สวัสดีค่า กลับมาแล้วค่ะ
ทริปนี้รูปเยอะมาก ต้องใช้เวลานานสักหน่อย (พาร์ทแรกก็ 2 วันค่ะ)
เลยจะทำ draft ลงบล็อกก่อน แล้วค่อยเอาไปลงห้อง BP นะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่คอยติดตามและสัญญาว่าจะติดตามตอนต่อไปด้วยค่ะ ดีใจจังมีกำลังใจเขียนต่อเลยค่ะ
ไม่เกริ่นยาว เริ่มตอนที่ 2 ต่อเลยดีกว่า
ย้อนไปดูตอนที่ 1
http://pantip.com/topic/31407156
วันที่ 11 ธันวาคม อากาศอึมครึม หนาวกว่าเมื่อวานเล็กน้อย 9 องศา
วันนี้เราต้องเก็บกระเป๋าเพื่อ check-out จากโรงแรมแล้วล่ะค่ะ เพื่อที่ว่าเย็นนี้เราจะได้กลับไป check-in โรงแรมที่โอซาก้าอีกที
check-out เรียบร้อย ฝากกระเป๋าไว้ในห้องเก็บสัมภาระ ตอนบ่ายค่อยกลับมาเอากระเป๋าขึ้นรถไฟกลับโอซาก้ากัน
ข้าวเช้าวันนี้ เราฝากท้องไว้ที่ Promenade Cafe ใกล้โรงแรมนิดเดียว (เอาให้ครบ 2 ร้าน เมื่อวานคาเฟ่อาซากุระแล้ว)
เซตอาหารเช้าราคา 350 เยน (ใช้คูปองลด 30 เยนจากโรงแรม) เลือกชา/กาแฟในเมนูในราคาไม่เกิน 320 เยน (แม่มจะมีอะไรให้ตูเลือกอีกกกก) เลยได้ชาเย็นมาแก้วนึง
เห็นแบบนี้ ไม่มีทางอิ่มแน่นอน เดชะบุญ เช้าวันนั้นเราท้องอืดจากราเมนน้ำดำ เลยกินไม่หมดค่ะ (!!!!)
**คาเฟ่ที่ญี่ปุ่นจะมีลักษณะคล้ายๆ กันค่ะ คือ น่ารัก ตกแต่งสไตล์อบอุ่น วิธีการสั่งคือ เดินไปสั่ง-จ่ายเงินที่เค้าเตอร์-เดินไปรับอาหารเอง แล้วค่อยมานั่งทานที่โต๊ะ ทานเสร็จแล้วเอาถาดมาเก็บที่ตู้ไม้ (มักจะอยู่ใกล้เค้าเตอร์เสมอ) แต่บางร้านก็อาจไม่เป็นแบนี้ก็ได้ค่ะ แล้วแต่ร้าน
ที่สำคัญ...ต้องเปิดเพลงบอสซ่าฯ ทุกร้าน!
เราเลยนั่งชิลๆ ได้ตลอดเวลาค่ะ
ส่วนร้านนี้ มีการแบ่งโซนสูบบุหรี่กับไม่สูบบุหรี่ด้วย แม้เราจะนั่งโซนไม่สูบฯ แล้วก็ยังมีกลิ่นบุหรี่โชยมาอยู่ดี สรุป ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ - -"
Pocket Wifi ของเราที่เช่ามา เราให้ทางบริษัทส่งไปที่ Khaosan Kyoto Guesthouse ค่ะ เก็บค่าเช่าเป็นรายวัน และส่งคืนทางไปรษณีย์ โดยในเซตจะมีซองเอกสารจ่าหน้าเรียบร้อย แค่เราส่งอุปกรณ์ทั้งหมดลงซองและหย่อนลงตู้ไปรษณีย์ภายในวันที่เรากำหนด (เช่น เช่าถึงวันที่ 14 เราต้องส่งคืนภายในวันที่ 14 นะ) ไม่งั้นโดนปรับค่ะ
โปรแกรมวันนี้...เราจะไปวันเงิน (Ginkakuji) วัดน้ำใส (Kiyomizu) และวัดจิ้งจอก (Fushimi Inari)
เหมือนเดิมค่ะ ไปที่ป้ายรถเมลที่ประจำของเรา Shijo Kawaramachi จะไปวัดเงิน ป้าย Ginkakujimichi รถเบอร์ 203
ความโง่มาเยือนเมื่อสำเหนียกได้ว่า เรากำลังนั่งอ้อมเมืองนี่หว่า!!!
