ขอความคิดเห็นกับเพื่อนๆครับ หนุ่มไทยในต่างแดนที่ไม่เคยมีครอบครัวที่อบอุ่น!! มีปมด้อยเป็นตราบาป!!

กระทู้คำถาม
คือว่าผมเป็นคนกำพร้าครอบครัวคับ  ผมจึงสอนตัวเองมาเสมอว่าถ้ามีครอบครัวจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนมีความสุข!

ผมมาอยู่ที่เยอรมันตั้งแต่อายุสิบสองคับ และก่อนมาได้รู้จักผู้หญิงคนนึ่งนะตอนนั้นก็แค่เด็กคับไม่ได้คิดอะไรมาก  แต่นะปัจจุบันเขากลายมาเป็นแม่ของลูกผมทั้งสองคนคับ และผมก็รักเขามากๆๆอยากจะทำทุกอย่างให้เขา ไม่ให้พวกเขาขาด ไม่ให้เขาต้องทุกข์

ผมมาอยู่ที่นี่ก็ตอนอายุสิบสองสิบสามแล้วเรียนอะไรไม่ได้มากหรอกคับ ผมเรียนจบ ม สามที่นี่ และ ต่อสายอาชีพเลย ในระหว่างที่เรียนสายอาชีพผมได้ไปแต่งงานเอาคนรักของผมขึ้นมาอยู่ด้วยกันที่นี่ เรารักกันมากคับผมจะไม่ทะเลอะกับเขาเลย เวลาผ่านไปหนึ่งปีผมเรียนจบได้ทำงานบริษัทที่ดี และการเรียนจบกับความรักมันก็มาพร้อมๆกันคับคือว่าวันที่ผมได้รับข่าวว่าเราเรียนจบแล้วทำได้แล้ว หลังจากนั้นไม่ถึงอาทิตย์ ภรรยาผมก็มีข่าวดีคับ คือเธอกำลังจะมีลูกให้ผม มันเป็นอะไรที่วิเศษมากๆนะเวลานั้น ทุกอย่างราบรื่นดี จนเราได้ลูกสาวที่น่ารักมากๆ ผมดีใจจนน้ำตาไม่มีเลยคับ ปลื้มสุดๆๆ ช่วงปีนี้แหละเมื่อมีลูกผมก็เริ่มคิดที่จะสร้างทุกอย่างให้มั่นคง มีคนเขาชวนไปหุ้นเปิดร้านอาหาร มันเป็นช่วงที่ผมกำลังจะสร้างพอดีคนที่บ้านห้ามเท่าไรก็ไม่ฟังผมคิดแค่ว่าทุกคนจะต้องไม่ลำบาก ตั้งแต่เริ้มเปิดร้านมาผมก็ยังทำงานที่บริษัทเหมือนเดิมร้านก็เป็นชื่อผมคนเดียวคับ ผมก็ไม่ค่อยมีเวลาให้ที่บ้าน เริ่มจะคุยกันไม่ได้นาน แต่ผมจะคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่าต้องทำให้ได้แล้วทุกอย่างจะดีเอง เวลาผ่านไปลูกสาวอายุได้ สองขวบครึ้ง เราก็กำลังจะมีสมาชิกใหม่คับ ดีใจคับนานแหละไม่มีเรื่องดีๆเข้ามาในบ้านเลยคิดว่าอะไรมันต้องดีขึ้นแน่ๆ    แต่มันตรงกันข้ามคับ เมียผมเริ่มไม่คุยกับผม ผมก็ไม่กล้าคุยกับเขาเห็นเขากำลังท้องไม่อยากจะทำให้อารมเขาไม่ดี เราเลยดูเริ่ม ห่างเหินกันมากๆๆ มาช่วงๆต้นปี 2013 ผมเจอปัญหาใหญ่อย่างจังคับร้านอาหารที่หุ้นกันทำ กำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย และผมคนเดียวที่ล้ม นะตอนนั้นไม่กลัวคับใจยังสู้  ผมก็เล่าให้คนที่บ้านฟังแต่เล่าไม่หมดคับไม่อยากให้ใครต้องมาคิดมากกับผม เมียผมอีกสามเดือนก็จะคลอดแล้ว  ระยะนั้นผมแทบจะไม่ได้เข้าบ้านคับผมต้องวิ้งแก้ปัญหา แต่มันเป็นกรรมหรืออะไรไม่รู้คับ มีข่าวไปถึงเมียผมอีกว่าผมมี หญิงอื่น ทำให้ผมจะหมดแรงไปเลยคับ ผมก็ค่อยๆอธิบายให้เข้าใจว่าไม่ใช้ไม่จิง สาบานนะ ทำทุกอย่างคับเขาไม่เชื่อเลย แต่นะเวลานั้น ผมจะมาห่วงแต่ง้อเมียไม่ได้คับผมต้องมีอะไรทำอีกเยอะเลยไม่มีเวลาคุย ผมก็ลืมไปแล้ว
