บทที่ 6 ออกล่าวิญญาณร้าย
นีรนุชทำหน้างงๆ เกาศีรษะ ท่าทางนั้นเหมือน...เด็กผู้ชาย พัฒนะขมวดคิ้ว เขาเก็บรายละเอียด
ของเด็กหญิง คำแรกที่ออกจากปาก นายตำรวจหนุ่มจดจำชื่อที่เด็กหญิงเอ่ยออกมา มรรคน้อย ชื่อนี้
อาจมีอะไรเกี่ยวข้องกับเหตุร้ายในโรงเรียนก็ได้.....ทั้งพ่อและแม่ต่างร้องไห้ออกมา เพราะคิดว่าลูกสาว
หวาดกลัวจน สติแตกไปสิ้นแล้ว.....
คุณหมอผู้เป็นเจ้าของไข้ ของนีรนุช จึงอธิบายให้พัฒนะทราบว่า เด็กหญิงน่าจะเกิดอาการตื่นตระหนก
ถึงขีดสุด จึงดึงบุคลิคของคนที่ใกล้ชิด หรือหนังนือที่ชอบอ่านมาเป็นของตนเอง
"มันเป็นอาการทางจิต...ที่เรียก depersonalization หรือคนสองบุคลิค
ซึ่งโดยมากจะเกิดจาก การเสพยาหรือไม่ก็ เป็นจิตใต้สำนึกแปลกแยก หรือความตื่นเต้นถึงขีดสุด"
"แล้วอาการนี้ จะหายเป็นปกติได้หรือเปล่าครับ แล้วต้องใช้เวลานานไหมในการรักษา
ให้เป็นปกติ เพราะผมต้องการทราบในคืนวันเกิดเหตุ หรือถ้าผมสอบถามเธอในตอนนี้ ข้อมูลที่ได้
จะเชื่อถือได้หรือไม่ครับ..."
นายแพทย์มีสีหน้าหนักใจ ก่อนจะตอบออกมา
"ผมเองก็ไม่มั่นใจ เพราะมันเป็นไปได้ที่เธอเห็น อาจเป็นเพียงจิตใต้สำนึกที่เธอสร้างขึ้น
หรืออาจเป็นเรื่องจริงที่เธอพบก็ได้ ผมเองก็ไม่มั่นใจ มันคงต้องอยู่ที่คุณจะต้องไปสืบค้นเอง"
ทันใดเสียงเคาะประตูดังขึ้น พยาบาลเข้ามาแจ้งให้ทราบว่า นีรนุชกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะออกจาก
โรงพยาบาล นายแพทย์จึงรีบขึ้นไปที่ห้องพักคนไข้ทันที
วรรณเมื่อเข้าสู่ตัวอำเภอ ดอนเจดีย์ วรรณยิ้มอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะบอกให้จอดรถตรงหน้าโรงแรม
เพราะตอนนี้เวลาประมาณ ทุ่มกว่าๆ เกือบสองทุ่ม
"ตอนนี้หนูเหนื่อยแล้ว หนูอยากพักผ่อน พี่ไม่ต้องไปส่งหนู พี่ควรกลับไปที่เดิมได้แล้ว
หนูไม่ไปส่งนะคะพี่ขา...เออแล้วเงินของพวกพี่ ในกระเป๋านี่ หนูขอนะ เพราะยังไง
พี่คงไม่อยากใช้มัน...ใช่ไหมคะ??.."
