คิดว่าถ้า Nissan ให้ PULSAR รุ่น 1.6V 839,000 เป็นรุ่นท๊อป กระแสก็จะแรงกว่านี้ (พอมากลับลำกับ Juke เลยดังระเบิด)

กระทู้สนทนา


นับว่าเป็นการตลาดที่ผิดพลาด จากการลองคิดใหม่ทำใหม่ ของทางการตลาด Nissan รึเปล่า ?
ที่สามารถทำให้กระแส Pulsar นั้นแป้กได้ตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งค่อยๆ เริ่มกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติได้ในภายหลัง
คนไทย มองราคาที่รุ่นล่างสุด และรุ่นท๊อป ว่าราคาต้องไม่แพง option ต้องครบ ซึ่งเป็นวิธีคิดง่ายๆ แบบ 1+1 เป็น 2
แต่การตลาดของ Nissan พยายามทำให้มันดูซับซ้อนขึ้น แม้ว่าจะประสบความสำเร็จกับ March และ Almera ที่มีการ
สลับ option รุ่น EL, VL ไปมา เดี๋ยวมี เดี๋ยวไม่มี จนคนพากันออกรุ่นต่างๆ หลากหลาย ตัวท๊อปก็ขายได้ และคนส่วนใหญ่
มองว่าไม่แพง

ฝ่ายการตลาด Nissan มาลองของใหม่กับ Pulsar อีกครั้ง แต่ไม่ใช้วิธีเดิม แต่คิดการไกล สลับซับซ้อนยิ่งขึ้น
(ที่จริง Toyota ก็ทำไม่แตกต่างกัน)
บางทีการคิดลึกเกินไปเพื่อหวังผล กลับทำให้ได้ผลตรงกันข้าม เช่นสมัย แปะสติ๊กเกอร์ อยากขับทีด้า บนรถคู่แข่งทั้งคัน ขับโชว์ไปทั่ว
หรือการเลือก presenter แปลกๆ อย่างคุณปลื้ม มาถึงการให้นกเพนกวิน เอ้ย! นกกระจอกเทศมาอยู่ในรถ Pulsar ให้หัวโผล่ออกมาจาก
moon roof วิ่งโชว์ก่อนขายจริง จนไปถึงหูพวกองค์กรพิทักษ์สัตว์ หรือพวกคนที่รักสัตว์ได้โจษจันท์กัน

ต้องบอกก่อนว่า Pulsar เป็นรถที่ดีมากคันนึง และยิ่งรุ่น SSS 1.6 Turbo 190 แรงม้า ที่ส่งออกไปขายออสเตรเลียนั้น สื่อออสให้คะแนน
เต็ม 10 เกือบทุกสำนัก ว่ามันเป็นรถที่ใกล้เคียง Hot Hatch ฝั่งยุโรปมากที่สุดในกลุ่ม (เหนือ Cruze 5 ประตูซะอีก) และอาจจะเข้าไปท้าชิง
กับ Golf ได้อย่างที่หวัง เพียงแต่ Golf mk7 เป็นอะไรที่เหนือชั้นขึ้นไปอีกจาก mk6 ดังนั้นคงเป็นการบ้านให้ Nissan ต่อไปในรุ่นหน้า ถ้าไม่
ท้อซะก่อน

Pulsar รุ่นนี้ มีราคาเริ่มต้นที่ 776,000 ถามว่าเริ่มต้นโอเคมั้ย โอเคมาก ที่มันแพงกว่ารถ B car 1500cc นิดหน่อยเท่านั้น
แต่มาเสียตรงที่ไม่ให้ ABS EBD BA มา เพื่อเป็นกลไกไม่ให้คนมาซื้อรุ่นถูกรุ่นนี้มากเกินไป แต่ก็โอเค ที่มันเป็นเกียร์ออโต้ และ
คนที่ไม่สนใจระบบดังกล่าว จะรู้สึกว่า มันถูกมาก นอกจากนั้นคนส่วนใหญ่ ปัจจุบันไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเกียร์ธรรมดา ที่เป็นตัวเริ่มต้นแล้ว

