[Manchester United] ความพ่ายแพ้ในบ้านต่อสเปอร์ส 2 ฤดูกาลติดและเตรียมความพร้อมศึกเอฟเอคัพ

สถิติการเจอสเปอร์สของแมนยูในยามเล่นที่โอลด์แทรฟฟอร์ดสองฤดูกาลติด นับว่าผิดหวังพอสมควร เพราะปีก่อนก็แพ้ไปในยุคที่
โบอาสนำทีมมาชนะไป 2 - 3 และต่อมาปีนี้ที่สเปอร์สเพิ่งปลดโบอาสไป ได้เชอร์วู้ดมาคุม ใครต่อใครต่างพากันคิดว่าสเปอร์สแพแตก
แน่นอน ไป ๆ มา ๆ เชอร์วู้ดกลับนำนักเตะที่ถูกโบอาสมองข้าม ไม่ว่าจะเป็น อเดบายอร์ เอเตียน กาปู หรือแม้แต่ ฟรายเออร์ส ได้สัมผัส
สนามและก็เป็นอเดบายอร์ที่เป็นตัวทีเด็ดจริง ๆ ที่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะในพรีเมียร์ลีค ติดต่อกัน 3 นัดรวด เรียกได้ว่าทำได้ดีมาก ๆ
ซึ่งแมตซ์ล่าสุดในพรีเมียร์ลีคก็คือ การมายัดเยียดความปราชัยถึงถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดให้กับปีศาจแดง และนับเป็นความพ่ายแพ้คาบ้าน
ในพรีเมียร์ลีคเป็นนัดที่ 4 เข้าให้แล้ว (เวสต์บรอมวิช, เอฟเวอร์ตัน, นิวคาสเซิล และล่าสุดสเปอร์ส) เรียกได้ว่าเป็นงานปาร์ตี้ปีใหม่ที่กร่อย
อย่างแท้จริง สร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลรวมทั้งผมไปเลยในคืนนั้น และอาจจะเรียกได้ว่า น่าจะเป็นแมตซ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนของ
พรีเมียร์ลีคในฤดูกาลนี้ของปีศาจแดงเลยก็ว่าได้ เพราะก่อนแข่งหากชนะได้น่าจะเป็นการต่อระยะให้ได้ลุ้นแชมป์แบบลึก ๆ ได้อยู่
แต่พอผลปรากฎออกมาว่า แพ้ก็แทบจะม้วนเสื่อได้เลยสำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีคประจำปีนี้ของปีศาจแดงครับ เฮ้อ ก็น่าเสียดาย
น่ะครับในฐานะแฟนบอลที่เชียร์กับฟอร์มการเล่นที่เล่นได้ดี ครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ แต่การเข้าทำไม่ดีเลย จังหวะการทำประตูของ
มอยส์ในปีนี้ต้องปรับปรุงเป็นการด่วนจริง ๆ ครับ เพื่อฟอร์มการเล่นที่ดียิ่งขึ้น ปีนี้ขอแค่ได้ลุ้น ได้เชียร์ทีมแมนยู ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดี
และเล่นมันส์ ๆ ก็พอแล้วครับ