ดวงตาของชายผู้นี้ดูเลื่อนลอย พยักหน้าขึ้นลงเหมือนไร้สติ แล้วเขาก็ขับรถออกไปบนถนน เส้นสุพรรณ
มุ่งหน้าไปจังหวัดอยุธยา รถค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น เร็วขึ้น แล้วเมื่อถึงคอสะพาน รถคันนี้ก็พุ่งชนราว
สะพาน ทำจากคอนกรีต รถฉีกออกเป็นสามท่อน เสียงระเบิดดังสนั่นร่างของมันแหลกเหลวเป็นชิ้นเล็ก
ชิ้นน้อยกระจายไปทั่วสะพาน..... วรรณลืมตาขึ้น เธอโทรศัพท์สั่งอาหารขึ้นมาทาน ในห้อง สายตาของ
เธอมองทอดออกไปในความมืด แววตามีแต่ความว่างเปล่า ไม่คิดถึงอะไร นอกจากจุดประสงค์ที่เธอ
ต้องทำให้สำเร็จต่อไป
"พี่เข้ม....เดี๊ยวเราก็ได้พบกันแล้ว...ฝนคิดถึงพี่...ฝนคิดถึงพี่...ฝน...คิด...ถึง...พี่...."
สายตาของเธอที่มองไปข้างนอกแปรเป็นเคียดแค้น จนลมภายนอกพัดอย่างรุนแรง ทั้งที่วันนี้ ท้องฟ้า
โปร่ง ไม่มีวี่แววว่าจะมีพายุฝน....ลมหอบม้วนเป็นงวง พัดไปยังสถานที่ ที่เธอต้องการให้ไป....
ณ...สำนักปฏิบัติธรรมบุญส่ง ที่อยู่ชายป่า ที่เงียบสงบ อาจารย์บุญลือชายวัย ห้าสิบหก ใบหน้าผ่องใส
เต็มไปด้วยบุญบารมี เหนือริมฝีปาก มีหนวดหนาเข้ม นั่งกรรมฐาน ที่หน้าโต๊ะหมู่ที่มี พระพุทธรูปในปาง
ต่างๆ เทียนที่จุด ไหววูบ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตานั้นคมเข้มดุจชายหนุ่มในวัยฉกรรจ์ แล้วเขาเดิน
ไปที่หน้าต่างมองดูพายุหมุน ที่เกิดจากพลังเวทย์ของปีศาจฝนส่งมาทักทาย ลมหมุนวนไปมา ประมาณ
นาทีกว่า แล้วสงบลง แล้วสิ่งของที่สะบัดเข้ามาในห้องกรรมฐานตกที่หน้าแท่นกราบ อาจารย์บุญลือ
เดินไปหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมาดู มันเป็นย่ามของน้อยที่ติดตัวน้อยมาตั้งแต่เด็ก เขาทราบได้ทันทีว่า
ศิษย์เอกของเขา ได้จากไปแล้ว ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ มีคนบริสุทธิ์ต้องตายอีกมากมาย เพราะว่า
เขาคำนวณผิดพลาด...ที่ส่งน้อยไปเพียงลำพัง จึงเกิดเหตุร้ายที่มิอาจคาดคิดได้....ความจริงแล้ว
อาจารย์บุญลือต้องไปด้วยตนเอง แต่ในช่วงเดือนดับ เป็นช่วงที่กำลังเวทย์เขาตกต่ำถึงขีดสุด อีกอย่าง
ในเดือนนี้ เป็นช่วงที่ตนนั้น ตกในช่วงดวงมรณะ แต่ที่เขาแปลกใจก็คือ น้อยยังไม่ถึงฆาต แต่กลับต้อง
มาตายเช่นนี้...มันเป็นเรื่องที่อาจารย์บุญลือ ไม่คาดคิดจริงๆ....
"...น้อย...แกไม่น่ามารับกรรมแทนข้าเลย....ไม่น่าเลยจริงๆ...."
อาจารย์บุญลือ ทอดถอนลมหายใจออกมาด้วยความเศร้าเสียใจ อย่างสุดที่จะเอ่ยออกมา ก่อนจะเดิน
ไปที่หีบไม้ ขนาดปานกลาง เปิดฝาหยิบเอากระเป๋าปักรูปนกสองตัว ที่ผ้าดูเก่าสีซีดจาง เพราะเป็น
กระเป๋าที่คนรักในอดีตปักให้เขา ก่อนที่เธอจะตายจากไป....น้ำตาของเขาไหลออกมา อย่างแช่มช้า
ความทรงจำในอดีต ได้หวนกลับมาหา...อีกครั้ง...เป็นความทรงจำที่ มิอาจลืมได้ ตลอดที่ลมหายใจ
ของเขายังคงมีอยู่......