จนเมียผมคลอดลูกชายที่น่ารักมาให้ผมชื่นใจได้อีกคนมันเหมือนเป็นกำลังในการสู้ชีวิตอีกเยอะเลยคับ
ผมก็ดำเนินเรื่องของผมมาเรื่อยๆงานที่บริษัทผมก็ต้องทำหยุดไม่ได้คับคิดอย่างเดียวคือ ทำเพื่อคนที่เรารักทำเพื่อครอบครัว
แล้วหนี้ที่ผมต้องจ่ายมันเยอะเกินกำลังที่ผมจะจ่ายไหวผมเลยต้องยอมล้มคับแต่ผมกับแฟนได้แต่งงานกันถูกต้องทุกอย่างผมกลัวเขาจะต้องมาใช้หนี้ด้วยและต้องล้มไปกับผม ผมเลยบอกให้เขาไปเดินเรื่องหย่าชัวคราวคับ ( ความคิดตอนนั้นไม่อยากให้เขาต้องมาทุกด้วย)
เขาก็ทำตามคับ เวลาผ่านไป อะไรก็ดูเหมือนจะแย่ลง แต่มีข่าวดีก็คือ เราไม่ต้องหย่ากันผมสามารถรับผิดชอบทุกอย่างคนเดียวได้ โล่งอกคับ

เรื่องผมล้มก็ยื่นศาลไกล้จะจบอยู่แล้วเชียว มันก็มีเรื่องขึ้นมาอีก สังคม คนไทยที่นี่มันแคบคับ คุยได้คุยไม่รู้เรื่องจิงไม่จิง มีข่าวเรื่อง หญิงขึ้นมาอีก เรื่องที่ผมถูกโกงจนล้มอีก มันทำให้ผมรู้สึกผิดมากๆคับที่ทำให้คนในครอบครัวมีความทุกและผมคนที่จะเป็นหัวหน้าคือตัวปัญหา ผมคิดอยู่หลายวันจะเอาอย่างไง จะอภัยให้ตัวเอง จะทำให้ครอบครับมีความสุขอีกได้อย่างไร ผมคิดเองคนเดียวตลอดคับไม่เคยปรึกษาใคร เพราะผมคิดว่า (ตั้งแต่เกิดมามันก็ทำให้ผมรู้แล้วว่าผมจะเป็นผู้นำที่ดีให้ครอบครับ) (จนมาถึงวันนี้มันตรงกันข้ามหมดเลยคับ)
ช่วงเดือน กันยา ผมตันสินใจออกจากบ้าน ออกจากงานบริษัท ไปอยู่ที่อื่นเพื่อไม่ให้คนในครอบครับต้องเป็นทุกตามผม ( ลืมบอกไปว่าที่บ้านผมไม่ได้อยู่แค่ ผม แฟน และลูกๆนะคับ ยังมี น้องสาว อายุยี่สิบสอง น้องชายอายุ สิบแปด แม่ และ แฟนแม่คับ อยู่กันหลายคนเลยคับ ผมไม่ได้ไปแล้วทิ้งให้แฟนและลูกๆอยู่แบบลำพัง )  ผมไปแรกๆก็ไม่ได้ไปไกลคับยังอยู่ไกล้ๆคอยฟังข่าวครอบครัวไปก่อน พอได้สักพักผมก็ตัดสินใจไปสงบจิตรสงบใจและคิดหาทางออกคับไปไกลพอสมควร ( จำไว้นะคับเราคนไทยจะอยู่ที่ไหนก็จะมีวัดที่คอยเป็นครูสอนทุกวิชา)
ผมหายไปเกือบสามเดือนไม่เคยบอกความจิงกับใครว่าไปอยู่ที่ไหน โกหกไปเรื่อยๆคนอื่นจะได้สบายใจ  แฟนผมเขาคงจะรักผมมากและคิดว่าผมไม่รักเขาแล้ว เขาตัดใจและยืนยันจะให้ผมหย่ากับเขาให้ได้ ผมเสียใจมากเลยยังไม่กล้ากลับบ้านจนเวลาผ่านไปผมทนไม่ไหว ลูกๆก็กลับไปเที่ยวไทยกันหมดแล้ว ตั้งใจจะกลับมาขอโทษแฟนและทุกๆคนในบ้านพร้อมที่จะสู้ต่อไปต่อสู้กับความจิง

