ประเทศไทยจะมีกบฎ ครั้งที่ 14
ทุกวันนี้ไม่ใช่เสรีภาพการชุมนุมแล้ว วันนี้เคลื่อนไหวล้มล้างการปกครองชัดเจน
ปล่อยให้กองกำลังกบฎยึดไปครับ ให้ยึดไปก่อน ให้กลุ่มกบฎประกาศชัยชนะ ให้การกบฎเกิดขึ้นสำเร็จเป็นโทษก่อน
มาดูประวัติศาสตร์
สมัย กบฏยังเติร์ก อนึ่ง การกบฏครั้งนี้ มีจำนวนกำลังทหารเข้าร่วมมากถึง 42 กองพัน ถือได้ว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ และมีบางข้อมูลระบุว่า ในเวลาเย็นก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์เพียงวันเดียว ทางฝ่ายผู้ก่อการ คือ พ.อ.ประจักษ์ ได้เข้าพบ พล.อ.เปรม ถึงบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เพื่อเกลี่ยกล่อมให้เข้าร่วม โดยให้เป็นหัวหน้าคณะและจะให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ เพื่อจขัดอิทธิพลของนักการเมือง แต่ พล.อ.เปรม ไม่ตอบรับ พร้อมกลับเข้าบ้านพักและหลบหนีออกไปได้
รัฐบาลโดนก่อน กลุ่มกบฎยึดทีวีประกาศชัยชนะ...
คณะผู้ก่อการที่เรียกตัวเองว่า "คณะกรรมการสภาปฏิวัติ" ได้เริ่มก่อการเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 เมษายน โดยจับตัว พล.อ.เสริม ณ นคร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พลโทหาญ ลีนานนท์, พลตรีชวลิต ยงใจยุทธ และพล.ต.วิชาติ ลายถมยา ไปไว้ที่หอประชุมกองทัพบก และออกแถลงการณ์คณะปฏิวัติ พร้อมกับได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ, ยุบสภา ถอดถอนคณะรัฐบาล ประกาศแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง พร้อมกับเปิดเพลงปลุกใจออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยตลอดเวลา ขณะที่ตามสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครได้มีการตั้งบังเกอร์ กระสอบทราย และมีกำลังทหารพร้อมอาวุธรักษาการณ์อยู่อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งมีการอัญเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาด้วย เพื่อเป็นสัญลักษณ์
ฝ่ายรัฐบาลตอบโต้กลับ...
ทางฝ่ายรัฐบาล โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่ กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ตั้งกองบัญชาการตอบโต้ และใช้อำนาจปลดผู้ก่อการออกจากตำแหน่งทางทหาร โดยได้กำลังสนับสนุนจาก พล.ต.อาทิตย์ กำลังเอก รองแม่ทัพภาคที่ 2
การตอบโต้กลับของทางรัฐบาล เริ่มต้นด้วยการโดยส่งเครื่องบินเอฟ-16 บินเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯเพื่อสังเกตการณ์ พร้อมกับเคลื่อนกำลังพลเข้ามา ทหารทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกันเล็กน้อย มีทหารฝ่ายก่อการเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย มีพลเรือนถูกลูกหลงเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างละ 1 คน ซึ่งการกบฏก็ได้ยุติลงอย่างรวดเร็วในเวลาเช้าตรู่ของวันที่ 3 เมษายน
ขณะที่แกนนำของฝ่ายผู้ก่อการเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ
...รัฐบาลต้องการความชอบธรรมในการปราบกบฎ...
1 ธค. 2556 ประเทศไทยจะมีกบฎ ครั้งที่ 14
ทุกวันนี้ไม่ใช่เสรีภาพการชุมนุมแล้ว วันนี้เคลื่อนไหวล้มล้างการปกครองชัดเจน
ปล่อยให้กองกำลังกบฎยึดไปครับ ให้ยึดไปก่อน ให้กลุ่มกบฎประกาศชัยชนะ ให้การกบฎเกิดขึ้นสำเร็จเป็นโทษก่อน
มาดูประวัติศาสตร์
สมัย กบฏยังเติร์ก อนึ่ง การกบฏครั้งนี้ มีจำนวนกำลังทหารเข้าร่วมมากถึง 42 กองพัน ถือได้ว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ และมีบางข้อมูลระบุว่า ในเวลาเย็นก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์เพียงวันเดียว ทางฝ่ายผู้ก่อการ คือ พ.อ.ประจักษ์ ได้เข้าพบ พล.อ.เปรม ถึงบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เพื่อเกลี่ยกล่อมให้เข้าร่วม โดยให้เป็นหัวหน้าคณะและจะให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ เพื่อจขัดอิทธิพลของนักการเมือง แต่ พล.อ.เปรม ไม่ตอบรับ พร้อมกลับเข้าบ้านพักและหลบหนีออกไปได้
รัฐบาลโดนก่อน กลุ่มกบฎยึดทีวีประกาศชัยชนะ...
คณะผู้ก่อการที่เรียกตัวเองว่า "คณะกรรมการสภาปฏิวัติ" ได้เริ่มก่อการเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 เมษายน โดยจับตัว พล.อ.เสริม ณ นคร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พลโทหาญ ลีนานนท์, พลตรีชวลิต ยงใจยุทธ และพล.ต.วิชาติ ลายถมยา ไปไว้ที่หอประชุมกองทัพบก และออกแถลงการณ์คณะปฏิวัติ พร้อมกับได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ, ยุบสภา ถอดถอนคณะรัฐบาล ประกาศแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง พร้อมกับเปิดเพลงปลุกใจออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยตลอดเวลา ขณะที่ตามสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครได้มีการตั้งบังเกอร์ กระสอบทราย และมีกำลังทหารพร้อมอาวุธรักษาการณ์อยู่อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งมีการอัญเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาด้วย เพื่อเป็นสัญลักษณ์
ฝ่ายรัฐบาลตอบโต้กลับ...
ทางฝ่ายรัฐบาล โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่ กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ตั้งกองบัญชาการตอบโต้ และใช้อำนาจปลดผู้ก่อการออกจากตำแหน่งทางทหาร โดยได้กำลังสนับสนุนจาก พล.ต.อาทิตย์ กำลังเอก รองแม่ทัพภาคที่ 2
การตอบโต้กลับของทางรัฐบาล เริ่มต้นด้วยการโดยส่งเครื่องบินเอฟ-16 บินเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯเพื่อสังเกตการณ์ พร้อมกับเคลื่อนกำลังพลเข้ามา ทหารทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกันเล็กน้อย มีทหารฝ่ายก่อการเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย มีพลเรือนถูกลูกหลงเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างละ 1 คน ซึ่งการกบฏก็ได้ยุติลงอย่างรวดเร็วในเวลาเช้าตรู่ของวันที่ 3 เมษายน
ขณะที่แกนนำของฝ่ายผู้ก่อการเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ
...รัฐบาลต้องการความชอบธรรมในการปราบกบฎ...