....................................
บุญลือในวัย 24 ปี ได้แฝงตัวเข้าไปตามจับ เสือเหี้ยมที่เข้าปล้นฆ่า ไม่เลือก มีเจ้าทุกข์มากมาย
ที่ถูกปล้นฆ่า บุคคลอันเป็นที่รัก รวมทั้งเพื่อนตำรวจที่สนิทสนม ต้องถูกสังหาร เมื่อเข้าติดตามไล่ล่าโจร
ร้ายผู้นี้ ที่เขาได้รับเลือกเพราะ บุญลือนั้นนอกจากเป็นนายตำรวจที่มีไหวพริบปฏิพานดีเยี่ยมแล้ว
เขายังได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบเชื้อสายผู้มีอาคมในแถบ สุพรรณอีกด้วย บุญลือมีอาคมแก่กล้า แต่เขากลับ
มิเคยใช้ออกมา เพราะมันเป็นพรสวรรค์ที่เขาไม่ต้องการ เขาคิดเสมอว่า เรื่องพวกนี้ไม่อาจเทียบได้
กับวิทยาการที่ล้ำสมัย และอำนาจแห่งอาวุธปืน เสือเหี้ยมนั้น ได้ชื่อว่าเป็นเสือร้ายที่อาคมแก่กล้า
สามารถรอดพ้นการจับกุมได้ดั่งมีตาทิพย์ แล้วที่สำคัญมันสามารถสะกดจิตผู้คนได้ เป็นหมู่คณะ
ดั่งเช่น ตอนที่เจ้าหน้าที่เข้าล้อมจับ เสือเหี้ยมที่ อยุธยา นายตำรวจที่มีกำลังถึง ครึ่งร้อยล้อมจับ
ที่บ้านเหยื่อล่อ นายตำรวจทั้งหมดถูกสะกดจิต จนยืนนิ่งเป็นหิน แล้วเสือเหี้ยมกับพรรคพวก ก็หนี
ออกมาอย่างลอยนวล ตอนนั้น บุญลือเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ในบ้านเกิด เพราะเขาเพิ่งจัดการ
ปิดคดีโจรร้ายที่ภาคใต้ เขาตามมาสมทบเพื่อเป็นกำลังเสริม เมื่อมาถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนใน
ที่นั้นยืนนิ่งไม่ไหวติง บุญลือทราบทันทีว่า พวกเขาโดนคาถาหยุดเคลื่อนไหว โดยผู้ใช้คาถานี้ได้
ต้องมีพลังจิตที่เข้มแข็ง จนมิอาจประมาณได้....เพื่อนสนิทของเขาเป็นผู้เดียวที่ไม่ถูกสะกดจิต ถูกยิง
บาดเจ็บสาหัส ก่อนสิ้นใจเขากระซิบความลับให้ บุญลือทราบว่า เสือเหี้ยม มีลูกน้อง 8 คน และมี
น้องชายชื่อผาด ที่มีฝีมือแกร่งเกินพี่ชาย รวมทั้งน้องสาวที่มีพลังจิต อ่านใจคน รวมทั้งสะกดจิต
คนจำนวนมากได้.....
เมื่อผู้บังคับบัญชาให้เขาแฝงตัวเพื่อตามจับ เสือเหี้ยมและพรรคพวก บุญลือจึงมิได้ลังเลที่จะเข้า
รับภารกิจนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะได้ข่าวว่า นายตำรวจที่แฝงตัวไปตามจับ ถูกสังหารไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า
ห้าคน แล้วที่ตายไป ก็ล้วนเป็นนายตำรวจฝีมือดีทั้งสิ้น
"แกต้องระวังตัวให้ดี...เพราะไอ้เสือเหี้ยมมันเหมือนนกรู้ ใครเข้าไปเป็นสายโดนฆ่าหมด
แกเป็นคนมีอาคม มีของดีติดตัว สิ่งเหล่านั้นอาจช่วยแกได้ ระวังตัวให้จงหนัก
ชื่อเสียงของตำรวจไทย ฝากไว้ที่แก...ไอ้ลือ..."