กลับมาถึงบ้านวันที่ 22.12.2013 ผมเข้ามาในบ้านมันเป็นอะไรที่แปลกๆมากคับเงียบสนิทไม่เหมือนตอนที่ผมออกไปเลยมีแต่เสียงเด็กเสียงผู้ใหญ่ ผมก็รู้สึกหดหู่มากๆคับ ผมเดินเข้ามาไม่เจอใครนอกจากแม่กับแฟนแม่ผมทักแล้วก็เข้าห้องนอนหลับไปเลยคับ ตื่นขึ้นมาอีกทีแฟนผมกลับมาจากทำงานเขาตะโกนใส่ผมว่า คุณไม่มีสิทธ์มานอนบนที่นอนของฉันนะค่ะ ใจผมนะตอนนั้นไม่รู้ไปอยู่ไหน ผมท่องไว้ในใจเสมอก่อนเข้าบ้านคือ สงบ สงบ ใช้ สติๆๆๆ  แล้วเขาก็บอกให้ผมลุกไปนอนห้องน้องสาว ผมก็ลุกไปแบบสงบไม่พูดแม้แต่คำเดียว ผมต้องร้องให้จนได้พอเดินเข้ามาในห้องน้องผม  นะตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออกมีแต่ธรรมะคับที่ช้วยให้ใจผมดีขึ้นมาได้
อยู่มานานเข้าผมเริ่มปรับตัวคุยกับเธอเล่าอะไรให้ฟังแต่เหมือนเธอจะตัดใจจากผมแล้วจิงๆ (เขายืนยันคำเดิมคือต้อง หย่า ) ผมได้แต่คิดว่าทำไมเราก็ทำดีกับเขามาตลอดไม่เคยชวนทะเลอะ ไม่อยากให้มีทุก ทั้งรักทั้งห่วง ผมคิดๆๆจนผมฟิวขาดอาราวาด เอาความดีของตัวเองมาพูดตะโกนใส่เขาเอาเรื่องที่เขาทำไม่ดีที่ผมให้อภัยเขาทุกอย่างมาพูด ตอนนั้นผมเหมือนคน บ้า ไม่มีผิดคับ แล้วผมก็หันมาสวดมนต์ ฟังธรรมะ เช้าเย็น จน เวลาผ่านไปเรื่อย วันปีใหม่ผมก็ ขอโทษทุกคน ทั้งแม่ผม และ แฟนผม คนที่ให้อภัยคือแม่ แต่แฟนผมถึงเขาจะร้องให้ไปกับผมแต่ความรู้สึกผมมันก็บอกว่าเขาไม่เหมือนเดิมแล้วจิงๆ เขาบอก ยกโทษให้ เขาใจแล้ว รู้แล้วว่าสำนึกผิด เริ่มต้นใหม่กับปีใหม่นะ และเขาก็ตบท้ายที่เจ็บสุดๆคือ เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน เป็น พ่อและแม่ที่ดีของลูก ไม่ได้ตายจากกันสักหน่อย พอได้ยินคำพวกนี้ผมอยากจะตายไปพร้อมกับปี2013เลยคับ แต่ผมก็ใจแข็งนั่งอยู่กับเธออีกนานคุยและขอโทษอีกหลายคำ (ไม่มีประโยคจิงๆคับ มันทำให้ผมรู้สึกท้อมากๆที่สุดเลยคับ ถูกฟ้องล้มทลาย ตกงาน ยังไม่ท้อเท่ากับการที่จะต้องมาเสียคนรักโดยตัวเองที่คิดผิดเลยคับ มัน เจ็บจิงๆ) ปีใหม่เขามาผมสัญญากับตัวเองว่าจะต้องทำทุกอย่างเพื่อชนะใจเธอให้ได้เพื่อครบครัวที่ผมฟันไว้ แต่ผมก็ไปงี่เง่าใส่เขาจนได้ผมเลยต้องกลับมาร้องให้อีกตามเคย มาถึงวันที่04.01.2014คืนนี้มันเหมือนมีอะไรมาเอาความมึดออกจากใจผมไปภายในไม่ถึงหนึ่งนาที ผมมานอนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาทำไมชีวิตผมต้องมาล้มเหลวแบบนี้ทั้งๆที่ผมก็ตั้งใจทำทุกอย่างให้ดี รักเดียวใจเดียว ไม่หูเบา อยู่แต่กับงาน รู้จักให้อภัย นี่คือข้อดีที่ผมคิดมาตลอด
