[การเมืองตอน เรื่องเล่าจากแนวปะทะ
และการทำอารยะขัดขืนกับเทือกอย่างรุนแรง]... ยาวเกิ๊น
.......................
วันนี้หลังจากไปสำรวจตามแนวปะทะ
โดยรวม แนวปะทะ ไม่ตึงเครียดมากนัก
มีกำลังสนับสนุนมาเรื่อยๆไม่ขาดตอน
บางส่วนของแนวกันชน เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว
มีคนนั่งกินอยู่สองคน ดูฟินกับบรรยากาศ
ในขณะที่จุดพักรบต่างฝ่ายต่างไฮปาร์กใส่กัน
ว่าจุดนี้จะไม่มีการบุกนะ อยุ่กันอย่างสงบนะ
มีการเปิดเพลงปลุกใจตำรวจเป็นระยะๆ
ส่วนแนวใกล้ๆ ที่ เปิดเป็นจุดปะทะ
ก็ปะทะกันจริงๆ แก๊สน้ำตา ปลิวกันมาเป็นว่าเล่น
ทางฝ่ายรับ ก็มีประสบการณ์สูง มีอุปกรณ์รับมือพื้นฐานพร้อม
ส่งตรงจากมวลชน ถังน้ำ ผ้า แว่นปิดตา ผ้าขนหนุ น้ำเกลือ และอื่นๆ
กลยุทธ์การรับมือครบ ขว้างมาก บางส่วนก็ขว้างกลับได้
แต่ความรุนแรงยังอยู่ในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยเสียมากกว่า
ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ชุมนุม
มีการไฮปาร์กไปมา ได้ชี้แจงทั้งสองฝ่าย
ชี้แจงเสร็จก็ปะทะ ปะทะเสร็จก็คุยกันต่อ
โยนแก็สน้ำตากันไปมา ทางฝั่งรับ ก็ถือว่าไม่แพ้ทางกัน
สู้กันตามจังหวะ และ ทิศทางลม
มีช๊อตฮาบ้างตอนตำรวจยิงแล้วแป๊กตกลงไปในฝ่ายตัวเอง
จนต้องวิ่งหนีกันอุตลุตออกจากบังเกอร์
ผมว่ารบกันแบบนี้ดี อยู่ในระดับที่รับได้
เหมือนสงครามของผู้มีอารยะ
ว่ากันที่ยุทธวิธีใครวางได้ดีกว่า ก็ยึดพื้นที่ไป
ไม่ต้องมีใครตาย แม้จะเตรียมตัวตายแล้ว
แต่การไม่ต้องมีใครตาย คือเรื่องดีที่สุด
แต่พื้นๆอื่นๆ ทราบว่าค่อนข้างตรึงเครียด
มีข่าวลือเรื่องกระสุนยาง กระสุนจริง ผู้ได้รับบาดเจ็บ
ทางฝั่งผู้ชุมนุมก็มีเรื่องระเบิดปิงปอง ระเบิดขวดขว้างไปจริง
เพราะขว้างไปต่อหน้าผม(ต่อหน้ากู)เอง
จุดอื่นๆตึงเครียดทีเดียว
ช่วงเย็นก็กลับมาพักเหนื่อยกันตามปกติ
ติดตามข่าวทั่วไปในฐานที่พัก
นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากไปเยือนเวที ราชดำเนิน
มาเพื่อมองหาหยิบเจอมุมมองการปฏิรูปของเวทีนี้ที่ชัดเจนขึ้น
สิ่งแรกที่เห็นคือ เต็นท์สีฟ้า
สิ่งที่เห็นอย่างที่สองคือ เต็นท์สีฟ้า ที่มีชื่อ สส สก และเขตอย่างชัดเจน
สิ่งที่เห็นอย่างที่สามคือ เต็นท์สีฟ้ ที่มีชื่อว่าครัว"ท่าน"สุเทพ
ท่าน
ท่าน
ใช่ ท่านสุเทพ
กราบบบ
ผมก็บรรลุซ้ำเหมือน อินเซ็บชั่นทันทีว่า
ถ้าขนาดยังวางยศ วางฐานันดรศักดิ์ไม่ได้
ยังฉวยจังหวะ หาเสียง แม้แต่ในเวทีปฏิรูปการเมือง
ผมก็มั่นใจเลยว่า ห่านเหวพวกนี้ มันไม่ได้ จริงใจอย่างแน่นอน
การใช้ัเต็นท์สีฟ้าเชื่อมโยงกัน ไปจนถึง พรรคฝ่าย