แล้วบุญลือก็เปลี่ยน เป็นชื่อเสือเข้ม เริ่มต้นด้วยการ เข้าปล้นบ้านเหยื่อ ที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลในแถบอ่างทอง
ด้วยตัวคนเดียว ปืนที่ใช้ในการปล้นเป็น รีวอลเวอร์ จุดสามแปด แล้วในที่สุดเสือเข้ม ก็ได้พบเสือเหี้ยม
เขาถูกล้อมด้วยเหล่าลูกน้องที่สิงห์บุรี ในขณะที่จะเข้าปล้นบ้านเศรษฐีในบ้านนั้น เสือเข้มใช้ฝีมือการ
ต่อสู้ด้วยมือเปล่าจัดการสมุนของเสือเหี้ยม ทั้งห้าคนจนสลบหมด จนถึงเกือบได้ปะมือกับเสือผาด
น้องชายเสือเหี้ยม แต่เขากับถูกพลังบางอย่าง อัดกระแทกจนติดฝาบ้าน เป็นพลังจิตจากหญิงสาว
ที่เขาคิดว่าเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา หญิงสาวหน้าแดงกล่ำเมื่ออ่านความคิดของเขา
ในขณะที่เสือเหี้ยมกำลังจะจ่อยิงที่ศีรษะของเขา.......อาจารย์บุญลือนึกถึงแค่นี้ ก่อนจะเก็บกระเป๋าใบ
นั้นเข้ากระเป๋าเสื้อ แล้วเขาก็หยิบเอาอาวุธเวทย์ออกมาเรียงกัน มีทั้งหมด 9 ชนิด ชิ้นสุดท้ายอยู่ใน
ห่อผ้าสีน้ำตาลขนาดยาว......
..................................
ศาสตรา....มหาเวทย์ ตอนที่ 6
นีรนุชทำหน้างงๆ เกาศีรษะ ท่าทางนั้นเหมือน...เด็กผู้ชาย พัฒนะขมวดคิ้ว เขาเก็บรายละเอียด
ของเด็กหญิง คำแรกที่ออกจากปาก นายตำรวจหนุ่มจดจำชื่อที่เด็กหญิงเอ่ยออกมา มรรคน้อย ชื่อนี้
อาจมีอะไรเกี่ยวข้องกับเหตุร้ายในโรงเรียนก็ได้.....ทั้งพ่อและแม่ต่างร้องไห้ออกมา เพราะคิดว่าลูกสาว
หวาดกลัวจน สติแตกไปสิ้นแล้ว.....
คุณหมอผู้เป็นเจ้าของไข้ ของนีรนุช จึงอธิบายให้พัฒนะทราบว่า เด็กหญิงน่าจะเกิดอาการตื่นตระหนก
ถึงขีดสุด จึงดึงบุคลิคของคนที่ใกล้ชิด หรือหนังนือที่ชอบอ่านมาเป็นของตนเอง
"มันเป็นอาการทางจิต...ที่เรียก depersonalization หรือคนสองบุคลิค
ซึ่งโดยมากจะเกิดจาก การเสพยาหรือไม่ก็ เป็นจิตใต้สำนึกแปลกแยก หรือความตื่นเต้นถึงขีดสุด"
"แล้วอาการนี้ จะหายเป็นปกติได้หรือเปล่าครับ แล้วต้องใช้เวลานานไหมในการรักษา
ให้เป็นปกติ เพราะผมต้องการทราบในคืนวันเกิดเหตุ หรือถ้าผมสอบถามเธอในตอนนี้ ข้อมูลที่ได้
จะเชื่อถือได้หรือไม่ครับ..."