(ใครไม่เกท ดูที่นี่ได้ค่ะ
http://www.city.kyoto.jp/koho/eng/access/img/basunabieigo-rosenn.pdf)
จากที่น่าจะเดินทางไม่นาน กลายเป็นว่าต้องนั่งรถเกือบ 40 นาทีเพื่อไปวัดเงิน ซึ่งใกล้โรงแรมโคดๆ - -" แค่ขึ้นรถผิดฝั่งเท่านั้นเอง //เขกกะโหลก 1 ที
คิดในแง่ดี เราจะได้นั่งรถชมเมืองไงล่ะเธอ...
นั่งไปนั่งมา ก็เจอน้องๆ มัธยมกลุ่มนี้เดินขึ้นรถมา ป้าดีใจเหลือเกิน...
แอบถ่ายค่ะ เดี๋ยวเด็กรู้ตัว ว้ายยยยยยยยยย
กว่าจะถึงป้าย Ginkakujimichi มันก็ใช้เวลานาน แถมต้องเดินไปอีกไกลเหมือนกันค่ะกว่าจะถึงทางขึ้นวัด...
ที่สำคัญ วัดอยู่บนเนินเขา เราต้องเดินขึ้นเนินด้วยยยยยยยยยย
ทริปนี้ ไปที่ไหน เจอเด็กทัศนศึกษาทุกที่ค่ะ เด็กเยอะมากกกกกกกกกกกกก ทั้งประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย
ทางขึ้นวัดค่ะ ค่าเข้าชม 500 เยน
สวนสวย
รูปแบบการเดิน จะเป็นแบบ one-way ค่ะ เดินวนรอบสวน ขึ้นเนิน-ลงเนิน แล้วออก ส่วนใหญ่คือชมสวน ชมรูปแบบการจัดอะไรแบบนี้
กลับออกมาแล้วค่ะ เดินลงเขากันไป...
ป้ายรถเมลที่ใกล้ที่สุดจะเป็นป้าย Ginkakuji-mae นะคะ เดินลงมาก็เจอป้ายรถเมลเลย
ส่วนเราจะไปวัดน้ำใสกันต่อ ก็ต้องมารอที่ป้ายนี้แหล่ะ รถเบอร์ 100
เนื่องจากว่ารถสายนี้ เป็นสายยอดนิยม คนเต็มตลอดเวลา ตอนรอขึ้นรถอาจจะเจอรถเบอร์ 100 สองคันมาจอดต่อกันก็ได้ค่ะ ขึ้นคันไหนก็เหมือนกันเน้อ
[CR] All Alone in Kyoto-Osaka : จาก Kyoto สู่ Osaka [Part 2]
ทริปนี้รูปเยอะมาก ต้องใช้เวลานานสักหน่อย (พาร์ทแรกก็ 2 วันค่ะ)
เลยจะทำ draft ลงบล็อกก่อน แล้วค่อยเอาไปลงห้อง BP นะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่คอยติดตามและสัญญาว่าจะติดตามตอนต่อไปด้วยค่ะ ดีใจจังมีกำลังใจเขียนต่อเลยค่ะ
ไม่เกริ่นยาว เริ่มตอนที่ 2 ต่อเลยดีกว่า
ย้อนไปดูตอนที่ 1
http://pantip.com/topic/31407156
วันที่ 11 ธันวาคม อากาศอึมครึม หนาวกว่าเมื่อวานเล็กน้อย 9 องศา
วันนี้เราต้องเก็บกระเป๋าเพื่อ check-out จากโรงแรมแล้วล่ะค่ะ เพื่อที่ว่าเย็นนี้เราจะได้กลับไป check-in โรงแรมที่โอซาก้าอีกที
check-out เรียบร้อย ฝากกระเป๋าไว้ในห้องเก็บสัมภาระ ตอนบ่ายค่อยกลับมาเอากระเป๋าขึ้นรถไฟกลับโอซาก้ากัน
ข้าวเช้าวันนี้ เราฝากท้องไว้ที่ Promenade Cafe ใกล้โรงแรมนิดเดียว (เอาให้ครบ 2 ร้าน เมื่อวานคาเฟ่อาซากุระแล้ว)
เซตอาหารเช้าราคา 350 เยน (ใช้คูปองลด 30 เยนจากโรงแรม) เลือกชา/กาแฟในเมนูในราคาไม่เกิน 320 เยน (แม่มจะมีอะไรให้ตูเลือกอีกกกก) เลยได้ชาเย็นมาแก้วนึง
เห็นแบบนี้ ไม่มีทางอิ่มแน่นอน เดชะบุญ เช้าวันนั้นเราท้องอืดจากราเมนน้ำดำ เลยกินไม่หมดค่ะ (!!!!)
