ความในใจของผมที่มีต่อนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เมื่อก่อนนี้หน้านี้ทัศนคติของผมที่มีต่อการเมืองถือว่าเป็นลบมาก เพราะตั้งแต่ผมอายุถึงเกณฑ์ที่จะต้องไปเลือกตั้ง ผมขอสารภาพเลยครับว่าตอนนี้ ผมอายุ 23 ปีแล้ว ผมไม่เคยไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะผมมีความเห็นที่ว่าเลือกตั้งมากี่ครั้งเดี๋ยวก้ต้องมีม็อบทุกออกมา  มีทหารออกมาปฎิวัติ แล้วเดี๋ยวก้ต้องเลือกตั้งใหม่ เสียเวลา อีกอย่างคือผมรุ้สึกว่าประเทศไทยมีนักการเมืองที่ทุจริตไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลสมัยไหนก็ตาม (ตั้งแต่ปี 2475-ปัจจุบัน)  ทั้งในเชิงนโยบาย ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม (สังคมเมือง และสังคมชนบท) แบ่งพรรค แบ่งพวก ความไม่ยุติธรรมในสังคม ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้มันทำให้ผมรู้สึกเบื่อหน่ายในการเมืองมากๆ เพราะรุ้สึกว่าเดี๋ยวพอพรรคนี้ ปัญหาเดิมๆก้จะกลับมาไม่จบไม่สิ้น จนแม้กระทั่งนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนแรกผมก็มีความคิดเห็นเหมือนหลายๆคนครับว่า จะรอดไหม(วะ)

  ทั้งโครงการรับจำนำข้าว จะเวิร์คเหรอ (วะ) โครงการรถคันแรก (รถติดชิ ไม่เห็นจะดีตรงไหน) รถไฟความเร็วสูง (ก็อยากมีเหมือนญี่ปุ่นนะ แต่กลัวมันจะมีแต่ราง แต่รถไฟหายไปกับเงิน 2ลล.บาท) พรบ.นิรโทษกรรม  คิดได้ไง(วะ) และอีกหลายๆกระแสที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการต่อต้านพรบ.นิรโทษกรรม และได้ฟังทั้งคุณสุเทพ และคุณอภิสิทธิ์ขึ้นปราศัย  แต่ละคำที่ท่านแกนนำแต่ละท่านพูดนี่พูดถึงนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงนี่ดีๆทั้งนั้นเลย สร้างสรรค์มาก ทั้ง [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้  แหมพูดให้เกียรติแบบนี้ ช่างไม่นึกถึงภรรยา และลูกของท่านทั้งหลายที่ปราศัยบ้างเลย ว่าก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน หลังจากได้ฟังแล้วผมรุ้สึกสงสารนายกมากว่า ไม่น่ามาเป็นนายกเลย เห็นนิ่งๆนิ่มๆแบบนี้ ดูท่าจะไม่รอด และดูท่าจะเสร็จม็อบแน่ๆ แต่หลังจากได้เห็นรอยยิ้มและสายตาของนายกในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการแถลงข่าวในวันที่ 2 ธ.ค.56 ที่ตอบคำถามสื่อทั้งไทยและต่างชาติน้ำเสียงเข้มมาก ภายใต้ท่าทีที่นิ่งๆ ผมเห็นแล้วอุทานว่า "เฮ้ย" ผมนึกไม่ถึงว่านายกที่นิ่ง ทำแต่งาน พูดไม่เก่ง อ่านแต่สคริปต์ จะมีมุมที่เข้มแข็ง ดุดันและ เฉียบขาดด้วยวุ้ย (ตอนแรกที่ได้ยืนคิดว่า เอาแล้วเว้ย นายกอยู่นานเริ่มเสียงดัง สงสัยทนมานาน) ตั้งแต่นั้นมาผมเลยรุ้สึกชอบนายกเลยครับ และคิดมาตลอดว่าอยากรู้เหมือนกันว่านายกจะทำอย่างไรต่อไปต่อสถานการณ์เช่นนี้ และสิ่งที่ทำให้ผมอึ้งยิ่งกว่านั้นคือ การที่นายกบอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดทางให้ผู้ชุมนุมเข้ามาในทำเนียบและ บชน.  เพื่อรักษาชิวิตของผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้ ผมอึ้งเลยครับ   O_O   ผมอึ้งมากเพราะผมไม่เคยเห็นครั้งไหนที่เกิดการปฎิวัติหรือการต่อต้านรัฐบาลแล้วจะจบลงที่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาง่ายๆแบบสันติวิธีโดยไม่ต้องใช้กำลังซักแอะ แล้วฉลองเสร็จกลับบ้าน เพราะที่ผ่านมาจะเห็นแต่ ทหารออกมา เห็นนักศึกษา ประชาชนตายเกลื่อนมาตลอด แต่นี่เหมือนกับมีคนบุกรุกบ้านแต่เจ้าของบ้านบอก" เข้ามาก่อนสิคะ ไม่พอใจอะไรคุยกันได้นะคะ"
  
  สิ่งที่นายกฯทำนี้เป็นครั้งแรกในประวัติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นแสดงให้เห็นถึงนิมิตหมายอันดีที่จะเกิดแก่ประเทศ ให้ความตึงเครียกได้ลดลงบ้านะครับ มันทำให้ผมรู้สึกมีความหวังกับนายก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าประเทศจะสามารถพัฒนาไปในทางที่ดีได้ครับ ถึงแม้ว่าเธอจะบริหารงานไม่เก่ง เพราะยังมีประสบการณ์ที่ไม่พอ แต่ผมเชื่อว่าถ้าเธอสั่งสมประสบการณ์มากๆ ประเทศไทยคงจะมีอะไรใหม่ๆให้เห็นบ้างล่ะครับ ผมจะขอเสี่ยงมอบใจให้นายกฯคนนี้บริหารประเทศดูว่า เธอจะบริหารประเทศออกมาในรูปแบบไหน  เพราะนายกฯทำให้ผมมีความหวังว่าจะมีใครสักคนจะหยุดวัฎจักรของความขัดแย้งของประเทศลงได้ และนำพาประเทศไปสู่ความเจริญได้ครับ

  สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะบอกคือ ที่ผมชื่นชอบนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้มองว่า เธอเป็นตัวแทนของ พตท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นน้องสาวของทักษิณ เป็นคนในตระกูลชินวัตร ไม่มองว่าเป็นคนสวย  แต่ผมมองเธอในฐานะ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"   ผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รับ  ความไว้ใจ   และ  วางใจ  ให้บริหารประเทศ เพราะถ้าหากเธอเป็นนายกที่ดี อยู่ในความสุจริตและมีความเที่ยงธรรม เธอก็จะได้ความนับถือจากประชาชน แต่ถ้าหากว่าสิ่งที่ทำนั้นตรงกันข้ามล่ะก็ ประชาชนก็คงหมดความนับถือไปเองครับ

ปล. ที่ผมเขียนกระทู้นี้ขึ้นมานั้นเป็นสิ่งที่ผมรุ้สึกกับนายกรัฐมนตรี "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ไม่เกี่ยวกับเสื้อสีไหนใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเสื้อเหลือง หรือเสิอแดงนะครับ และไม่เกี่ยวกับ พตท. ทักษิณ ชินวัตรนะครับ เพราะทัศนคติเดิมของผมคือ เกลียดนักการเมือง "ทุกพรรค" ครับ และจะขอเสี่ยง
กับ นายก "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" สักครั้ง ครับ


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่