[2]ลดความอ้วน เห็นอะไรก็อยากกินไปหมด เหนื่อยเหมือนใจจะขาด ความคิดชนะความตั้งใจทุกที

กระทู้สนทนา
ต่อจากกระทู้ที่แล้วนะครับ จริงๆกระทู้นี้เป็นการมารายงานความคืบหน้าของการลดความอ้วนของผมในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา
อ้างถึงกระทู้ : http://pantip.com/topic/31270629

ลดความอ้วน เห็นอะไรก็อยากกินไปหมด เหนื่อยเหมือนใจจะขาด ความคิดชนะความตั้งใจทุกที
ประหลาดใจประหลาดใจประหลาดใจ
หลังจากที่ทำตามกระทู้แรกหรือเอาชนะใจตัวเองมาได้แล้ว เรื่องการออกกำลังกายของเราก็จะเป็นเรื่องที่สนุกขึ้นมาทันที
ข้อนี้สำคัญมากทีเดียวเลยนะครับ ยังขอย้ำจากกระทู้ที่แล้วว่า ให้มองการออกกำลังกายเป็นการทำเพื่อสุขภาพที่ดี แทนการมองว่าเราทำเพื่อ
ลดน้ำหนัก เพราะเมื่อเราผอมแล้วเราจะหยุดออกกำลังกายและจะทำให้เรากลับมาอ้วนได้อีก แต่ถ้าเรามองว่าออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเราจะออกกำลังกายไปตลอดชีวิตและเราจะได้อะไรมากกว่าคำว่าลดน้ำหนัก
(ถึงแม้ จขกท. จะเพิ่งทำมาได้แค่ 1 เดือนก็ตามแต่ความคิดผมตอนนี้คือออกไปตลอดชีวิต 555 ร่างกายแข็งแรงขึ้นจริงๆครับ)

ผ่านมา 1 เดือน กับการออกกำลังกาย
ผมยังคงใช้การออกกำลังกายด้วยการวิ่งอยู่ และยังออกกำลังกายเช้า - เย็น เวลาเดิมคือ เช้า = 5.30 - 6.00 , เย็น 18.30 - 19.00
เป็นแบบนี้ทุกวัน (มีบางวันก็อาจจะไม่ครบทั้งเช้า - เย็น แต่ส่วนใหญ่จะครบ) สิ่งที่ผมได้เจอมากับตัวเองหลังจากเริ่มวิ่งได้ 1 เดือน คือ
รองเท้าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดครับ เพราะช่วง 3 อาทิตย์แรกผมหยิบรองเท้าคู่เก่าของผมซื้อมือ 2 มานานมากแล้วส้นเท้าแข็งพื้นเสียไปและแต่แรกๆ คิดว่าไม่สำคัญเท่าไหร่ วิ่งมันไปแบบนั้น จนวันนึงผมรู้สึกว่ามีอาการปวดกล้ามเนื้อที่เท้าช่วงล่าง ซึ่งผมก็ยังฝืนวิ่งต่อไป จนในที่สุดผมก็วิ่งไปได้แค่ครึ่งทางแล้วหลังจากนั้นก็ต้องเดินแบบบาดเจ็บกลับมา
(ตอนนั้นโมโหตัวเองครับว่าเป็นอะไร ในจนี่เกิน100เลย ยังไม่ทันเหนื่อย แต่ร่างกายเราทำไมไม่ไหว) ผมกลับมาบ้านรองดูลองเท้าตัวเองพื้นมันพังและเอียงขนาดนี้ลองใส่ยืนๆดูอ่อ นน. มันเทมานี่เอง เลยเจอปัญหา ตอนนี้ผมแก้ไขปัญหาในส่วนนี้แล้วเค้าด้วยการซื้อรองเท้าวิ่งคู่ใหม่

(รองเท้าผ้าใบมีหลากหลายนะครับ เช่นลองเท้าบอล วิ่ง บาส ฯลฯ เราควรหาซื้อให้ถูกต้องตามประเภทกีฬาที่เราออกมันช่วยได้เยอะครับ)