**คาเฟ่ที่ญี่ปุ่นจะมีลักษณะคล้ายๆ กันค่ะ คือ น่ารัก ตกแต่งสไตล์อบอุ่น วิธีการสั่งคือ เดินไปสั่ง-จ่ายเงินที่เค้าเตอร์-เดินไปรับอาหารเอง แล้วค่อยมานั่งทานที่โต๊ะ ทานเสร็จแล้วเอาถาดมาเก็บที่ตู้ไม้ (มักจะอยู่ใกล้เค้าเตอร์เสมอ) แต่บางร้านก็อาจไม่เป็นแบนี้ก็ได้ค่ะ แล้วแต่ร้าน
ที่สำคัญ...ต้องเปิดเพลงบอสซ่าฯ ทุกร้าน!
เราเลยนั่งชิลๆ ได้ตลอดเวลาค่ะ
ส่วนร้านนี้ มีการแบ่งโซนสูบบุหรี่กับไม่สูบบุหรี่ด้วย แม้เราจะนั่งโซนไม่สูบฯ แล้วก็ยังมีกลิ่นบุหรี่โชยมาอยู่ดี สรุป ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ - -"
Pocket Wifi ของเราที่เช่ามา เราให้ทางบริษัทส่งไปที่ Khaosan Kyoto Guesthouse ค่ะ เก็บค่าเช่าเป็นรายวัน และส่งคืนทางไปรษณีย์ โดยในเซตจะมีซองเอกสารจ่าหน้าเรียบร้อย แค่เราส่งอุปกรณ์ทั้งหมดลงซองและหย่อนลงตู้ไปรษณีย์ภายในวันที่เรากำหนด (เช่น เช่าถึงวันที่ 14 เราต้องส่งคืนภายในวันที่ 14 นะ) ไม่งั้นโดนปรับค่ะ
โปรแกรมวันนี้...เราจะไปวันเงิน (Ginkakuji) วัดน้ำใส (Kiyomizu) และวัดจิ้งจอก (Fushimi Inari)
เหมือนเดิมค่ะ ไปที่ป้ายรถเมลที่ประจำของเรา Shijo Kawaramachi จะไปวัดเงิน ป้าย Ginkakujimichi รถเบอร์ 203
ความโง่มาเยือนเมื่อสำเหนียกได้ว่า เรากำลังนั่งอ้อมเมืองนี่หว่า!!!
(ใครไม่เกท ดูที่นี่ได้ค่ะ http://www.city.kyoto.jp/koho/eng/access/img/basunabieigo-rosenn.pdf)
จากที่น่าจะเดินทางไม่นาน กลายเป็นว่าต้องนั่งรถเกือบ 40 นาทีเพื่อไปวัดเงิน ซึ่งใกล้โรงแรมโคดๆ - -" แค่ขึ้นรถผิดฝั่งเท่านั้นเอง //เขกกะโหลก 1 ที
คิดในแง่ดี เราจะได้นั่งรถชมเมืองไงล่ะเธอ...
นั่งไปนั่งมา ก็เจอน้องๆ มัธยมกลุ่มนี้เดินขึ้นรถมา ป้าดีใจเหลือเกิน...
แอบถ่ายค่ะ เดี๋ยวเด็กรู้ตัว ว้ายยยยยยยยยย
กว่าจะถึงป้าย Ginkakujimichi มันก็ใช้เวลานาน แถมต้องเดินไปอีกไกลเหมือนกันค่ะกว่าจะถึงทางขึ้นวัด...
ที่สำคัญ วัดอยู่บนเนินเขา เราต้องเดินขึ้นเนินด้วยยยยยยยยยย
ทริปนี้ ไปที่ไหน เจอเด็กทัศนศึกษาทุกที่ค่ะ เด็กเยอะมากกกกกกกกกกกกก ทั้งประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย
ทางขึ้นวัดค่ะ ค่าเข้าชม 500 เยน
สวนสวย
รูปแบบการเดิน จะเป็นแบบ one-way ค่ะ เดินวนรอบสวน ขึ้นเนิน-ลงเนิน แล้วออก ส่วนใหญ่คือชมสวน ชมรูปแบบการจัดอะไรแบบนี้
กลับออกมาแล้วค่ะ เดินลงเขากันไป...
ป้ายรถเมลที่ใกล้ที่สุดจะเป็นป้าย Ginkakuji-mae นะคะ เดินลงมาก็เจอป้ายรถเมลเลย
ส่วนเราจะไปวัดน้ำใสกันต่อ ก็ต้องมารอที่ป้ายนี้แหล่ะ รถเบอร์ 100
เนื่องจากว่ารถสายนี้ เป็นสายยอดนิยม คนเต็มตลอดเวลา ตอนรอขึ้นรถอาจจะเจอรถเบอร์ 100 สองคันมาจอดต่อกันก็ได้ค่ะ ขึ้นคันไหนก็เหมือนกันเน้อ