ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับการมีสภาประชาชน เพื่อปฏิรูปประเทศไทยโดยที่ผลประโยชน์เป็นของประชาชนโดยแท้จริง ไม่ใช่เพื่อกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จะเห็นได้ว่าบ้านเมื่อเราในขณะนี้จะมีการแบ่งฝ่ายกันอยู่ ซื่งมีความขัดแย่งและเริ่มเพิ่มความรุนแรง ในความคิดของผมตอนนี้การเลือกตั้งใหม่ก็ไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง เพราะการขัดแย้งจะไม่มีทางยุติอย่างแน่นอนความเป็นไปได้เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ กรณีได้เพื่อไทยกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยก็จะออกมาประท้วง และกรณีที่ได้ประชาธิปัตย์ กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะออกมาประท้วงอย่างแน่นอนและนั้นจึงไม่ใช่ทางออกที่ดีอย่างแน่นอน เพราะจะไม่มีวันหยุดความขัดแย้งได้ และโดยส่วนตัวแล้วผมไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดนี้ที่บริหารผิดพลาดอย่างเห็นได้ชัด เรื่องจำนำข้าว แก้ปัญหาน้ำ กู้เงิน 2 ล้านล้าน กฏหมายนิรโทษกรรม ไม่ยอมรับศาลรัฐธรรมนูญ และอื่นๆอีกมากมายแต่รัฐบาลชุดนี้ก็ยังดื้อที่จะบริหารอยู่
ในความคิดผม(ประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็นประเทศไทยสงบและทุกคนช่วยกันพัฒนาประเทศทุกคนรักกันช่วยเหลือกัน) ผมคนหนึ่งแหละที่อยากได้สภาประชาชนเพื่อตั้งกฏกติการบ้านเมืองใหม่ และสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งเป็นแบบเดิม แต่อยากให้มีการแก้ไขบางอย่างเพื่อให้สามารถป้องไม่ให้กลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหาประโยชน์จากการเป็นตัวแทนของประชาชน ในอดีตจนถึงปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่า มีพรรคการเมืองใหญ่ๆ ที่มีอำนาจอยู่แค่ 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ที่สลับกันบริหารประเทศโดยมีกลุ่มประชาชนสนับสนุนทั้งสองฝ่าย และก็จะเป็นแบบนี้ต่อไปจะมีแค่สองพรรคนี้ที่จะบริหารประเทศ คิดแล้วมันน่าเศร้าใช่ไมหละ...
ผมมีความคิดอาจจะคิดแบบคนไม่รู้กฏหมายมากนักนะครับ
1.ถ้าเป็นไปได้ อยากให้พรรคการเมืองที่มีตำแหน่งในสภาตอนนี้ทั้งหมด และสมาชิกพรรคทุกคนหยุดการลงสมัครเลือกตั้งอย่างน้อย 8 ปี เปิดโอกาศให้กลุ่มคนหน้าใหม่ พรรคใหม่ๆเกิดขึ้นบางและจะช่วยลดความขัดแย่งของกลุ่มคนที่เห็นต่างกันสองฝ่าย
2.กำหนดกฏใหม่ให้แต่ละพรรคสามารถส่งสมาชิกพรรคลงสมัครเลือกตั้งได้พรรคละไม่เกิน 20 คน หรือตามความเหมาะสมที่จะตั้งแต่ก็ไม่ความเกินครึ่งของเสียงส่วนใหญ่ในสภาเพื่อไม่ให้มีเสียงข้างมากในการกุมอำนาจในสภา (อย่างเช่นตอนนี้ถูกผิดไม่สนใจยกมือให้พวกตัวเองก่อน เห้อ!!!)