หลังจากได้รองเท้ามาใหม่ผมก็วิ่งต่อได้ในเย็นวันนั้น

มีอีกเรื่องครับก่อนวิ่งเราต้อง วอร์มร่างกาย ทุกครั้งนะครับ อย่าคิดว่ามันเสียเวลาเพราะมันช่วยคุณได้มากกว่าที่คิด ผมเจอกับตัวเองมาเหมือนกันครับ คือมีอยู่วันหนึ่งไม่นานมาเนี่ยครับ อากาศเย็นผมออกไปวิ่งตอนเช้ามันหนาวก็ไปถึงก็เลยวิ่งเลยจะได้อุ่นไวๆ แต่สิ่งที่ผมเจอคือการอักเสบของกล้ามเนื้อมันค่อยๆตึงแล้วปวดมาก จนต้องเดินแบบบาดเจ็บกับมาพร้อมความหนาว แต่มันก็ทำให้ผมสงสัยจนผมกับมาค้นหาข้อมูลต่างๆ เพื่ออยากรู้สาเหตุ จนไปอ่านเจอบทความ 1 กล่าวไว้ว่า

มีกรดแลคติคในปริมาณสูง อาการเจ็บหรือปวดเมื่อยที่กล้ามเนื้อเกิดขึ้นทันทีหลังจากการออกกำลังกาย ที่เรียกว่า muscle soreness นั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากการมีของเสีย คือมีกรดแลคติคสะสมอยู่ในกล้ามเนื้อในปริมาณสูง โดยเฉพาะส่วนของกล้ามเนื้อหลักๆ ที่ใช้ในขณะออกกำลังกาย อ่านต่อได้ที่ : [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เม่าเริงร่า
จากวันเริ่มต้น 11/11/13 - 11/12/13 เป็นเวลา 1 เดือนพอดี จาก นน. 126 >>> ลงมาที่ 120 กก.
บอกใครหลายๆคนเค้าก็ว่าลงเร็วไป นน. ควรลง 1 เดือนประมาณ 3 โลกำลังดี ผมก็คิดนะครับกลัวเรื่องการย้วยของผิวหนังจะเกิดขึ้น
จนผมเริ่มเพิ่มปริมาณอาหารเพิ่มขึ้นจากกระทู้แรก คือเริ่มกินกลางวันปกติ เย็นก็หาอาหารททานเพิ่มแต่เน้นที่เนื้อสัตว์ไม่มีข้าวเหมือนเดิม
แต่การออกกำลังกายเท่าเดิมครับ นน. ก็คงที่ 120 กก.  แต่หุ่นของผมก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครับจากภายนอกหลายๆคนมีสังเกตุเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ก็ว่ากันไป แต่ตัวเราจะรู้ดีที่สุดครับ จากกางเกงยีนที่เคยใส่พอดีแบบนั้งยองๆไม่ได้ เวลาจะขับถ่ายแต่ละทีเหนื่อยอ่ากว่าจะเอามันออกจากขาได้ แต่ตอนนี้ผมไม่รู้สึกลำบากเลยครับมันง่ายขึ้น กางเกงยีนไม่กินขนหน้าแข้งเหมือนเดิมแล้วด้วย 55
(ง่ายๆคือมันหลวมขึ้น อธิบายซะยาวกลัวไม่เห็นภาพ) เสื้อก็หลวมครับไม่ลัดหุ่นปริ้นๆ ของผมมากเท่าไหร่ และที่ผมเริ่มจับและรู้ว่ามันเปลี่ยนไปคือพุง พุงผมฟีบลงและนิ่มลงมากๆ ครับ (โปรเจคต่อไปหลังจาก นน. ลงเดือนที่ 2 จะเริ่มเวทบางครับนิดๆหน่อยๆเพื่อเรียกกล้ามเนื้อฟื้นฟูบ้าง)