ทีนี้เมื่อมามองดูฟอร์มการเล่นในแมตซ์ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการกลับมาลงสนามพร้อมกันทั้งคู่ของรูนีย์และคาร์ริคสร้างปัญหาให้แมนยู
พอสมควรอย่างที่ผมคิดไว้ก่อนจริง ๆ ครับ นั่นเป็นเพราะว่าก่อนหน้าในช่วงที่คาร์ริคเจ็บนั้น บทบาทของรูนีย์จะได้รับให้ทำหน้าที่ลงมา
ล้วงลูกเพื่อจ่ายออกไปทำเกมบริเวณต่าง ๆ ในแดนหน้า ซึ่งรูนีย์ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี และทำให้เกมรุกของทีมดูน่าสะพรึงและเดินเกม
ได้ต่อเนื่องดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่พอที่คาร์ริคหายเจ็บได้ลงมาเล่นกับรูนีย์ จริง ๆ ถือได้ว่ามาแบ่งเบาหน้าที่ของรูนีย์ไปพอสมควรเลย แต่กลายเป็นว่า
คาร์ริคลงมาส่งผลกระทบต่อฟอร์มและความเข้าใจเกมของทั้งรูนีย์และเคลฟเวอร์ลี่ไปเต็ม ๆ ครับ เพราะรูนีย์ยังคงชอบและอยากจะลงมา
ล้วงลูกอยู่ทำให้รูนีย์ไม่ขึ้นหน้าไปรอบอลหรือรับบอลที่คาร์ริคจะชอบจ่ายไปให้สวย ๆ หลายคน ซึ่งในเกมนี้ก็มีจังหวะของคาร์ริคที่ชิพสวย ๆ
เข้าเขตโทษเหมือนกันครับ และกรณีเคลฟเวอร์ลี่เมื่อมีคาร์ริคมา เคลฟแทบจะกลายเป็นส่วนเกิน ไม่มีประโยชน์ไม่ค่อยได้บอลเลย นั่นเป็น
เพราะว่าปกติสไตล์เคลฟจะเป็นพวกทำชิ่งแล้ววิ่งหาพื้นที่ว่างคอยรับบอลตลอดซึ่งเป็นส่วนที่เคลฟทำได้ดีและทำให้เกมเดินไปข้างหน้าได้
แต่พอมีคาร์ริค ซึ่งจะเล่นเน้นชัวร์และช้าทำให้ทีมเราไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเคลฟเวอร์ลี่ในตรงจุดนี้ได้ จึงส่งผลให้เกมวันนั้นทีมเรา
มีการเดินเกมที่ช้า แม้จะขึงเกมบุกไว้ได้ แต่กว่าจะเข้าทำในแต่ละครั้งก็ยากเย็นเหลือเกินครับ เพราะสเปอร์สก็ลงมาแพ็คเกมรับกันแน่น
หน้าประตูหมดแล้ว แถมสเปอร์สยังฉวยโอกาสโต้กลับจากการทำเสียบอลของยานาไซที่เล่นไม่ค่อยดีนักในครึ่งเวลาแรก และมาได้ประตู
ขึ้นนำจาก อเดบายอร์ที่วันนี้ในแดนหน้าของสเปอร์สนั้น อเดบายอร์ เล่นได้เด่นและพักบอลได้ดีส่งผลให้การโต้กลับของสเปอร์สมี
ประสิทธิภาพมาก ๆ ในวันนั้น สุดท้ายทีมเราก็แพ้ไปในวันนั้นอย่างที่รู้กันคือ 1 - 2



เรียกได้ว่าคงต้องให้เวลาในการปรับจูนกองกลางกันใหม่ครับ สำหรับการมีคาร์ริคกลับมา รวมทั้งเคลฟเวอร์ลี่ที่จะเหมาะกับแท็คติก 4-3-3
มากกว่า 4-4-2 โดยเฉพาะถ้ามีฟิลโจนส์คอยเก็บกวาดให้ แต่อย่างน้อยก็มีข่าวดีที่ตอนนี้ทีมได้ เจสซี่ ลินการ์ดกลับมาจากการไปเล่นแบบ
ยืมตัวที่เบอร์มิงแฮมแล้ว ก็หวังว่ามอยส์จะให้โอกาสได้ลงเล่นบ้าง แฟน ๆ แมนยูคงอยากเห็นการประสานงานของดาวรุ่งในอคาเดมี่ร่วมกัน
ไม่ว่าจะเป็น เวลเบ็ค ยานาไซ ลินการ์ด หรือแม้แต่เคลฟเวอร์ลี่ ที่นักเตะดาวรุ่งพวกนี้น่าจะถนัดและสามารถเล่นสไตล์ฟุตบอลยุโรปสมัยใหม่
ที่เน้นการทำชิ่งจ่ายบอลบนพื้นเป็นหลักด้วยครับ ก็อดทนและตั้งใจเชียร์กันต่อไปครับสำหรับแฟน ๆ กองเชียร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด



