มีพนักงานที่บริษัทอยู่หนึ่งคน น้องคนนี้ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ เรียนเสาร์อาทิตย์ บริษัททำงานจันทร์ถึงศุกร์ เวลาเข้างาน 8.30ถึง17.00 หน้าตาค่อนข้างดี อาชีพเสริมเป็นพริสตี้ เราก็สงสารเห็นว่าตอนสัมภาษณ์บอกบ้านไม่ค่อยจะมีกินยังเรียนไม่จบต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง เลยรับเข้าทำงาน เงินเดือนก็ให้หมื่นกว่าบาทเรทเดียวกับปริญญาตรีเลย พอทำงานเดือนแรกก็ดีๆอยู่ พอเดือนที่สองเริ่มลางานบ่อย มาสาย อยากจะเอาออกแต่สงสาร ก็ให้ทำงานไปเรื่อยๆ แล้วก็มาสาย ลาหยุดบ่อยตามเคย ตักเตือนก็หลายครั้ง ก็ทำเหมือนเดิม ล่าสุดก่อนหยุดปีใหม่ เดือนธันวาคมมีวันหยุดเยอะ คุณเธอไม่มาทำงานโทรมาบอกพนักงานด้วยกันเองให้มาบอกว่ากลับจากต่างจังหวัดไม่ทัน ก็โมโหเหมือนกันนะคะแต่ทำอะไรไม่ได้สุดท้ายพอเปิดปีใหม่มา เค้าคนนี้โทรมาบอกกลับจากต่างจังหวัดไม่ทันอีกแล้ว สุดท้ายวันที่6 โทรมาบอกว่าไม่ทำแล้วลาออก จึงบอกให้พนักงานท่านหนึ่งโทรไปบอกให้เอากุญแจกับบัตรเข้าออฟฟิตมาคืนแล้วมาเขียนใบลาออกแล้วเคลียงานค้างให้ท่านอื่นให้เรียบร้อย พอเค้าเข้ามาที่ออฟฟิตเค้าบอกว่างานที่ค้างตอนก่อนปีใหม่มันยังไม่ได้ทำสักอย่าง เสียแรงที่สงสารเห็นว่ายังเรียนไม่จบเลยรับไว้ทำงาน ไม่มีความรับผิดชอบอย่างแรง เข็ดเลยค่ะ ต่อไปจะไม่สงสารคนที่ไม่จบแระ หักเงินสักบาทก็ไม่เคยหัก คนดีๆที่อยากทำงานหาเลี้ยงตัวยังมีอีกมาก แต่บอกตามตรงเจอแบบนี้เข้าไปบริษัทเสียหายไม่รู้จะบรรยายยังไง เป็นบทเรียนบริษัทเลยจริงๆ
ขอระบายทีเถอะค่ะ