กระทิงเริงร่ากระทิงเริงร่ากระทิงเริงร่า
ออกกำลังกายแล้วได้อะไร ที่บอกจะออกทั้งชีวิต
หลายๆคนคิดหนักเนอะกับเรื่อง ออกกำลังกายทั้งชีวิต เหมือนมันทรมานมากๆ จริงๆแล้วไม่หรอกครับเมื่อเราอยู่ตัวแล้วสนุกกับมัน
มันจะเป็นเหมือนสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขครับ จริงๆการออกกำลังกายควรมีวันพักบ้างเพื่อให้ร่างกายพักและฟื้นฟูบ้าง แต่อย่าพักนานเกินไป
มันจะทำให้ความขี้เกลียดเข้ามาคอบงำได้ตาม กระทู้แรกที่กล่าวไป(แต่มักจะไม่ค่อยเกิดขึ้นกับคนที่สนุกกับมันแล้ว แต่ก็มีบ้าง 555)
เวิ่นเว้อมาซะนานครับ สิ่งที่ผมได้จากการออกกำลังกายคือ
1. ผมเป็นรองช้ำที่ส้นเท้า คือเวลาเดินหรือยืนจะปวดที่ส้นเท้ามาก ผมวิ่งแต่ไม่ได้ลงน้ำหนักที่ส้นเท้ามาก ผ่านมา 1 เดือน อาการดังกล่าวหาไปแล้ว ผมสามารถเดิน วิ่ง และยืนได้ตามปกติ
2.อาการเหนื่อย หอบ หายไป ร่างกายมีบางส่วนร้อนอยู่ตลอดวันเหมือนมันเผาผลาญดีขึ้น (ไม่ใช่ร้อนแบบตัวร้อนนะ T_T)
3.อาการนั่งสมองตื้อๆตอนทำงาน ง่วงนอนต่างๆ ก็ดีขึ้น (แต่จะบอกว่าตอนหลับนี่หลับสนิทมาก นอนให้ไวครับเพราะเราตื่นเช้า)
4.การเคลื่อนไหวร่างกาย คล่องแคล่วขึ้นมากๆ (คนอ้วนจะรู้ว่ามันหน่วงๆบ้าง55)
.......................................................................................................................
เพี้ยนสู้สู้
เสริมอีกนิดออกกำลังกายแล้วสดใสขึ้น ผิวดีขึ้น
เห้ย......อยากจะบอกว่าเรื่องจริงคือ เราสดใสขึ้นจริงๆ (แต่ย้ำนะว่าต้องพักผ่อนให้เพียงพอนะ เพราะเราตื่นเช้าออกกำลัง เช้า - เย็นด้วย)
หน้าที่เคยหมองๆ เริ่มๆมีรอย มันตึงขึ้นแล้วมันใสขึ้นด้วย (คงเป็นเพราะวิตามินซีที่ได้จากผลไม้ที่กินด้วยมั้ง กินผลไม้นะไม่ได้กินวิตามิน อ่อกินน้ำมะเขือเทศ100%ด้วยยี่ห้อไรก็ได้แต่จริงๆผมกินน้ำมะเขือเทศไม่ใช่เพราะผิวนะ แต่ผมเห็นมันมีสารต้านมะเร็งเยอะดี ผมกลัวเป็นมะเร็งด้วยล่ะเพราะเคยสูบบุรี่มา แล้วก็กินเหล้า)

กระทู้นี้ผมมารายงานสิ่งที่ผมเจอและเกิดขึ้นกับตัวผมเองครับ หวังว่ามันคงมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ทั้งอ้วนและผอมบ้าง อาจจะทำให้เกิดแรงบันดาลใจได้บ้างสำหรับการลด นน. อย่างจริงจัง

ปล.เดือนหน้า ผมตั้งเป้าหมายไว้ 117 กก. ครับ ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ วันนี้ขอเพียงเท่านี้ก่อนครับ
มีสาระอะไรดีๆ หรือมีการแนะนำช่วยผมด้วยนะครับ
พาพันขอบคุณพาพันขอบคุณพาพันขอบคุณ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่