สำหรับเสาร์ อาทิตย์นี้ก็ถึงคิวการเล่นของฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง เอฟเอคัพกันแล้วนะครับ สำหรับทีมแมนยูก็มีคิวเตะในคืน
วันอาทิตย์ เวลา 23.30 น. นะครับ โดยจะเล่นกับสวอนซี ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด แน่นอนด้านแรงกระตุ้นและความกระหายในถ้วยใบนี้
สำหรับแมนยูฯ น่าจะมีอยู่เต็มเปี่ยมจนล้นออกมาแน่นอน เพราะทีมปีศาจแดงไม่ได้แชมป์เอฟเอคัพ มานานมากแล้ว แม้จะยังคงครอง
สถิติที่ได้รับแชมป์มากที่สุดก็ตาม และน่าจะยิ่งสำคัญมาก เพราะปีนี้เป็นปีแรกที่มอยส์มาคุมทีมปีศาจแดง การคว้าแชมป์ให้ได้เป็นลำดับแรก
จึงสำคัญมากสำหรับมอยส์ และคาดว่ามอยส์จะเอาจริงและจัดเต็มด้านตัวผู้เล่นแน่นอน แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลีมครับว่า ในคืนวันที่ 7 มกราคม
ทีมเรามีคิวเตะรอบรองชนะเลิศฟุตบอลถ้วยลีคคัพด้วยครับ กับซันเดอร์แลนด์ ที่สเตเดี้ยมออฟไลท์ครับ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่า
อาจจะพักผู้เล่นสำคัญที่ยังไม่ฟิตดีพอไว้ก่อน เช่น ข่าวก่อนหน้าที่จะพัก เวนย์ รูนีย์ และรวมไปถึงฟานเพอร์ซี่ ที่ยังไม่ฟิต คงยังไม่ได้รับ
โอกาสลงในคืนนี้ครับ สำหรับกองหลัง แว่ว ๆ ว่าจะได้เห็นริโอลงมาเล่นในคืนนี้ ซึ่งถ้าลงจริง ก็มีเครียดกันล่ะครับ เพราะกองหน้าของ
สวอนซีอย่าง วิลเฟร็ด โบนี่ ทั้งตัวใหญ่และแข็งแกร่งมาก ๆ



ถ้าให้ริโอได้โอกาสเล่นจริง ๆ คงลุ้นกันเหนื่อย และเป็นงานหนักของผู้รักษา
ประตูอย่างแน่นอน ไม่ว่าใครจะลง แต่คงเป็นเด เกอาเช่นเคยล่ะครับ (แม้ใจผมอยากให้โอกาส ลินเดการ์ด บ้างก็ตามครับ) สำหรับรายชื่อ
11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะได้รับโอกาสลงสนามในเกมนี้น่าจะเป็น ดังนี้ครับ

                                                         Lindegaard

                          Rafael                Vidic              Rio              Buttner

                                                     Fletcher
                                                          Carrick

                           Zaha                 Kagawa                 Young
                                                          Chicharito

ก็หวังว่าจะคว้าชัยชนะมาได้นะครับ ในแมตซ์นี้และสู้ ๆ กันต่อไปครับ David Moyes


ก่อนเกมส์เอฟเอ คัพ คืนนี้ เรามาย้อนประตูแห่งความทรงจำในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพกันดีกว่าครับ
กับลูกยิงสุดมหัศจรรย์ของบุรุษปีศาจแดงปกตั้งหมายเลข 7 เอริค คันโตน่า

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
เชียร์เอฟเอคัพกันให้สนุกนะครับ แฟน ๆ ปีศาจแดงทุกท่านครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่