ย้ำ ชื่อ และ ฐานะ สส เกือบทุกเต็นท์ที่เดิน จนถึงเวที
ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ชนกลุ่มนี้จะ ยอมยุบพรรคการเมืองของตัวเองลง ละทิ้งการเมืองแล้วไปประกอบอาชีพอื่นๆ
โดยไม่ยุ่งกับสภาประชาชน
ใครจะเชื่อก็เชื่อไป แต่ผมไม่เชื่อ
แต่ผมทำอะไรได้ไม่มากนอกจากอารยะขัดขืนในแบบของผม
ผมเดินเข้าไปหาครัว"ท่าน"สุเทพอย่างมุ่งมั่น
แล้วกินข้าวแม่นนงไปจานหนึ่ง
ใช่ผมกินแม่นนงไปจานหนึ่ง กินมากไม่ได้
เพราะกินที่อื่นมาก่อนหลายจานแล้ว
แต่ผมอิ่มแค่ไหน ผมก็ต้องกินข้าวแม่นนงให้ได้
ผมทำแบบนี้เพื่อเตือนว่า
ประชาชน ยังจับตาดูคุณอยู่ อย่างไม่ไว้วางใจ
ไมเคยไว้วางใจ
การกินข้าวจานนี้ในฐานะผู้ร่วมชุมนุมและ ออกภาคสนาม
แต่ไม่ได้ไว้วางใจคุณหรือเชื่อใจคุณนั้น
เป็นการเตือนคุณว่า
มวลชนไม่ได้โง่ หรือ หลอกได้ด้วยข้าวเพียงจานเดียว
และคำหวานหู
เรามีตาที่จะมองเห็นสัญลักษณ์ทางการเมืองในม๊อบปฏิรูป
ในการชุมนุมที่คุณให้สัญญาว่าจะไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง
เราไม่โง่ ถ้าคุณกล้าใช้มวลชนเป็นเครื่องมือ เราก็กล้าใช้คุณเช่นกัน
นั่นคือคำเตือนจากผม ประชาชนคนหนึ่ง
ปล ถ้าแม่ครัวอ่านอยู่ ผมขอบอกว่า
กับข้าวเผ็ดไปหน่อย และควรเพิ่มผักครับ
เรื่องเล่าเบาๆจากแนวปะทะ และ อารยะขัดขืนกับเทือกจากผม
และการทำอารยะขัดขืนกับเทือกอย่างรุนแรง]... ยาวเกิ๊น
.......................
วันนี้หลังจากไปสำรวจตามแนวปะทะ
โดยรวม แนวปะทะ ไม่ตึงเครียดมากนัก
มีกำลังสนับสนุนมาเรื่อยๆไม่ขาดตอน
บางส่วนของแนวกันชน เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว
มีคนนั่งกินอยู่สองคน ดูฟินกับบรรยากาศ
ในขณะที่จุดพักรบต่างฝ่ายต่างไฮปาร์กใส่กัน
ว่าจุดนี้จะไม่มีการบุกนะ อยุ่กันอย่างสงบนะ
มีการเปิดเพลงปลุกใจตำรวจเป็นระยะๆ
ส่วนแนวใกล้ๆ ที่ เปิดเป็นจุดปะทะ
ก็ปะทะกันจริงๆ แก๊สน้ำตา ปลิวกันมาเป็นว่าเล่น
ทางฝ่ายรับ ก็มีประสบการณ์สูง มีอุปกรณ์รับมือพื้นฐานพร้อม
ส่งตรงจากมวลชน ถังน้ำ ผ้า แว่นปิดตา ผ้าขนหนุ น้ำเกลือ และอื่นๆ
กลยุทธ์การรับมือครบ ขว้างมาก บางส่วนก็ขว้างกลับได้
แต่ความรุนแรงยังอยู่ในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยเสียมากกว่า
ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ชุมนุม
มีการไฮปาร์กไปมา ได้ชี้แจงทั้งสองฝ่าย
ชี้แจงเสร็จก็ปะทะ ปะทะเสร็จก็คุยกันต่อ
โยนแก็สน้ำตากันไปมา ทางฝั่งรับ ก็ถือว่าไม่แพ้ทางกัน
สู้กันตามจังหวะ และ ทิศทางลม
มีช๊อตฮาบ้างตอนตำรวจยิงแล้วแป๊กตกลงไปในฝ่ายตัวเอง