แล้วข้อเสียขอตัวเองล่ะผมเคยคิดบ้างไหม? ไม่คับ คืนนั้นอยู่ดีๆผมก็นอนคิดถึงข้อเสียบ้าง เชื่อไหมคับ ผมคิดไปร้องให้ไป จดออกมาเป็นตัวหนังสือถึงข้อเสียที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ มันเจ็บมากกว่าคำบอกลาของคนรักหลายเท่า เพราะผมคิดถึงแต่ตัวเองมาตลอด มาฟังข้อเสียที่ผมคิดได้นะคับ:  อย่างที่บอกนะคับผมโตขึ้นมาแบบไม่มีครอบครัว ไม่มีพื้ฐานของครอบครัวที่อบอุ่น เลยเป็นปมด้อยทำให้ผมคิดอยู่สิ่งเดียวคือต้องรักษาความรักของครอบครัวให้ได้จะไม่มีคำว่า แตกร้าว คิดได้แบบคนเคยขาดไงคับ  ผมเลยไม่ค่อยปรึกษาใครเมื่อเจอปัญหาเพราะคิดว่าที่ตัวเองผ่านมามันมากพอแล้ว คิดว่าตัวเองเข้มแข็ง มีความรับผิดชอบ เป็นผู้นำได้แล้ว จาก ปอมด้อยของตัวเอง
ผมก็คิดๆ จากเด็กทำไมคนใหญ่ที่บ้านเขาถึงชอบให้เราทำนู้นทำนี้ ทำเป็นตัวอย่างให้น้องคนนู้นน้องคนนี้ คือเขารู้ว่าเราขาดอะไรและเขากำลังจะสอนเราให้เป็นผู้นำที่ดีตั้งแต่เด็กๆมันอยู่ที่เราจะใช้เป็นไหม ที่โรงเรียนชอบให้เราเป็นหัวหน้าห้อง ชอบให้เรารับหน้าที่อะไรที่มันยากๆ ที่นี่เขาก็ให้สิ่งที่เราไม่มีเหมือนคนอื่นเหมือนกันคับ ผมยิ้งคิดมันก็เรื้มจะสว่างขึ้นมาเรื่อยๆๆๆๆ
คิดจนมาอยู่กับแม่ที่นี่ ทำไมเขาสอนให้เราอดทน ทำงาน สู้ชีวิต ตั้งแต่มาเยี่ยบที่นี่วันแรก เพราะชีวิตเรามันต้องสู้และอดทนทาตั้งแต่จำความได้ ทุกอย่างที่ผมถูกสอนมาถึงนะตอนนี้ผมไม่เคยติดถึงเลยคับ ผมคิดว่าตัวเองแน่ที่โตมาแบบเด็ดเดียว คือความคิดที่ผิดๆคับ
และผมกลับไปคิดถึงประโยคหนึ่งของแฟนผมคือ เขาต้องการ หัวหน้าครอบครัวที่ เข้มแข็ง หนักแน่น ดูแลเขาและลูกๆไปตลอดชีวิต นี่คือคำพูดที่ทำให้ผมคิดถึงข้อผิดของตัวเอง

อยู่กินกันมามีลูกด้วยกันสองคนผมคิดแค่ว่าผมรักเขามากและจะต้องทำทุกอย่างไม่ให้เขาลำบากนี่คือความคิดที่ออ่นแอคับ  เพราะ ถ้าผมไม่คิดมาก....ว่า (กลัวเขาจะลำบากแล้วครอบครัวจะมีปํญหาแตกแยก) ผมจะต้องกล้าสู้กับความจิงตั้งแต่ต้นคือ ผมจะต้องพาเขาย้ายบ้านออกไปอยู่กันแบบครอบครัวที่แท้จิง ไม่ใช้มาอยู่กับรวมกันที่บ้านแม่ผมอย่างนี้ อยู่แบบสบายไม่ลำบากผมก็ทำแต่งานไม่คิดห่วงมากเพราะที่บ้านคนเยอะ แต่ถ้าเราออกไปอยู่ด้วยกันแบบครอบครัว (ผมไม่เอาชีวิตอดิตของผมมาทำให้กลัว) เราจะรู้จักคำว่ารักแบบครอบครัวมากกว่านี้ ผมจะรู้สึกห่วงใย เป็นห่วง ดูแลเอาใจใส่มากกว่านี้ เมื่อเจอปํญหาผมก็จะไม่คิดมักง่ายปล่อยให้เธอต้องอยู่เหมือนตัวคนเดียวทั้งๆที่คนก็เต็มบ้าน แต่คนที่เธอรักและเป็นห่วงที่สุด คือ พ่อของลูก ที่หายไปไหนไม่รู้ ผมเอา ปมด้อย ของตัวเองมาทำทุกอย่างให้พังลงไปเพราะไอ้ประสบการณ์ที่คิดว่าตัวเองผ่านอะไรมามากกว่าคนอื่นบนโลกใบนี้แหละคับ ผมนอนคิดไปน้ำตาผมมันก็ไหลไป ทำไมผมมันถึง เลว ชั่ว ไม่มีหัวใจ เห็นแก่ตัว คิดถึงตัวเองมาตลอด มันทำให้ผมเสียใจที่สุดจิงๆคับ