3.ผมคิดตามความคิดของผมนะครับ เปิดให้มีสถาประชาชนอย่างที่ กปปส ต้องการแต่สิ่งที่ทำต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติเท่านั้น โดยที่ผมได้คิดเล่นๆ ตามสิทธิ์และเสียงของประชาชนคนหนึ่งที่รักประเทศไทย คือ
ข้อความด้านล่างนี้เป็นการอธิบายรูปภาพด้านบนนะครับ
ปกติ รัฐบาลจะมีแค่สองส่วนคือ ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน โดยที่ฝ่ายรัฐบาลจะมีหน้าที่บริหารประเทศ และสามารถเลือกหรือแต่งตั้ง รองนายก รัฐมนตรี อื่นๆ ได้ตามใจชอบ ทำให้เกิดปัญหาเพราะจะมีกลุ่มคนที่สนิทหรือมีผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้นที่จะได้เป็น บางครั้งไม่ใช่เลือกเพื่อความสามารถอย่างแท้จริงผมจึงเกิดความคิดว่าความจะมีสภาประชาชน โดยให้กำหนดกฏกติการขึ้นมาใหม่ และเปิดให้มีการเลือกตั้งปกติ โดยกฏที่จะจัดทำขึ้นมาใหม่(จากความคิดผม) มีดังนี้
1.ในสภาต้องมีภาคส่วนต่างๆเข้าไปมีส่วนร่วมกับ ส.ส. ในการบริหาร(จากปกติมี ส.ส. ฝ่าบรัฐบาล และ ส.ส. ฝ่ายค้าน) แต่อยากให้มี กลุ่มจากภาคส่วนต่าางๆเข้ามีส่วนร่วมด้วย เช่น ตัวแทน รัฐวิจาหกิจ ตัวแทนแพทย์พยาบาล ตัวแทนชาวสวนยาง ตัวแทนชาวนา ตัวแทนนักธุรกิจ ตัวแทนอธิการบดี ตัวแทนครู ตัวแทนจากภาคการท่องเที่ยว และอื่นๆ ตามความเหมาะสม
1.1 โดยตัวแทนแต่ละฝ่ายก็จะมีกลุ่มอยู่แล้วเช่น กลุ่มอธิการบดี ชาวนา ชาวสวนยาง รัฐวิสาหกิจ ฯลฯ ก็ส่งตัวแทนเข้าไปนั่งในสภาเพื่อเป็นปากเสียงหรือเสนอนโยบายหรือความเดือดร้อนความต้องการของแต่ละภาคส่วนโดยตรง ไม่ต้องผ่านพวก ส.ส. ที่จะเป็นคนบอกว่า เช่น ยางราคาต่ำต้องแก้ไข อยากให้มาจากกลุ่มตัวแทนโดยตรง
1.2 ส่วนค่าตอบแทนในการการประชุมทุกฝ่ายที่เป็นตัวแทน ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. แต่เป็นคนที่กลุ่มคนเลือกขึ้นมาเพื่อไปใช่สิทธ์แทนในการออกเสียงในสภา เช่นกลุ่มชาวนาก็จะมีกลุ่มชาวนาไทยก็ส่งตัวแทนมาโดยรัฐต้องให้ค่าที่ต้องมาประชุมสภาในแต่ละครั้ง(แต่ไม่ใช่เงินเดือน แต่อาจจะเป็นเงินประจำตำแหน่ง เพราะเค้าอาจจะมีอาจชีพอื่น เช่น อธิการบดี ก็ส่งตัวแทนมาจากการเลือกโดยอธิการบดีทั่วประเทศ ฯลฯ)
2.เมื่อ ส.ส. ที่ถูกเลือกตั้งเข้ามาโดยประชาชนแล้ว ก็จะแบ่งกลุ่มโดยแต่ละพรรคที่ถูกเลือกเข้ามาก็รวมตัวกันของแต่ละพรรคให้เป็น สองฝ่ายและให้จำนวนทั้งสองฝ่ายใกล้เคียงกันมากที่สุดหรือเท่ากันจะดีที่สุด
3.เมื่อรวมตัวกันเป็นสองฝ่ายเรียบร้อย ก็ให้แต่ละฝ่ายเลือกตัวแทนที่จะ ส่งไปเป็น นายก รองนายก รัฐมนตรีต่างๆ มาแข่งกัน เช่น
กลุ่ม A ส่ง นาย A1 เป็นนายก A2 เป็นรองนายก A3 เห็นรัฐมนตรียุติธรรม ฯลฯ
กลุ่ม B ส่ง นาย B1 เป็นนายก B2 เป็นรองนายก B3 เห็นรัฐมนตรียุติธรรม ฯลฯ