จนต้องวิ่งหนีกันอุตลุตออกจากบังเกอร์
ผมว่ารบกันแบบนี้ดี อยู่ในระดับที่รับได้
เหมือนสงครามของผู้มีอารยะ
ว่ากันที่ยุทธวิธีใครวางได้ดีกว่า ก็ยึดพื้นที่ไป
ไม่ต้องมีใครตาย แม้จะเตรียมตัวตายแล้ว
แต่การไม่ต้องมีใครตาย คือเรื่องดีที่สุด
แต่พื้นๆอื่นๆ ทราบว่าค่อนข้างตรึงเครียด
มีข่าวลือเรื่องกระสุนยาง กระสุนจริง ผู้ได้รับบาดเจ็บ
ทางฝั่งผู้ชุมนุมก็มีเรื่องระเบิดปิงปอง ระเบิดขวดขว้างไปจริง
เพราะขว้างไปต่อหน้าผม(ต่อหน้ากู)เอง
จุดอื่นๆตึงเครียดทีเดียว
ช่วงเย็นก็กลับมาพักเหนื่อยกันตามปกติ
ติดตามข่าวทั่วไปในฐานที่พัก
นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากไปเยือนเวที ราชดำเนิน
มาเพื่อมองหาหยิบเจอมุมมองการปฏิรูปของเวทีนี้ที่ชัดเจนขึ้น
สิ่งแรกที่เห็นคือ เต็นท์สีฟ้า
สิ่งที่เห็นอย่างที่สองคือ เต็นท์สีฟ้า ที่มีชื่อ สส สก และเขตอย่างชัดเจน
สิ่งที่เห็นอย่างที่สามคือ เต็นท์สีฟ้ ที่มีชื่อว่าครัว"ท่าน"สุเทพ
ท่าน
ท่าน
ใช่ ท่านสุเทพ
กราบบบ
ผมก็บรรลุซ้ำเหมือน อินเซ็บชั่นทันทีว่า
ถ้าขนาดยังวางยศ วางฐานันดรศักดิ์ไม่ได้
ยังฉวยจังหวะ หาเสียง แม้แต่ในเวทีปฏิรูปการเมือง
ผมก็มั่นใจเลยว่า ห่านเหวพวกนี้ มันไม่ได้ จริงใจอย่างแน่นอน
การใช้ัเต็นท์สีฟ้าเชื่อมโยงกัน ไปจนถึง พรรคฝ่าย
ย้ำ ชื่อ และ ฐานะ สส เกือบทุกเต็นท์ที่เดิน จนถึงเวที
ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ชนกลุ่มนี้จะ ยอมยุบพรรคการเมืองของตัวเองลง ละทิ้งการเมืองแล้วไปประกอบอาชีพอื่นๆ
โดยไม่ยุ่งกับสภาประชาชน
ใครจะเชื่อก็เชื่อไป แต่ผมไม่เชื่อ
แต่ผมทำอะไรได้ไม่มากนอกจากอารยะขัดขืนในแบบของผม
ผมเดินเข้าไปหาครัว"ท่าน"สุเทพอย่างมุ่งมั่น
แล้วกินข้าวแม่นนงไปจานหนึ่ง
ใช่ผมกินแม่นนงไปจานหนึ่ง กินมากไม่ได้
เพราะกินที่อื่นมาก่อนหลายจานแล้ว
แต่ผมอิ่มแค่ไหน ผมก็ต้องกินข้าวแม่นนงให้ได้
ผมทำแบบนี้เพื่อเตือนว่า
ประชาชน ยังจับตาดูคุณอยู่ อย่างไม่ไว้วางใจ
ไมเคยไว้วางใจ
การกินข้าวจานนี้ในฐานะผู้ร่วมชุมนุมและ ออกภาคสนาม
แต่ไม่ได้ไว้วางใจคุณหรือเชื่อใจคุณนั้น
เป็นการเตือนคุณว่า
มวลชนไม่ได้โง่ หรือ หลอกได้ด้วยข้าวเพียงจานเดียว
และคำหวานหู
เรามีตาที่จะมองเห็นสัญลักษณ์ทางการเมืองในม๊อบปฏิรูป
ในการชุมนุมที่คุณให้สัญญาว่าจะไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง
เราไม่โง่ ถ้าคุณกล้าใช้มวลชนเป็นเครื่องมือ เราก็กล้าใช้คุณเช่นกัน
นั่นคือคำเตือนจากผม ประชาชนคนหนึ่ง
ปล ถ้าแม่ครัวอ่านอยู่ ผมขอบอกว่า
กับข้าวเผ็ดไปหน่อย และควรเพิ่มผักครับ