   รุ้งเช้ามาผมรีบไปพูดความในใจสิ่งที่ผมคิดเมื่อคืนให้เธอฟัง เธอดีใจมากที่เห็นผมคิดได้ผมรู้สึกว่าตัวเองเอาภูเขาออกไปหมดแล้ว ผมบอกเธอไปว่าขอโทษนะ ที่ผ่านมาผม เห็นแก่ตัวจิงๆ ผมเอาปมด้อยและความกลัวของตัวเอง  มาทำร้ายครอบครัวที่ผมรัก ตอนนี้ผมคิดได้แล้ว
ผมจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ จะทำในสิ่งที่ผมกลัว จะทำในสิ่งที่หัวหน้าครอบครัวต้องทำจิงๆ ไม่ใช่เอาแต่ กลัวอดีตจะช่ำรอยจน กลายเป็นอาวุธที่ไกล้ตัวเราที่สุด  ผมคุยกับเธอตั้งแต่เข้ายังบ่าย พากันขนลุกว่าผมคิดได้ไง ผม เจอทั้ง ปัญหา ถูกฟ้องล้ม ตกงาน ครอบครัวกำลังจะแตก แต่พอผมคิดถึงข้อผิดของตัวเองได้ผมก็มีทางออกกับทุกๆปัญหาจิงๆคับ มีกำลังใจดีนะคับ
แต่ยังมีอยู่หนึ่งเรื่องอยากจะถามเพื่อนๆคือ  แฟนผมถึงอย่างไงเขาก็ยืนยันที่จะหย่ากับผมอะคับ แต่เขาจะอยู่กับแม่และน้องๆของผม ส่วนผมออกไปสู้ชีวิตข้างนอกคือหาเช่าบ้านอยู่ติดๆกันเพื่อลูกๆ ผมขอเวลาก่อนเขาก็ไม่ยอมจะหย่าอย่างเดียว คิดว่าถ้าผมเปลี่ยวตัวเองได้พิสูทร์ให้เขาเห็นแล้วว่าผมต้องการเขาและครอบครัวจิงๆ เราจะมีสิทธ์กลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิมไหมคับ?
เขาบอกว่าเหตุผลที่เขาหย่าคือ ไม่ได้โกรธหรือเกลียจอะไรแต่ ง่ายๆเลย คือ ไม่ได้รักแล้ว พูดแบบนี้ผมจะพอมีความหวังไหมคับ
ผมคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปไหมคับที่คิดว่าถ้าผมพิสูทร์ตัวเองได้ต้องชนะใจเขาได้จิงๆ
!!!!!ผมขอพูดแบบคนเคยคิดผิดทำผิดนะคับ อย่าคิดว่าปมด้อยของตัวเองเป็นสิ่งที่จะเข้ามาเป็นหลังยืนของคุณและครอบครัว เราควรที่จะเอาปมด้อยมาใช้เตือนใจในการใช้ชีวิตและอย่ากลัวว่าปมด้อยอั้นนั้นมันจะมาเกิดกับคุณและครอบครัวอีกถ้าคุณรักและต้องการครอบครัวที่อบอุ่นจงพากันสู้และสู้ไปพร้อมๆกันไม่มีคนรักที่ไหนกลัวเหนื่อยเพราะครอบครัวแน่นอนคับ อย่าทำ อย่าคิดแบบผมเลย ตอนนี้ก็หวังแต่ธรรมะที่จะทำให้ใจผม สงบ และ สู้อย่างมี สติ ปัญญา หวังว่าคนที่มันผิดโดยที่ไม่รู้ตัวอย่างผม แต่ก็ยอมรับนะคับว่าผิดจิงๆ คงจะมีโอกาสจาก เธอผู้แสนดี ผมจะทำทุกอย่างเพื่อครอบครับ !!!!!!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่