รุ่นท๊อป 1.8V 976,000 บาท เมื่อทุกคนได้ฟังต่างก็ผงะ และรู้สึกว่าแพงเว่อร์ ใช่แล้ว เพราะใครๆ (ไม่ทุกคน) พอจะรู้ว่ามันคือตัวแทนของ
Tiida รุ่นที่แล้ว ซึ่งราคาแพงกว่ารถ B car 1500cc ไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมราคารุ่นท๊อปตัวใหม่จึงกระโดดไปเยี่ยงนี้ สาเหตุมาจากการคั่นรุ่น
ด้วยรุ่น 1.6SV ซึ่งทำให้ช่องว่างระหว่างรุ่น 1.6V (ซึ่งผมคิดว่า เหมาะสมกับความเป็นรุ่นท๊อปอยู่แล้วตามหัวข้อกระทู้) กับรุ่น 1.8 ห่างมาก
ขึ้นไปอีก กลายเป็น 86,000 บาท ถ้าเทียบกับ Altis 1.6E ที่ห่างจาก 1.8E เพียงแค่ 20,000 นับว่าน้อยมาก และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นมาใน
Pulsar 1.8V หลักๆ มีเพียง Cruise control และ สปอยเลอร์หลังเท่านั้น ส่วนรุ่นท๊อป 1.8V sunroof navi เพิ่มราคาขึ้นอีกเบาะๆ เพียง
50,000 บาท แต่ราคาของ 1.8V ธรรมดาซึ่งเป็นราคาฐาน มันสูงมาก จึงทำให้ราคาตัวท๊อปดูหม่นหมองในสายตาของคนส่วนใหญ่ ที่มอง
ว่า Pulsar ยังไม่ค่อยโดน แต่ราคาแรงไป

แต่อันที่จริงแล้ว ตามหัวข้อกระทู้ รุ่น 1.6V 839,000 บาท นี่แหล่ะ ที่ดูจะนับเป็นรุ่นท๊อปได้เหมือนกัน เพราะ option หลักทุกอย่าง ก็เท่าๆ กับ
รถญี่ปุ่นรุ่นท๊อปของค่ายอื่น ทั้งแอร์อัตโนมัติแยกฝั่งซ้าย-ขวา ระบบปุ่มสตาร์ทอัจฉริยะ สมาร์ทเอนทรี่ พวงมาลัย เบาะภายในหุ้มหนัง
ช่องแอร์สำหรับคนด้านหลัง (แต่มันไม่เยอะหรอกเมื่อเทียบกับ Ford,Chev) และที่สำคัญ เครื่องยนต์ 1.6 ตัวระบบหัวฉีดคู่ (Dual Injector System)
ยังทำอัตราเร่งแพ้รุ่น 1.8 นิดเดียว (เสี้ยวเดียว) แต่ประหยัดน้ำมันมากๆ ดูเครื่องยนต์ 1.6 จะมีภาษีดีกว่า 1.8 ซะอีก
และในเมื่อสายตาของคนทั่วไป มองว่า Pulsar คือรถที่ค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับ Mazda 3, Focus 5 ประตู (เพราะ Pulsar สืบทอดมาจาก
Tiida) แม้ว่าภายในของ Pulsar จะใหญ่ แต่ภาพลักษณ์ของ Pulsar ยังไงก็ดูเหมือนรถเล็ก ที่ดูใหญ่กว่าพวก B car 1500cc ไม่มาก
ดังนั้น เครื่องยนต์ 1600cc นั้นมากเกินพอ สำหรับสมรรถนะ เมื่อเทียบกับบอดี้ และเช่นเดียวกับ Juke ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์แค่ 1.6 แต่
ได้รับเสียงตอบรับมากมายเพราะราคารุ่นท๊อปไม่กระโดดไปเกิน 900,000

ปัญหาคือ ลูกค้าส่วนใหญ่ ยังมองไม่ออก หรือมองข้าม รุ่น 1.6V ซึ่งเป็นรุ่นที่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวท๊อปได้ในตัวมันเอง แต่การต่อยอด
ออกไปเป็นรุ่น 1.6SV, 1.8V, 1.8V Navi ทำให้มันดูเป็นรถราคาแพง และไม่คุ้มค่าตัวเอาเสียเลย สู้ทำตลาดแค่สองรุ่น
1.6S 776,000 กับรุ่น 1.6V 839,000 น่าจะทำให้เกิดกระแสฟีเว่อร์ในตัว Pulsar ได้ง่ายกว่า หรือจะมีอีกรุ่น เป็นรุ่น 1.6 SSS Turbo ใน
ราคา 976,000 มาแทนที่รุ่น 1.8V Navi ก็ไม่ว่ากัน เพราะแรงม้าระดับ 190 แรงม้า แม้จะตัด sunroof หรือ Navi ออกไป ก็สามารถทำให้
เกิดกระแสคลั่งไคล้ได้อยู่ดีเพราะเป็นรถที่แรงสุดๆ ในราคาต่ำกว่าล้านคันแรกของเมืองไทย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะโดนเรื่องต้นทุนกับเรื่องภาษีไป
มากขนาดไหน ถ้าราคาเท่าๆ กับ C car 2000cc ในท้องตลาดที่ราคาล้านหนึ่ง-ล้านสอง ก็ดูจะแพงเกินลุคของบอดี้ไปซะอีก
Nissan เองก็คงรู้ตัวอยู่แล้ว (รุ่น 1.6Turbo SSS ในเว็บต้องห้ามบอกว่าจะมา แต่ก็ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ และราคาเท่าใด ต้องรอลุ้นกัน)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่