นักปราชญ์ท่านบอกว่า เมื่อความรู้สึกอย่างหนึ่งอย่างใดเกิดเช่นรู้สึก
ทุกข์ สิ่งที่เหมือนกันระหว่างปุถุชนและพระอริยะเจ้าคือรู้จักมัน แต่สิ่ง
ที่แตกต่างกันก็คือ ปุถุชนเกิดกระบวนการในใจให้เข้าใจไปว่า
ความรู้สึกนั้นเป็นของตน จึงเกิดทุกข์ขึ้นในตน แต่พระอริยะเจ้าทั้งหลาย
ท่านเห็นว่าความรู้สึกดังกล่าวมันมีการทำงานของมันเป็นอิสระจากท่าน
หาได้มีอันใดเกี่ยวข้องกับท่านไม่ มันเกิดขึ้นเองตามเหตุตามปัจจัย
มันตั้งอยู่ของมันเองตามเหตุตามปัจจัย แล้วมันก็ดับของมันเองตาม
เหตุตามปัจจัย ท่านจึงไม่ทุกข์
สำหรับปุถุชน จงสักแต่ว่ารู้ แล้วปล่อยเขาไปหรือเฉยๆไว้ ไม่ต้องไปข้อง
แวะหรือเต้นตามมัน เดี๋ยวมันก็ไป
นี้คือการปฏิบัติต่อความรู้สึกทุกข์ในใจ ส่วนปัญหา ถ้ามี ก็แก้ด้วยสติปัญญา
จึงเอามาฝากสำหรับผู้ทุกข์ร่วมโลก
วิธีกำจัดทุกข์
ทุกข์ สิ่งที่เหมือนกันระหว่างปุถุชนและพระอริยะเจ้าคือรู้จักมัน แต่สิ่ง
ที่แตกต่างกันก็คือ ปุถุชนเกิดกระบวนการในใจให้เข้าใจไปว่า
ความรู้สึกนั้นเป็นของตน จึงเกิดทุกข์ขึ้นในตน แต่พระอริยะเจ้าทั้งหลาย
ท่านเห็นว่าความรู้สึกดังกล่าวมันมีการทำงานของมันเป็นอิสระจากท่าน
หาได้มีอันใดเกี่ยวข้องกับท่านไม่ มันเกิดขึ้นเองตามเหตุตามปัจจัย
มันตั้งอยู่ของมันเองตามเหตุตามปัจจัย แล้วมันก็ดับของมันเองตาม
เหตุตามปัจจัย ท่านจึงไม่ทุกข์
สำหรับปุถุชน จงสักแต่ว่ารู้ แล้วปล่อยเขาไปหรือเฉยๆไว้ ไม่ต้องไปข้อง
แวะหรือเต้นตามมัน เดี๋ยวมันก็ไป
นี้คือการปฏิบัติต่อความรู้สึกทุกข์ในใจ ส่วนปัญหา ถ้ามี ก็แก้ด้วยสติปัญญา
จึงเอามาฝากสำหรับผู้ทุกข์ร่วมโลก