นายแพทย์มีสีหน้าหนักใจ ก่อนจะตอบออกมา
"ผมเองก็ไม่มั่นใจ เพราะมันเป็นไปได้ที่เธอเห็น อาจเป็นเพียงจิตใต้สำนึกที่เธอสร้างขึ้น
หรืออาจเป็นเรื่องจริงที่เธอพบก็ได้ ผมเองก็ไม่มั่นใจ มันคงต้องอยู่ที่คุณจะต้องไปสืบค้นเอง"
ทันใดเสียงเคาะประตูดังขึ้น พยาบาลเข้ามาแจ้งให้ทราบว่า นีรนุชกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะออกจาก
โรงพยาบาล นายแพทย์จึงรีบขึ้นไปที่ห้องพักคนไข้ทันที
วรรณเมื่อเข้าสู่ตัวอำเภอ ดอนเจดีย์ วรรณยิ้มอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะบอกให้จอดรถตรงหน้าโรงแรม
เพราะตอนนี้เวลาประมาณ ทุ่มกว่าๆ เกือบสองทุ่ม
"ตอนนี้หนูเหนื่อยแล้ว หนูอยากพักผ่อน พี่ไม่ต้องไปส่งหนู พี่ควรกลับไปที่เดิมได้แล้ว
หนูไม่ไปส่งนะคะพี่ขา...เออแล้วเงินของพวกพี่ ในกระเป๋านี่ หนูขอนะ เพราะยังไง
พี่คงไม่อยากใช้มัน...ใช่ไหมคะ??.."
ดวงตาของชายผู้นี้ดูเลื่อนลอย พยักหน้าขึ้นลงเหมือนไร้สติ แล้วเขาก็ขับรถออกไปบนถนน เส้นสุพรรณ
มุ่งหน้าไปจังหวัดอยุธยา รถค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น เร็วขึ้น แล้วเมื่อถึงคอสะพาน รถคันนี้ก็พุ่งชนราว
สะพาน ทำจากคอนกรีต รถฉีกออกเป็นสามท่อน เสียงระเบิดดังสนั่นร่างของมันแหลกเหลวเป็นชิ้นเล็ก
ชิ้นน้อยกระจายไปทั่วสะพาน..... วรรณลืมตาขึ้น เธอโทรศัพท์สั่งอาหารขึ้นมาทาน ในห้อง สายตาของ
เธอมองทอดออกไปในความมืด แววตามีแต่ความว่างเปล่า ไม่คิดถึงอะไร นอกจากจุดประสงค์ที่เธอ
ต้องทำให้สำเร็จต่อไป
"พี่เข้ม....เดี๊ยวเราก็ได้พบกันแล้ว...ฝนคิดถึงพี่...ฝนคิดถึงพี่...ฝน...คิด...ถึง...พี่...."
สายตาของเธอที่มองไปข้างนอกแปรเป็นเคียดแค้น จนลมภายนอกพัดอย่างรุนแรง ทั้งที่วันนี้ ท้องฟ้า
โปร่ง ไม่มีวี่แววว่าจะมีพายุฝน....ลมหอบม้วนเป็นงวง พัดไปยังสถานที่ ที่เธอต้องการให้ไป....