และจากนั้นทำการเลือกโดย ส.ส. ทั้งสองฝ่ายและตัวแทนจากประชาชนจากส่วนต่างๆเลือกอีกทีว่าให้ใครเป็นนายยกระหว่าง A1 กับ B1 ส่วนรองนายกก็เช่นก็หรือไม่ก็ให้รองนายกมาจากทั้งสองฝ่าย รัฐมนตรีก็เช่นก็ ต้องแข่งกันว่าจะได้ใคร ตัวแทนฝ่ายไหนได้เป็นนายกก็ให้เป็นฝ่ายรัฐบาล ส่วนอีกฝ่ายก็ให้เป็นฝ่ายค้านโดยที่รองนายกหรือรัฐมนตรีก็อาจจะมาจากฝ่ายค้านที่ถูกเลือกจะจาก ส.ส. และตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆแล้วด้วย เช่น นายก ได้ A1 ดังนั้นฝ่ายรัฐบาลก็คือ กลุ่ม A โดยมีรองนายกที่ถูกเลือกอาจจะเป็นคนที่มาจากกลุ่ม A หรือ B ก้ได้ และรัฐมนตรีต่างๆก็เช่นกัน อาจระเป็นรัฐมนตรีที่ถูกเลือกจาก ส.ส. และตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ ที่มาจากฝ่ายค้านก็ได้
ส่วนการตรวจสอบการทำงานของแต่ละฝ่าย เช่นการยืนมัติไม่ไว้วางใจทั้งสองฝ่ายก็สามารถทำได้ ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านเท่านั้นที่สามารถยืนมติไม่ไว้วางใจได้
4.ต้องมีหน่วยงานที่เป็นอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลโดยตรง รวมไปถึงหน่วยงานรัฐทั้งหมด
ทั้งหมดนี้มากจากความคิดของประชาชนคนหนึ่งที่รักผืนแผ่นดินรักประเทศไทย อยากให้ทุกคนทุกฝ่ายช่วยกันคิดหาวิธีที่จะทำยังไงก็ได้ที่จะให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศโดยให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศไทยมากที่สุด เพื่อลดความขัดแย่งดังเช่นปัจจุบัน (ผมไม่มีความรู้ทางกฏหมายแต่ผมแค่มีความต้องการมีความคิดที่อยากเห็นประเทศพัฒนา) สิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์บ้าง ขอความคิดเห็นคำแนะนำและร่วมกันคิดแก้ปัญหาประเทศของเราด้วยกันครับ เผื่อผู้มีอำนาจจะเห็นบ้าง....
ถ้ามีการปกครองประเทศไทยแบบนี้ จะดีหรือไม่อยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะหน่อยครับ
ในความคิดผม(ประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็นประเทศไทยสงบและทุกคนช่วยกันพัฒนาประเทศทุกคนรักกันช่วยเหลือกัน) ผมคนหนึ่งแหละที่อยากได้สภาประชาชนเพื่อตั้งกฏกติการบ้านเมืองใหม่ และสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งเป็นแบบเดิม แต่อยากให้มีการแก้ไขบางอย่างเพื่อให้สามารถป้องไม่ให้กลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหาประโยชน์จากการเป็นตัวแทนของประชาชน ในอดีตจนถึงปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่า มีพรรคการเมืองใหญ่ๆ ที่มีอำนาจอยู่แค่ 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ที่สลับกันบริหารประเทศโดยมีกลุ่มประชาชนสนับสนุนทั้งสองฝ่าย และก็จะเป็นแบบนี้ต่อไปจะมีแค่สองพรรคนี้ที่จะบริหารประเทศ คิดแล้วมันน่าเศร้าใช่ไมหละ...
