังใจน้องเลย แล้วน้องยิ่งก็หายจากผมไปประมาณ 3 เดือน แล้วก็โทรมาบอกผมด้วยเสียงเศร้าๆว่า "พี่ครับผมไม่ติดมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ ผมติดแม้ฟ้าหลวงครับ ผมคงวได้ค่อยได้เจอพี่อีกนานแน่เลยครับ" ผมบอกว่าน่าไว้ว่างๆเราก็ค่อยเจอกันก็ได้ พี่ไม่ไปไหนหรอก "ในใจผมก็แอบดีใจนิดๆที่จะได้ไม่ต้องติดหรือผูกพันกับใครมากมาย(เลวไหมผม T_T)
     และแล้วเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ ผมก็ไม่ค่อยได้เจอน้องยิ่งเลย โทรศัพท์ก็ไม่ค่อยได้คุยกับน้องเค้า จนกระทั่งผมอยู่ จบปี 4 แล้ว น้องเค้าโทรมาหาผม บอกว่าจะมากทม. ว่างไหมไปกินข้าวกัน หลังจากไม่เจอกันมาปีกว่าๆ ผมก็ตอบตกลง แล้วผมก็ได้ไปเจอน้องเค้าในลุกใหม่ที่ใครหลายคนที่เป็นแบบผมต้องชอบแน่นอนครับ ซึ่งน้องเค้าขาวขึ้น สูงขึ้น ไว้ผมยาว เวลายิ้มมีลักยิ้ม ทิ้งความน่ารักแบบเด็กๆหลายไปหมดเลย น้องยิ่งเล่าให้ฟังว่าได้ไปเป็นเชียร์หลีดเดอร์ของคณะด้วย ซึ่งตอนนั้นที่ผมนั่งกินข้าวกับน้องเค้าแทบยิ้มไม่หุบเลย ได้แต่คิดในใจว่าทำไมน้องเค้าน่ารักขึ้นอย่างนี้ ผมก็ได้แต่ทำตัวเก็ก วางฟอร์ม ไม่ให้น้องเค้ารู้ แต่ถึงอย่างไรผมก็ยังไม่ได้รักน้องหรือชอบน้องเค้าขึ้นมา ยังไม่คิดอะไรกับน้องเค้าเหมือนเดิม แล้วหลังเลิกกินข้าวเสร็จ เราก็กำลังจะแยกย้าย น้องเค้าก็ขอผมกอดอีกครั้ง แล้วบอกผมว่า "เราคงมีโอกาสได้เจอกันอีกนะครับ" ผมก็กลับไปเพียงว่า "โอเคครับ" แล้วน้องเค้าก็กลับห้อง ผมก็กลับหอ
        หลังจากวันนั้นผมก็ยุ่งๆวุ่นกับงานมากมายหลายอย่าง และผมก็ได้เปลี่ยนโทรศัพท์และเบอร์น้องยิ่งก็หายไป จึงเป็นเหตุให้เราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนกระทั่ง 3 ปีแล้ว ผมมีคนที่เปลี่ยนเวียนเข้ามาได้รู้จัก ส่วนใหญ่จะรักก็จากภายนอก และผมคนที่ผมเลือก พอสุดท้ายไม่ใช่ก็เลิกกันไป แต่สำหรับน้องยิ่งไม่ใช่ น้องยิ่งเค้ารักผม ผมสัมผัสกับสิ่งที่น้องเค้าให้ผมได้แต่มันก็เป็นในวันนี้ ตอนนี้ ซึ่งน้องเค้าไม่ได้อยู่กับผมแล้ว มันคงเปรียบเหมือนว่า เวลามีของดีอยู่ใกล้ๆตัวคนเราไม่เคยสนใจหรือใส่ใจในสิ่งนั้น แต่พอเวลามันหายจากเราไปกลับรู้คุณค่ามัน ทีนี้ต่อให้เรียกร้องตะโกนหรือกู่ก้อง มันก็คงอยากที่จะกลับมาเป็นของเรา ไม่รู้ทำไมเวลาผมรู้สึกท้อแท้อะไรขึ้นมา ผมจะนึกถึงภาพน้องเค้า มาก่อนเป็นคนแรก ทั้งๆที่น้องเค้าไม่ใช่รักแรกของผม หรืออาจจะเป็นเพราะว่าสิ่งที่น้องยิ่งทำให้ผมมันคือรักผม ถึงผมจะไม่เคยรักน้องเค้าเลยก็ตามในก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า รักคนที่เค้ารักเรา มันดีกว่าคนที่เรารักหลายเท่า เพราะเค้ายอมให้เราได้ทุกอย่าง เค้าให้ด้วยใจที่ไม่เคยหวังอะไร เค้าไม่เคยทำให้เราผิดหวัง มีแต่เราแหละครับที่ทำให้เค้าผิดหวัง  มันคงเปรียบเหมือนว่า เวลามีของดีอยู่ใกล้ๆตัวคนเราไม่เคยสนใจหรือใส่ใจในสิ่งนั้น แต่พอเวลามันหายจากเราไปกลับเพิ่งรู้คุณค่ามัน ทีนี้ต่อให้เรียกร้องตะโกนหรือกู่ก้อง มันก็คงอยากที่จะกลับมาเป็นของเราดังเดิม คือตอนนี้ผมได้แต่ภาวนาให้น้องเค้าติดต่อกลับมา แต่มันคงเป็นไปได้ยาก และมันคงเป็นการยากยิ่งกว่าที่ผมจะติดต่อน้องเค้ากลับไป เพราะตอนที่น้องเค้าอยู่กับผม ผมไม่เคยให้ความสำคัญ ใส่ใจอะไรในตัวน้องเค้าเลย เฟสก็ไม่แอด เมลล์ก็ไม่มี ชื่อจริงที่อยู่ก็ไม่รู้ เรียนคณะอะไรก็ไม่ทราบ ที่รู้ตอนนี้ก็เพียง น้องเค้าชื่อ "ยิ่ง" เรียนที่ แม้ฟ้าหลวง และอยู่บ้านจังหวัดตรัง ที่ผมมาตั้งกระทู้นี้ไม่ใช่อยากให้น้องเค้ากลับมารักผมเหมือนเดิม รู้ว่ามันไม่มีทางแน่นอน แต่ผมอยากคุย อยากถามว่าน้องสบายดีไหม เป็นไงบ้าง มีคนรักแล้วหรือยัง แล้วอยากจะพูดว่าขอโทษ อภัยให้ผมนะ ถึงแม้สุดท้ายน้องพูดจาทำร้ายผม ผมก็ยอม เพราะผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมทำกับน้องเค้าไว้มันเลวมาก แต่เพียงขอให้ผมได้คุยกับน้องเค้าได้ยินเสียงน้องเค้า ได้รู้ว่าเค้ายังมีตัวตนอยู่ สุดท้ายจะเป็นยังไงผมไม่สนแล้วครับ ขอเพียงให้น้องเค้าได้รับรู้ว่า 3 ปีนี้ ผมอยู่อย่างทรมานมาก ด้วยคำว่า "คิดถึง" ครับ

ปล.ช่วยแชร์เรื่องของผมหน่อยนะครับผม ผมอยากติดต่อน้องเค้าจริงๆครับ อย่างน้อยๆขอได้แค่เอ่ยคำ "ขอโทษ" ก็ยังดีครับ

จากคนเพิ่งรู้ว่ารักยิ่งนะ แม้จะสายไปก็ตาม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่