ณ...สำนักปฏิบัติธรรมบุญส่ง ที่อยู่ชายป่า ที่เงียบสงบ อาจารย์บุญลือชายวัย ห้าสิบหก ใบหน้าผ่องใส
เต็มไปด้วยบุญบารมี เหนือริมฝีปาก มีหนวดหนาเข้ม นั่งกรรมฐาน ที่หน้าโต๊ะหมู่ที่มี พระพุทธรูปในปาง
ต่างๆ เทียนที่จุด ไหววูบ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตานั้นคมเข้มดุจชายหนุ่มในวัยฉกรรจ์ แล้วเขาเดิน
ไปที่หน้าต่างมองดูพายุหมุน ที่เกิดจากพลังเวทย์ของปีศาจฝนส่งมาทักทาย ลมหมุนวนไปมา ประมาณ
นาทีกว่า แล้วสงบลง แล้วสิ่งของที่สะบัดเข้ามาในห้องกรรมฐานตกที่หน้าแท่นกราบ อาจารย์บุญลือ
เดินไปหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมาดู มันเป็นย่ามของน้อยที่ติดตัวน้อยมาตั้งแต่เด็ก เขาทราบได้ทันทีว่า
ศิษย์เอกของเขา ได้จากไปแล้ว ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ มีคนบริสุทธิ์ต้องตายอีกมากมาย เพราะว่า
เขาคำนวณผิดพลาด...ที่ส่งน้อยไปเพียงลำพัง จึงเกิดเหตุร้ายที่มิอาจคาดคิดได้....ความจริงแล้ว
อาจารย์บุญลือต้องไปด้วยตนเอง แต่ในช่วงเดือนดับ เป็นช่วงที่กำลังเวทย์เขาตกต่ำถึงขีดสุด อีกอย่าง
ในเดือนนี้ เป็นช่วงที่ตนนั้น ตกในช่วงดวงมรณะ แต่ที่เขาแปลกใจก็คือ น้อยยังไม่ถึงฆาต แต่กลับต้อง
มาตายเช่นนี้...มันเป็นเรื่องที่อาจารย์บุญลือ ไม่คาดคิดจริงๆ....
"...น้อย...แกไม่น่ามารับกรรมแทนข้าเลย....ไม่น่าเลยจริงๆ...."
อาจารย์บุญลือ ทอดถอนลมหายใจออกมาด้วยความเศร้าเสียใจ อย่างสุดที่จะเอ่ยออกมา ก่อนจะเดิน
ไปที่หีบไม้ ขนาดปานกลาง เปิดฝาหยิบเอากระเป๋าปักรูปนกสองตัว ที่ผ้าดูเก่าสีซีดจาง เพราะเป็น
กระเป๋าที่คนรักในอดีตปักให้เขา ก่อนที่เธอจะตายจากไป....น้ำตาของเขาไหลออกมา อย่างแช่มช้า
ความทรงจำในอดีต ได้หวนกลับมาหา...อีกครั้ง...เป็นความทรงจำที่ มิอาจลืมได้ ตลอดที่ลมหายใจ
ของเขายังคงมีอยู่......
....................................
บุญลือในวัย 24 ปี ได้แฝงตัวเข้าไปตามจับ เสือเหี้ยมที่เข้าปล้นฆ่า ไม่เลือก มีเจ้าทุกข์มากมาย
ที่ถูกปล้นฆ่า บุคคลอันเป็นที่รัก รวมทั้งเพื่อนตำรวจที่สนิทสนม ต้องถูกสังหาร เมื่อเข้าติดตามไล่ล่าโจร
ร้ายผู้นี้ ที่เขาได้รับเลือกเพราะ บุญลือนั้นนอกจากเป็นนายตำรวจที่มีไหวพริบปฏิพานดีเยี่ยมแล้ว
เขายังได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบเชื้อสายผู้มีอาคมในแถบ สุพรรณอีกด้วย บุญลือมีอาคมแก่กล้า แต่เขากลับ
มิเคยใช้ออกมา เพราะมันเป็นพรสวรรค์ที่เขาไม่ต้องการ เขาคิดเสมอว่า เรื่องพวกนี้ไม่อาจเทียบได้
กับวิทยาการที่ล้ำสมัย และอำนาจแห่งอาวุธปืน เสือเหี้ยมนั้น ได้ชื่อว่าเป็นเสือร้ายที่อาคมแก่กล้า
สามารถรอดพ้นการจับกุมได้ดั่งมีตาทิพย์ แล้วที่สำคัญมันสามารถสะกดจิตผู้คนได้ เป็นหมู่คณะ