ผมมีความคิดอาจจะคิดแบบคนไม่รู้กฏหมายมากนักนะครับ
1.ถ้าเป็นไปได้ อยากให้พรรคการเมืองที่มีตำแหน่งในสภาตอนนี้ทั้งหมด และสมาชิกพรรคทุกคนหยุดการลงสมัครเลือกตั้งอย่างน้อย 8 ปี เปิดโอกาศให้กลุ่มคนหน้าใหม่ พรรคใหม่ๆเกิดขึ้นบางและจะช่วยลดความขัดแย่งของกลุ่มคนที่เห็นต่างกันสองฝ่าย
2.กำหนดกฏใหม่ให้แต่ละพรรคสามารถส่งสมาชิกพรรคลงสมัครเลือกตั้งได้พรรคละไม่เกิน 20 คน หรือตามความเหมาะสมที่จะตั้งแต่ก็ไม่ความเกินครึ่งของเสียงส่วนใหญ่ในสภาเพื่อไม่ให้มีเสียงข้างมากในการกุมอำนาจในสภา (อย่างเช่นตอนนี้ถูกผิดไม่สนใจยกมือให้พวกตัวเองก่อน เห้อ!!!)
3.ผมคิดตามความคิดของผมนะครับ เปิดให้มีสถาประชาชนอย่างที่ กปปส ต้องการแต่สิ่งที่ทำต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติเท่านั้น โดยที่ผมได้คิดเล่นๆ ตามสิทธิ์และเสียงของประชาชนคนหนึ่งที่รักประเทศไทย คือ
ข้อความด้านล่างนี้เป็นการอธิบายรูปภาพด้านบนนะครับ
ปกติ รัฐบาลจะมีแค่สองส่วนคือ ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน โดยที่ฝ่ายรัฐบาลจะมีหน้าที่บริหารประเทศ และสามารถเลือกหรือแต่งตั้ง รองนายก รัฐมนตรี อื่นๆ ได้ตามใจชอบ ทำให้เกิดปัญหาเพราะจะมีกลุ่มคนที่สนิทหรือมีผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้นที่จะได้เป็น บางครั้งไม่ใช่เลือกเพื่อความสามารถอย่างแท้จริงผมจึงเกิดความคิดว่าความจะมีสภาประชาชน โดยให้กำหนดกฏกติการขึ้นมาใหม่ และเปิดให้มีการเลือกตั้งปกติ โดยกฏที่จะจัดทำขึ้นมาใหม่(จากความคิดผม) มีดังนี้
1.ในสภาต้องมีภาคส่วนต่างๆเข้าไปมีส่วนร่วมกับ ส.ส. ในการบริหาร(จากปกติมี ส.ส. ฝ่าบรัฐบาล และ ส.ส. ฝ่ายค้าน) แต่อยากให้มี กลุ่มจากภาคส่วนต่าางๆเข้ามีส่วนร่วมด้วย เช่น ตัวแทน รัฐวิจาหกิจ ตัวแทนแพทย์พยาบาล ตัวแทนชาวสวนยาง ตัวแทนชาวนา ตัวแทนนักธุรกิจ ตัวแทนอธิการบดี ตัวแทนครู ตัวแทนจากภาคการท่องเที่ยว และอื่นๆ ตามความเหมาะสม
1.1 โดยตัวแทนแต่ละฝ่ายก็จะมีกลุ่มอยู่แล้วเช่น กลุ่มอธิการบดี ชาวนา ชาวสวนยาง รัฐวิสาหกิจ ฯลฯ ก็ส่งตัวแทนเข้าไปนั่งในสภาเพื่อเป็นปากเสียงหรือเสนอนโยบายหรือความเดือดร้อนความต้องการของแต่ละภาคส่วนโดยตรง ไม่ต้องผ่านพวก ส.ส. ที่จะเป็นคนบอกว่า เช่น ยางราคาต่ำต้องแก้ไข อยากให้มาจากกลุ่มตัวแทนโดยตรง
1.2 ส่วนค่าตอบแทนในการการประชุมทุกฝ่ายที่เป็นตัวแทน ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. แต่เป็นคนที่กลุ่มคนเลือกขึ้นมาเพื่อไปใช่สิทธ์แทนในการออกเสียงในสภา เช่นกลุ่มชาวนาก็จะมีกลุ่มชาวนาไทยก็ส่งตัวแทนมาโดยรัฐต้องให้ค่าที่ต้องมาประชุมสภาในแต่ละครั้ง(แต่ไม่ใช่เงินเดือน แต่อาจจะเป็นเงินประจำตำแหน่ง เพราะเค้าอาจจะมีอาจชีพอื่น เช่น อธิการบดี ก็ส่งตัวแทนมาจากการเลือกโดยอธิการบดีทั่วประเทศ ฯลฯ)
