นี่ไง!! ดูนางให้ดูที่แม่

พอดีเราไปเจอกระทู้นี้จาก FB มีคนแชร์กันมาเรื่อยๆ  ไม่ใช่เรื่องของเรานะเห็นว่า สมัยนี้สังคมเป็นแบบนี้จริงๆ   อยากให้ลองอ่านกันดูแต่ก็นานแล้วนะ สิงหา 2012 เราแอบคิดว่าพ่อแม่น้องจะรู้ตัวไหม ว่าสังคมคิดอย่างไรกับมารยาทแบบนี้  
----------------------------------------------------------------------------------------------

ณ แมคโดนัล เอสพลานาด รัชดา เวลา 20.25 น.

มีมนุษย์ 7 คน ที่ต่อจากผม กำลังยืนเข้าแถวเพื่อรอสั่งอาหารอย่างมีระเบียบหน้าเคาเตอร์ อยู่ๆก็มีเด็กนักเรียนมัธยมสาวน้อยหน้าใส พร้อมคุณแม่ที่แลดูมีฐานะ เดินมาพร้อมคนขับรถได้เข้ามาดึงเมนูจากด้านหน้าของผม ทั้งที่ผมยืนติดเคาเตอร์ไปเลือกดูอาหาร ทั้งที่มีป้ายไฟอันใหญ่อยู่ด้านบน (ผมพยายามไม่ใส่ใจกับมารยาททางสังคมของคนบางครอบครัว)

เมื่อผมสั่งครบ จ่ายเงิน ก็เดินถอยออกมารอพนักงานเตรียมอาหารให้ และเพื่อให้คนต่อไปได้ใช้สิทธิของตนที่ต่อจากผมในการที่จะได้ขยับตัวเข้ามาสั่งอาหาร

“สองแม่ลูก" ก็แทรกตัวไปพร้อมสั่งอาหารตัดหน้าคิวทุกคน  

>>>>> (สำหรับผมคือความอดทดในขั้นที่ 1)

พนักงาน : (พยายามพูดดี) เชิญท่านต่อไปตามคิวคะ
แม่ : (จ้องหน้าพนักงาน และโยนเมนูบนเค้าเตอร์) แล้วสะบัดตัวเองออกมา
ลูกสาว : อ้าว ทำไมละแม่ (และหันมาทางผม) นี่พี่สั่งเสร็จหรือยัง (น้ำเสียงเหมือนผมเป็นคนขับรถมัน)

>>>>> (สำหรับผมคือความอดทดในขั้นที่ 2)

แม่ : (ไปนั่งแล้วโวยวาย) โอ๊ย ทำไมพนักงานร้านนี้พูดจาไม่สุภาพเลย ไม่มีมารยาท แย่มาก
ลูกสาว : อ้าว ทำไมทำแบบนี้ละคะ (พยายามหันไปเหวี่ยงพนักงาน)

ขณะนั้นทุกคนที่ต่อแถว และผมพยายามทำเป็นไม่สนใจอะไร น้องพนักงานก็พยายามให้ปริการต่อโดยไม่ใส่ใจ

แม่ : อย่างนี้ต้องร้องเรียนละมั้ง มารยาทแย่ขนาดนี้ บริการลูกค้าได้ไง แย่มาก (บ่นเสียงดังชัดเจน)

>>>>> (สำหรับผมคือความอดทดในขั้นที่ 3)

ผม : (หลังจากทนมานาน และนับ 1-3 แล้วตามหลักการควบคุมตัวเอง) ใจเย็นครับ เค้าก็บริการกันอยู่ครับ ทุกคนก็ต่อคิวกันอยู่ครับ

แม่ : ชั้นจะด่าพนักงาน คุณมายุ่งอะไร ชั้นมีสิทธิ์
ลูกสาว : เค้าจะด่า ชั้นจะเหวี่ยงพนักงาน มายิ้มทำไม

>>>>> (สำหรับผมคือหมดความอดทดขั้นเกรงใจ)

ผม : ผมไม่อยากยุ่งหรอกครับ ถ้าคุณและลูกรู้จักมารยาททางสังคม คนเค้าต่อแถวกันอยู่นะครับ เห็นไหมครับ และผมก้ไม่อยากยุ่งอะไรด้วย เพียงแต่คุณไปโวยพนักงานและจะไปร้องเรียนเค้า ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่แย่ (เสียงผมรับรองว่าได้ยินทั้งร้าน)

ลูกสาว : อย่ามายิ้มคะ (หลุดสันดอนออกมา ไม่น่าแต่งชุดนักเรียนโรงเรียนดีๆให้เสียสถาบันเลย)

ผม : ถึงว่าครับ แม่มันเป็นอย่างนี้ ลูกมันถึงขนาดนี้ เลี้ยงกันดีจริงๆ คนเค้าดีๆทำงานตามหน้าที่เค้า ตัวเองเข้ามาทำสันดานแย่ๆ ยังจะไปหาเรื่องเค้า ไม่สงสัยเลยจริงๆคงไม่มีใครอบรมใคร ไม่มีใครเตือนใครจริงๆ (ผมหันไปบอกที่เค้าเตอร์) ไม่ต้องกลัวนะครับ มีใครร้องเรียนคุณ เดี๊ยวผมเป็นพยานให้ ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นพยานให้ได้ครับ แหมํทนไม่ได้จริงๆเวลาเจอคนเลวๆแบบนี้

แม่/ลูกสาว : (เดินหายไปมุมโต๊ะไกลๆ เหวี่ยง วีน เต็มที่)

ผม : (เดินกลับมาที่โต๊ะ กินอย่างสบายใจ แต่ก็แอบสังเกตุเห็นว่ามีการโทรศัพท์ตามคน แต่ที่เรารู้สึกคือคนขับรถรู้ดีว่าอีคู่นี้สันดานเป็นไง)

สักพักมีชายภูมิฐาน แต่งตัวดี ถ้าไม่เป็นข้าราชการระดับ C8 ขึ้นไป ก็คงเป็นผู้บริหาร บ.เอกชน มาที่โต๊ะ และแอบกระซิบกระซาบกัน ชี้ไม้ชี้มือมาที่ผม แต่ผมทำเป็นนิ่ง ไม่เห็น และทำงานต่อหน้า Notebook

ชายคนนั้น : (เดินปรี่มาที่โต๊ะผม)

ผม : (มองไว้ด้วยหางตา แสร้งเป็นไม่เห็น ไม่สนใจ) (แต่อยู่ในสายตาตลอด พร้อมตอบโต้ทันที)

ชายคนนั้น : (เดินเวียนไปวนมาที่โต๊ะผมไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง)

ผม : ( แกล้งลุกไปที่เคาเตอร์)

ชายคนนั้น : (เดินปรี่ตามเข้ามา)

ผม : (หันไปมองหน้าเล็กน้อย และบอกกับพนักงานว่า) ขอกระดาษทิชชู่หน่อยครับ ขอฝาปิดไอศกรีมด้วย

จากนั้นก็สถานการณ์ดีขึ้น ไม่มีใครกล้า ผมคิดอยู่ในใจถ้าวุ่นวายกะผม สนุกแน่ ......

เรื่องนี้สอนให้นึกถึงสุภาษิตโบราณประโยคหนึ่งว่า "ดูวัวให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่ หากสันดานแย่ๆ อาจยิ้มถึงยาย" ....... จบครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่