สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (อังกฤษ: Absolute Monarchy) คือ ระบอบการปกครองที่มีกษัตริย์เป็นผู้ปกครองและมีสิทธิ์ขาดในการบริหารประเทศ ในระบอบการปกครองนี้ กษัตริย์ก็คือกฎหมาย กล่าวคือ ที่มาของกฎหมายทั้งปวงอยู่ที่กษัตริย์ คำสั่ง ความต้องการต่าง ๆ ล้วนมีผลเป็นกฎหมาย ปัจจุบัน ประเทศที่ใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์(ราชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ )ในปัจจุบันคือ ซาอุดิอาระเบีย บรูไน โอมาน รวมทั้ง นครรัฐวาติกัน ด้วย
ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นระบอบการปกครองอย่างหนึ่ง โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐโดยมีพระราชอำนาจถูกจำกัดอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร เพราะฝ่ายบริหารมีนายกรัฐมนตรีจากประชาชนเป็นหัวหน้าหรือประมุขอยู่แล้วปัจจุบัน รัฐแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่มักปกครองด้วยระบบรัฐสภา อาทิ ออสเตรเลีย เบลเยียม กัมพูชา แคนาดา เดนมาร์ก ญี่ปุ่น มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวีเดน ไทย[2] สหราชอาณาจักร และภูฏาน โดยภูฏานเป็นประเทศล่าสุดที่เปลี่ยนแปลงจากสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีเปลี่ยนประชาธิปไตยไปเป็นสมบูรณาญาสิทธิราช คือ เนปาล ในปีพ.ศ. 2544 เกิดเหตุสังหารหมู่ในพระราชวัง โดยเจ้าชายทิเปนทระ มกุฎราชกุมารในสมัยนั้น และกษัตริย์ชญาเนนทระได้ขึ้นครองราชสมบัติแทน ในปีพ.ศ. 2548 กษัตริย์ชญาเนนทระได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล นำมาซึ่งการประท้วงจากประชาชนและพรรคการเมืองในเวลาต่อมา จนต้องคืนอำนาจให้กับรัฐสภา รัฐสภาเนปาลได้จำกัดพระราชอำนาจของกษัตริย์ และให้เนปาลเป็นรัฐโลกวิสัย (secular state)
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 รัฐสภาเนปาลได้ผ่านกฎหมายที่จะเปลี่ยนเนปาลเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย โดยมีผลหลังการเลือกตั้งในปีพ.ศ. 2551[4]
ในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 รัฐบาลเนปาลประกาศยกเลิกระบอบกษัตริย์ สถาปนาสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยขึ้น โดยกำหนดให้ชญาเนนทระและอดีตพระบรมวงศานุวงศ์ต้องออกจากพระราชวังภายใน 15 วัน และกำหนดให้วันที่ 28 - 30 พฤษภาคม เป็นวันหยุดราชการ
ประชาธิปไตย-สมบูรณาญาสิทธิราชย์,สมบูรณาญาสิทธิราชย์-ประชาธิปไตย ล่าสุด
ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นระบอบการปกครองอย่างหนึ่ง โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐโดยมีพระราชอำนาจถูกจำกัดอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร เพราะฝ่ายบริหารมีนายกรัฐมนตรีจากประชาชนเป็นหัวหน้าหรือประมุขอยู่แล้วปัจจุบัน รัฐแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่มักปกครองด้วยระบบรัฐสภา อาทิ ออสเตรเลีย เบลเยียม กัมพูชา แคนาดา เดนมาร์ก ญี่ปุ่น มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวีเดน ไทย[2] สหราชอาณาจักร และภูฏาน โดยภูฏานเป็นประเทศล่าสุดที่เปลี่ยนแปลงจากสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีเปลี่ยนประชาธิปไตยไปเป็นสมบูรณาญาสิทธิราช คือ เนปาล ในปีพ.ศ. 2544 เกิดเหตุสังหารหมู่ในพระราชวัง โดยเจ้าชายทิเปนทระ มกุฎราชกุมารในสมัยนั้น และกษัตริย์ชญาเนนทระได้ขึ้นครองราชสมบัติแทน ในปีพ.ศ. 2548 กษัตริย์ชญาเนนทระได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล นำมาซึ่งการประท้วงจากประชาชนและพรรคการเมืองในเวลาต่อมา จนต้องคืนอำนาจให้กับรัฐสภา รัฐสภาเนปาลได้จำกัดพระราชอำนาจของกษัตริย์ และให้เนปาลเป็นรัฐโลกวิสัย (secular state)
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 รัฐสภาเนปาลได้ผ่านกฎหมายที่จะเปลี่ยนเนปาลเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย โดยมีผลหลังการเลือกตั้งในปีพ.ศ. 2551[4]
ในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 รัฐบาลเนปาลประกาศยกเลิกระบอบกษัตริย์ สถาปนาสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยขึ้น โดยกำหนดให้ชญาเนนทระและอดีตพระบรมวงศานุวงศ์ต้องออกจากพระราชวังภายใน 15 วัน และกำหนดให้วันที่ 28 - 30 พฤษภาคม เป็นวันหยุดราชการ