2.เมื่อ ส.ส. ที่ถูกเลือกตั้งเข้ามาโดยประชาชนแล้ว ก็จะแบ่งกลุ่มโดยแต่ละพรรคที่ถูกเลือกเข้ามาก็รวมตัวกันของแต่ละพรรคให้เป็น สองฝ่ายและให้จำนวนทั้งสองฝ่ายใกล้เคียงกันมากที่สุดหรือเท่ากันจะดีที่สุด
3.เมื่อรวมตัวกันเป็นสองฝ่ายเรียบร้อย ก็ให้แต่ละฝ่ายเลือกตัวแทนที่จะ ส่งไปเป็น นายก รองนายก รัฐมนตรีต่างๆ มาแข่งกัน เช่น
กลุ่ม A ส่ง นาย A1 เป็นนายก A2 เป็นรองนายก A3 เห็นรัฐมนตรียุติธรรม ฯลฯ
กลุ่ม B ส่ง นาย B1 เป็นนายก B2 เป็นรองนายก B3 เห็นรัฐมนตรียุติธรรม ฯลฯ
และจากนั้นทำการเลือกโดย ส.ส. ทั้งสองฝ่ายและตัวแทนจากประชาชนจากส่วนต่างๆเลือกอีกทีว่าให้ใครเป็นนายยกระหว่าง A1 กับ B1 ส่วนรองนายกก็เช่นก็หรือไม่ก็ให้รองนายกมาจากทั้งสองฝ่าย รัฐมนตรีก็เช่นก็ ต้องแข่งกันว่าจะได้ใคร ตัวแทนฝ่ายไหนได้เป็นนายกก็ให้เป็นฝ่ายรัฐบาล ส่วนอีกฝ่ายก็ให้เป็นฝ่ายค้านโดยที่รองนายกหรือรัฐมนตรีก็อาจจะมาจากฝ่ายค้านที่ถูกเลือกจะจาก ส.ส. และตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆแล้วด้วย เช่น นายก ได้ A1 ดังนั้นฝ่ายรัฐบาลก็คือ กลุ่ม A โดยมีรองนายกที่ถูกเลือกอาจจะเป็นคนที่มาจากกลุ่ม A หรือ B ก้ได้ และรัฐมนตรีต่างๆก็เช่นกัน อาจระเป็นรัฐมนตรีที่ถูกเลือกจาก ส.ส. และตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ ที่มาจากฝ่ายค้านก็ได้
ส่วนการตรวจสอบการทำงานของแต่ละฝ่าย เช่นการยืนมัติไม่ไว้วางใจทั้งสองฝ่ายก็สามารถทำได้ ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านเท่านั้นที่สามารถยืนมติไม่ไว้วางใจได้
4.ต้องมีหน่วยงานที่เป็นอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลโดยตรง รวมไปถึงหน่วยงานรัฐทั้งหมด
ทั้งหมดนี้มากจากความคิดของประชาชนคนหนึ่งที่รักผืนแผ่นดินรักประเทศไทย อยากให้ทุกคนทุกฝ่ายช่วยกันคิดหาวิธีที่จะทำยังไงก็ได้ที่จะให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศโดยให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศไทยมากที่สุด เพื่อลดความขัดแย่งดังเช่นปัจจุบัน (ผมไม่มีความรู้ทางกฏหมายแต่ผมแค่มีความต้องการมีความคิดที่อยากเห็นประเทศพัฒนา) สิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์บ้าง ขอความคิดเห็นคำแนะนำและร่วมกันคิดแก้ปัญหาประเทศของเราด้วยกันครับ เผื่อผู้มีอำนาจจะเห็นบ้าง....