ดั่งเช่น ตอนที่เจ้าหน้าที่เข้าล้อมจับ เสือเหี้ยมที่ อยุธยา นายตำรวจที่มีกำลังถึง ครึ่งร้อยล้อมจับ
ที่บ้านเหยื่อล่อ นายตำรวจทั้งหมดถูกสะกดจิต จนยืนนิ่งเป็นหิน แล้วเสือเหี้ยมกับพรรคพวก ก็หนี
ออกมาอย่างลอยนวล ตอนนั้น บุญลือเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ในบ้านเกิด เพราะเขาเพิ่งจัดการ
ปิดคดีโจรร้ายที่ภาคใต้ เขาตามมาสมทบเพื่อเป็นกำลังเสริม เมื่อมาถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนใน
ที่นั้นยืนนิ่งไม่ไหวติง บุญลือทราบทันทีว่า พวกเขาโดนคาถาหยุดเคลื่อนไหว โดยผู้ใช้คาถานี้ได้
ต้องมีพลังจิตที่เข้มแข็ง จนมิอาจประมาณได้....เพื่อนสนิทของเขาเป็นผู้เดียวที่ไม่ถูกสะกดจิต ถูกยิง
บาดเจ็บสาหัส ก่อนสิ้นใจเขากระซิบความลับให้ บุญลือทราบว่า เสือเหี้ยม มีลูกน้อง 8 คน และมี
น้องชายชื่อผาด ที่มีฝีมือแกร่งเกินพี่ชาย รวมทั้งน้องสาวที่มีพลังจิต อ่านใจคน รวมทั้งสะกดจิต
คนจำนวนมากได้.....
เมื่อผู้บังคับบัญชาให้เขาแฝงตัวเพื่อตามจับ เสือเหี้ยมและพรรคพวก บุญลือจึงมิได้ลังเลที่จะเข้า
รับภารกิจนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะได้ข่าวว่า นายตำรวจที่แฝงตัวไปตามจับ ถูกสังหารไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า
ห้าคน แล้วที่ตายไป ก็ล้วนเป็นนายตำรวจฝีมือดีทั้งสิ้น
"แกต้องระวังตัวให้ดี...เพราะไอ้เสือเหี้ยมมันเหมือนนกรู้ ใครเข้าไปเป็นสายโดนฆ่าหมด
แกเป็นคนมีอาคม มีของดีติดตัว สิ่งเหล่านั้นอาจช่วยแกได้ ระวังตัวให้จงหนัก
ชื่อเสียงของตำรวจไทย ฝากไว้ที่แก...ไอ้ลือ..."
แล้วบุญลือก็เปลี่ยน เป็นชื่อเสือเข้ม เริ่มต้นด้วยการ เข้าปล้นบ้านเหยื่อ ที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลในแถบอ่างทอง
ด้วยตัวคนเดียว ปืนที่ใช้ในการปล้นเป็น รีวอลเวอร์ จุดสามแปด แล้วในที่สุดเสือเข้ม ก็ได้พบเสือเหี้ยม
เขาถูกล้อมด้วยเหล่าลูกน้องที่สิงห์บุรี ในขณะที่จะเข้าปล้นบ้านเศรษฐีในบ้านนั้น เสือเข้มใช้ฝีมือการ
ต่อสู้ด้วยมือเปล่าจัดการสมุนของเสือเหี้ยม ทั้งห้าคนจนสลบหมด จนถึงเกือบได้ปะมือกับเสือผาด
น้องชายเสือเหี้ยม แต่เขากับถูกพลังบางอย่าง อัดกระแทกจนติดฝาบ้าน เป็นพลังจิตจากหญิงสาว
ที่เขาคิดว่าเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา หญิงสาวหน้าแดงกล่ำเมื่ออ่านความคิดของเขา
ในขณะที่เสือเหี้ยมกำลังจะจ่อยิงที่ศีรษะของเขา.......อาจารย์บุญลือนึกถึงแค่นี้ ก่อนจะเก็บกระเป๋าใบ
นั้นเข้ากระเป๋าเสื้อ แล้วเขาก็หยิบเอาอาวุธเวทย์ออกมาเรียงกัน มีทั้งหมด 9 ชนิด ชิ้นสุดท้ายอยู่ใน
ห่อผ้าสีน้ำตาลขนาดยาว......
..................................